คริสต์มาสนี้ที่ญี่ปุ่น : นั่งรถไฟเที่ยวญี่ปุ่น 9 เมือง 7 วัน ฉบับผู้หญิงคนเดียว

Prologue

คริสต์มาส รถไฟ การผจญภัย

⚠️ ทริปบ้าระห่ำ นั่งรถไฟเที่ยวญี่ปุ่น 9 เมืองใน 7 วัน เที่ยวแบบพอให้รู้ ไปดูให้มากที่สุด เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เราจะได้กลับมาพบกันใหม่ นั่นเป็นความคิดของเราในตอนนั้นค่ะ ซึ่งเราไปญี่ปุ่นในเดือนธันวาคม 2019 ไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่จะมีข่าว COVID-19 ออกมา

ความทรงจำในทริปนี้เลยเป็นทั้งความสุขและเครื่องเตือนใจว่า ‘อยากไปไหน อยากทำอะไร ให้รีบทำ’ อย่าเสียเวลาไปกับคำว่า ‘ไว้ไปกันนะ

จุดเริ่มต้น วันลาน่ะจะใช้หรือเปล่า?

“วันลาน่ะจะใช้หรือเปล่า? ไม่ใช้พี่ขอ” หัวหน้าเดินมาตบไหล่ด้วยสีหน้าจริงจัง
“มันโอนให้กันได้ด้วยหรอพี่?” เราพักจากหน้าจอแล้วหันไปมองด้วยความสนใจ
“ได้ที่ไหนล่ะ” โถ่! นึกว่าจะขายได้ในราคางามๆ แล้ว
“ลาบ้างเถอะ ขยันไปบริษัทก็ไม่แปลงเป็นโบนัสให้หรอกนะ” ฉลาดสมเป็นหัวหน้าเรา

เรารีบเปิดเช็คสิทธิ์วันลาในระบบ ป้าด! จำนวนวันลาที่เคยเปิดเช็คตอนต้นปี ตอนนี้ปลายเดือนพฤศจิกายนแล้ว ตัวเลขยังคงเท่าเดิม ได้เวลาแปลงวันลาให้เป็นโบนัสชีวิตแล้ว

หันซ้ายหันขวาแอบเช็คตารางลาหยุดของเพื่อนในทีม หูก็ได้ยินเพื่อนๆ เริ่มคุยถึงแผนวันหยุดยาวช่วงสิ้นปีกัน

SUBMITTED!

“พี่อนุมัติวันลาให้น้องด้วย!”
“ใช้จริงหรอ! หยุดยาวทั้งสัปดาห์จะไปไหนเธอ” หัวหน้าปาดเหงื่อและเสียงดังขึ้นทันที
“นั่นสิ ไปไหนดีอะพี่” เป็นจังหวะพอดีกับทีอีเมลเด้งกลับมา

‘You leave request has approved. Happy Holidays!’

แล้วทริปคริสต์มาสก็เริ่มต้นง่ายๆ แบบนั้น มีวันหยุดที่ยังไม่รู้เป้าหมายการเดินทางรออยู่


“อยากรู้หรอว่าฆาตกรเป็นใคร มาที่ญี่ปุ่นสิ ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น!”

ย้อนกลับไปก่อนหน้านั้นไม่กี่คืน มียมทูตมาเข้าฝันเรา…​ เป็นเจ้าหนูยมทูตตัวจิ๋วใส่แว่น 🤓ถามว่ายมทูตมาทำอะไรในฝัน ก็จำไม่ได้ จำได้แค่ประโยคเดียว

“อยากรู้หรอว่าฆาตกรเป็นใคร มาที่ญี่ปุ่นสิ ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น!”

เราสะดุ้งตื่นอย่างสะลึมสะลือและแสบตาเพราะแสงจ้า ‘อ่อ… เผลอเปิดโคนันทิ้งไว้’ พอหันมองนาฬิกา ป้าด! โดนยมทูตปลุกขึ้นมาตอนตีสอง! ความหงุดหงิดจากการนอนไม่พอในคืนนั้น ทำให้ประโยคที่โคนันทิ้งไว้ยังตามหลอนอยู่ในหัว

พอหัวหน้ามาทักเรื่องใช้วันลา เราก็รู้ทันทีว่า… ‘ถึงเวลาที่เราจะได้เจอกันแล้วสินะ โคนัน!’


แผนการเดินทางเที่ยวญี่ปุ่น 9 เมือง 7 วัน

นี่เป็นครั้งแรกที่เราไปญี่ปุ่น เป็นการเที่ยวต่างประเทศคนเดียวที่นานที่สุด และใช้เวลาเตรียมตัวสั้นที่สุด เราใช้เวลา 3 วันในการเตรียมแผนเที่ยว จองตั๋วเครื่องบิน โรงแรม แพ็กกระเป๋า ก่อนจะบินในอาทิตย์ถัดไป

ถึงจะเลือกประเทศได้แล้ว แต่เรากำลังพูดถึงญี่ปุ่นที่มี 47 จังหวัด แต่ละจังหวัดมีกิมมิคไม่เหมือนใคร เหนือจรดใต้มีเมืองที่ต้องไปให้ได้สักครั้งในชีวิต จะเที่ยวยังไงให้พอ

เราจึงไปปรึกษาพี่สาวที่รู้จักกัน ผู้ซึ่งตาเป็นประกายวิ้งๆ เหมือนเซเลอร์มูนทุกครั้งที่พูดถึงญี่ปุ่น เคยไปเที่ยวและทำงานที่นั่นมานับสิบครั้ง ได้ข้อสรุปว่า

‘โตเกียวเย็นชา ต่างจังหวัดอบอุ่น’

เมื่อรู้แบบนั้น เราจึงเลือกเที่ยวต่างจังหวัดและเริ่มตั้งบัญญัติ 12 ประการที่อยากทำในทริป

เราอยากนั่งรถไฟเก็บเมืองให้มากที่สุด เลยนึกถึง JR Pass (Japan Rail Pass) ตั๋วรถไฟวิเศษไปได้ทุกที่ทั่วญี่ปุ่น ซึ่ง JR Pass แต่ละประเภทมีเส้นทางและจำนวนวันใช้งานแตกต่างกันไปค่ะ

“เรามีสิทธิ์ที่จะฝัน แต่ถ้ามันไม่อยู่ภายใต้ความเป็นจริง มันคงเป็นได้แค่ฝันตลอดกาล”

ทีแรกฝันหวานเลยว่าจะใช้บัตร JR Pass 7 วัน นั่งรถไฟตั้งแต่เมืองใต้สุดคาโกชิมะ (Kagoshima) ไปเมืองเกือบเหนือสุดซัปโปโร (Sapporo) กะเที่ยวเผื่อตาย 😂 แต่เมื่อเช็คความเป็นไปได้แล้ว คงได้แต่นั่งรถไฟตลอดเจ็ดวันจริงๆ แล้วบินกลับเลย

หลังจากสำรวจ JR Pass แต่ละภูมิภาค ก็ได้พบคู่แท้แห่งโชคชะตาที่ตรงกับบัญญัติ 12 ประการของเราคือ JR Sanyo-San’in Area Pass 🎉

ภูมิภาคซันโยและซันอินคือแถบญี่ปุ่นตะวันตก เริ่มต้นตั้งแต่เมืองใหญ่อย่างฟุกุโอกะ (Fukuoka) ขึ้นเหนือไปจนถึงเมืองท่องเที่ยวอย่างโอซาก้า (Osaka) และเกียวโต (Kyoto) แถมครอบคลุมถึงเมืองโคนันด้วย!

แผนที่เส้นทางรถไฟของ JR Sanyo-San’in Area Pass

ที่สำคัญที่สุด! ฟุกุโอกะและโอซาก้าต่างก็มีสนามบิน เราจึงเริ่มต้นการเดินทางโดยบินไปลงเมืองฟุกุโอกะ เที่ยวตามเส้นทางรถไฟ JR Sanyo-San’in Area Pass ขึ้นไปทางเหนือ แล้วบินกลับจากเมืองโอซาก้าได้ Perfect!

เมืองที่ถูกเลือก (สุ่มเลือก) จึงออกมาเป็น 9 เมืองดังนี้ค่ะ

วันที่เมืองกิจกรรม
0กรุงเทพฯ → ฟุกุโอกะปิดคอม ลาก่อนงาน
1ยูฟูอินนั่งรถไฟสายธรรมชาติที่จองยากสุดๆ
เดินเล่นในเมืองกลางหุบเขา
หมู่บ้านอนิเมะสไตล์ยุโรป
ฟุกุโอกะเที่ยวตามสถานีรถไฟใต้ดิน
ตะลุยกินยะไต(ร้านรถเข็น)รอบดึก
2เกาะมิยาจิม่านั่งเรือเฟอร์รีชมทะเลญี่ปุ่น
เที่ยวเกาะกวาง
นั่งกระเช้าลอยฟ้า
ไหว้พระ ปีนเขามิเซน
3ฮิโรชิม่าเดินเที่ยวสี่พิพิธภัณฑ์รอบเมือง
ปราสาทฮิโรชิม่า
ปิกนิกในสวนใบไม้แดงใจกลางเมือง
4 โฮคุเอ (เมืองโคนัน)ล้มละลายในเมืองโคนัน
ทตโตริเล่นฝนกลางเมืองแห่งทราย
เที่ยวเอเชียใต้ในพิพิธภัณฑ์ศิลปะทราย
5โกเบชมงานไฟประดับคริสต์มาสที่สวยที่สุด
ดูหมีแพนด้าและพ้องเพื่อนที่สวนสัตว์โอจิ
นั่งกระเช้าชมสวนสมุนไพร + หลงป่า!
เกียวโตไหว้พระทำบุญ ชมวัดและศาลเจ้า
โลกแห่งการ์ตูนที่พิพิธภัณฑ์มังงะนานาชาติ
6โอซาก้ากินจนตัวแตก ช้อปปิ้งจนถังแตกเช่นกัน
ดูหนังคริสต์มาสรอบดึก
คอนเสิร์ต One Ok Rock ที่โอซาก้าโดม
เดินเล่นบนเส้นทางไฟประดับคริสต์มาส
7โอซาก้า → กรุงเทพฯกลับบ้านเฮา งานรออยู่

คุณอาจจะสงสัยว่า เที่ยวหนึ่งวันหนึ่งเมือง บางวันเช้าเมือง ตกเย็นอีกเมือง มันเที่ยวพอหรอ?​

ถ้าหากคุณเป็นสายเที่ยวเพื่อพักผ่อน แสวงหาความสุนทรีย์ ฮีลลิ่งกายใจ ขอแนะนำให้เลือก 1 เมืองแล้วอยู่เที่ยวไปเลย 2-5 วัน ทุกเมืองต่างมีเสน่ห์น่าค้นหามากมายไม่รู้จบ ต่อให้อยู่เมืองเดียวทั้งทริปก็ไม่เบื่อ

ถ้าหากคุณเป็นสายเที่ยวเพื่อเปิดประสบการณ์ อยากเห็นต่างบ้านต่างเมืองในเวลาจำกัดให้มากที่สุด พร้อมจะรัวชัตเตอร์ พั่บ! พั่บ! สูดหายใจลึกๆ หนึ่งปื้ดแล้วเดินทางต่อ เราจะต้องเป็นเพื่อนร่วมทางที่ดีกันมากแน่ๆ 🤝



Checklist เตรียมตัวก่อนเดินทาง

เราใช้เวลาเตรียมตัว 3 วัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติสำหรับคนอารมณ์แปรปรวนที่มักวางแผนแล้วไม่ได้ไป แต่พอไม่ได้วางแผนกลับได้ไปอย่างเรา ข้อดีของการมีเวลาเตรียมตัวน้อยคือ ความตื่นเต้นในการผจญภัยยังคงคุกรุ่น เหมือนกราฟที่ค่อยๆ สูงขึ้นเรื่อยๆ จนพีคสุดในช่วงที่เดินทาง

เราเตรียมข้อมูลทั้งหมดใน Google Sheet ตั้งแต่วันเวลา สถานที่ท่องเที่ยว ค่าใช้จ่าย เวลาทำการ วิธีการเดินทาง อุณหภูมิ สภาพอากาศ รวมถึงชุดและทรงผมในแต่ละวัน (จะได้ไม่ต้องเสียเวลาคิด) สามารถดูและโหลดแผนเที่ยวฉบับเต็มได้ที่นี่

สภาพอากาศ

ขอแนะนำ accuweather เว็บพยากรณ์อากาศทุกเมืองทั่วโลก แม่นกว่าหมอดูเจ้าประจำ ใช้งานง่าย เพียงกรอกชื่อเมืองและเลือกวันที่ ระบบจะบอกว่าอุณหภูมิสูงสุด ต่ำสุด รวมถึงสภาพฟ้าฝน ช่วยให้เตรียมเครื่องแต่งกายได้เหมาะสมกับสภาพอากาศ

เครื่องแต่งกายในฤดูใบไม้ร่วง – ฤดูหนาว

💌 จดหมายจากคนขี้หนาวถึงคนขี้หนาว

หากคุณเป็นคนขี้หนาวในเลเวลที่เดินห้างยังต้องใส่เสื้อแขนยาว แล้วไปเที่ยวในฤดูใบไม้ร่วง – ฤดูหนาวที่อุณหภูมิเลขตัวเดียว ใครแนะนำเครื่องแต่งกายมายังไง ให้ดับเบิ้ลไปเลย! เช่น ถ้าเขาแนะนำให้ใส่ฮีทเทคธรรมดา จงเลือก Ultra Warm, ถ้าเขาแนะนำ Ultra Warm ก็ใส่มันสองชั้นไปเลย

อุณหภูมิช่วงที่เราไปอยู่ที่ 5-10 องศา เราเลือกเครื่องแต่งกายตามรีวิวจากหลายเว็บ รวมถึงที่พนักงานหน้าร้านแนะนำ เขาว่ากันว่า “อุณหภูมิเลขตัวเดียว ใส่ฮีทเทค + เสื้อโค้ท + กางเกงหนาๆ + ถุงเท้า + รองเท้าผ้าใบ ชิล…”

ชิลเกือบตาย 🥶 วินาทีแรกที่ประตูเครื่องบินเปิด สายลมแรกจากญี่ปุ่นพัดมาทักทาย เราแทบจะวิ่งกลับเข้าไปในตัวเครื่องและหวังว่ากัปตันจะพาเรากลับไทยไปด้วยเดี๋ยวนั้นเลย ความหนาวทำให้เราพลาดที่เที่ยวหลายแห่ง เพราะขาสั่นจนก้าวไม่ออก

ที่จริงเครื่องแต่งกายที่แนะนำมาก็ไม่ผิดอะไร เราสังเกตว่านักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นส่วนใหญ่แต่งตัวน้อยกว่าเรามาก บางคนมินิสเกิร์ต ไม่ใส่ถุงน่องยังเดินสบาย ในขณะที่เราเสริมด้วยหมวกไหมพรม + ผ้าพันคอ + หน้ากากผ้า ก็ยังหูแดง จมูกแดงเป็นรูดอล์ฟเชียว

เราลองใช้ถุงร้อนไคโระมาแปะตามตัวและขา ไม่แน่ใจว่าใช้ไม่ถูกวิธีหรือยังไงเพราะไม่อุ่นขึ้นเลย ลองมาหลายยี่ห้อ ดังนั้นเตรียมเครื่องแต่งกายกันหนาวไปให้พร้อมดีกว่าค่ะ

วันเวลาทำการของสถานที่ท่องเที่ยว

ขอแนะนำ Japan Guide รวมไฮไลท์ของทุกเมืองที่คุณต้องรู้ สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่ของเราเลือกจากเว็บนี้ค่ะ ระบุค่าใช้จ่าย วิธีเดินทาง รวมถึงวันเวลาทำการ ครบจบในเว็บเดียว

ยังมีทิปสำหรับนักท่องเที่ยวด้วย เช่น ถ้านำพาสปอร์ตไปยื่นซื้อตั๋วเข้าชมพิพิธภัณฑ์ศิลปะทรายที่สถานีทตโตริ จะได้ราคาถูกกว่าไปซื้อที่หน้าพิพิธภัณฑ์ เป็นต้น

จองล่วงหน้า ราคาถูกกว่า

สำหรับที่พัก ตั๋วรถไฟ JR Pass ซิมการ์ดและตั๋วเข้าสถานที่ท่องเที่ยว เราจองล่วงหน้าซึ่งสะดวกกว่าไปต่อคิวซื้อหน้างาน แถมราคาถูกกว่า ขอแนะนำเว็บไซต์ที่เราใช้จองในทริปนี้ค่ะ

1. Klook – ใช้ซื้อ JR Pass, Sim Card และตั๋วอควาเรียมไคยูคัง ราคาไม่ต่างจากซื้อที่ญี่ปุ่นมาก แต่สะดวกกว่าเยอะเลย ไม่ต้องไปต่อคิวซื้อหน้างาน ซื้อออนไลน์ล่วงหน้าก่อนบินได้ เรารับซิมการ์ดที่สยามเซนเตอร์ ส่วนตั๋ว JR Pass ไปรับที่เมืองฟุกุโอกะที่บินไปลง ส่วนตั๋วอควาเรียม โชว์เป็น QR Code แล้วเข้าได้เลย

2. Agoda – ใช้จองที่พักทั้ง 6 คืน เพื่อความประหยัดจึงพักโฮสเทล คืนละหนึ่งเมือง ราคาเฉลี่ยวันละ 500 บาท ซึ่งถูกมากสำหรับการจองล่วงหน้าเพียง 1 สัปดาห์ จ่ายน้อยแต่คุณภาพดี บริการเยี่ยม อบอุ่น น่ารัก สไตล์คนญี่ปุ่น เราว่าโฮสเทลเหมาะสำหรับคนที่เดินทาง 1-2 คน ไม่มีปัญหาเรื่องการนอน หัวถึงหมอนปุ๊บหลับปั๊บ

3. Trip.com – ใช้จองตั๋วเครื่องบิน ถ้าจองตั๋วกะทันหัน ไม่มีโปรโมชันสายการบินแล้ว เท่าที่ลองตรวจสอบช่วงนั้น จองผ่าน Trip.com จะได้ในราคาถูกกว่าเจ้าอื่นๆ หลายร้อยถึงหลายพันบาทค่ะ

4. ShopBack – ทุกอย่างที่เราจองในข้อ 1-3 กดเข้าผ่าน ShopBack ทั้งหมดค่ะ เป็นเว็บให้เงินคืน (Cashback) ทุกครั้งที่จองตั๋วเครื่องบิน, ที่พัก, JR Pass หรือช้อปปิ้งจากร้านต่างๆ เช่น ตอนที่จองที่พัก เรากดเข้า Agoda จากเว็บ ShopBack ซึ่งยังได้ส่วนลดที่พักจาก Agoda เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือได้เงินคืนจาก ShopBack ด้วย เงินคืนเหล่านี้โอนเข้าธนาคารเป็นเงินสดได้ ทริปนี้เราได้เงินคืนมา 300 บาท เป็นค่าข้าว 2 มื้อ

ขบวนรถไฟและตารางเดินรถ

ใดๆ ในโลกล้วนอนิจจัง แต่สิ่งที่ตั้งมั่นและเที่ยงแท้ที่สุดในโลกคงจะเป็น เวลาเดินรถไฟของญี่ปุ่นนี่แหละ

ขอแนะนำ Hyperdia มีทุกสิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับการเดินทางด้วยรถไฟ ตั้งแต่ชื่อขบวนรถไฟ หมายเลขชานชาลา เวลารถเข้าและเวลารถออก หากคุณช้าไปเพียงนาทีเดียว ทำใจและรอขบวนถัดไปได้เลย ยืนยันอีกเสียงว่าเวลารถไฟของญี่ปุ่นเป๊ะมาก

วิธีใช้งาน Hyperdia คือ กรอกชื่อสถานีต้นทาง ปลายทาง และวันเวลา เว็บจะขึ้นชื่อขบวนและเวลาให้เลือก สามารถเลือกได้ว่าจะเอาเส้นทางที่เร็วที่สุด หรือราคาถูกที่สุดด้วย

รีวิวสั้นๆ ตลอดการเดินทางด้วยรถไฟ 6 วัน ไม่ว่าจะชินคันเซน รถไฟธรรมดา รถไฟฟ้าใต้ดินหรือบนดิน ทุกขบวนออกรถตรงตามตารางเวลา และถึงที่หมายตามเวลา

ถึงอย่างงั้น Hyperdia ก็เกือบทำเราหัวใจวายมาแล้ว ครั้งเดียวที่พบว่าข้อมูลคลาดเคลื่อนคือ หมายเลขชานชาลาผิด ตอนนั้นเป็นการขึ้นรถไฟวันสุดท้ายไปยังสนามบินคันไซเพื่อกลับไทย หมายเลขชานชาลาที่ระบุใน Hyperdia กับหน้าสถานีไม่ตรงกัน แล้วอยู่คนละฟากเลย เอาแล้ว! เรามีเวลาเปลี่ยนรถไม่ถึง 3 นาที ไม่มีเวลาวิ่งไปถามนายสถานีที่อยู่ลิบๆ ตะวันก็ยังไม่ขึ้น คนเลยน้อยมาก ไม่มีคนให้เดินตาม ตัดสินใจยากมากว่าจะเชื่อ Hyperdia ที่ไม่เคยผิดมาก่อน หรือเชื่อป้ายหน้าสถานี สุดท้ายโชคยังดี จงขึ้นขบวนตามหมายเลขชานชาลาที่ระบุไว้หน้าสถานีค่ะ

ซื้อ JR Pass คุ้มค่าหรือไม่?

จากมุมมองของเรา ถ้าคุณเที่ยวมากกว่า 4 เมืองขึ้นไปในหนึ่งสัปดาห์ แล้วเป็นเมืองที่อยู่ห่างกันมาก กระจายตามเส้นทางของ JR Pass นั้น ต้องนั่งชินคันเซน ซื้อโลด! คุ้มแน่นอน

เราลองเปรียบเทียบราคาระหว่าง JR Pass กับซื้อตั๋วรถไฟแยก พบว่า JR Pass ราคาถูกกว่าไม่ถึงพันบาท ถึงจะไม่ต่างกันมาก แต่สะดวกสบายและรวดเร็วกว่าเยอะ ไม่ต้องเสียเวลาคิดว่าจะต้องซื้อตั๋วประเภทไหน บัตร JR Pass ใบเดียวแตะเข้าสถานีได้หมดค่ะ

มีวันที่เราต้องเปลี่ยนรถไฟภายในไม่กี่นาที วิ่งออกจากสถานีชินคันเซน แล้วแตะบัตรเข้าสถานีรถไฟธรรมดาต่อ ก็รอดมาได้เพราะ JR Pass ถ้าซื้อตั๋วหน้างานไปไม่ทันแน่นอน

รีวิวความคุ้ม : เราใช้ JR Pass เดินทาง 7 เมือง ไม่รวมเมืองเริ่มต้นอย่างเมืองฟุกุโอกะ และเมืองยูฟุอินซึ่งอยู่นอกเส้นทาง ได้ใช้ครบทั้งรถไฟธรรมดา ชินคันเซน และเรือเฟอร์รี สามารถนั่งรถไฟขบวนไหนก็ได้ ตราบใดที่ขึ้น-ลงในเมืองตามเส้นทางที่กำหนด

เช่น เราเคยขึ้นชินคันเซนสายฟุกุโอกะ – โตเกียว แต่เราจากฟุกุโอกะไปลงฮิโรชิมาก็ฟรี แค่อย่าลืมเช็คว่าชินคันเซนขบวนนั้นแวะจอดสถานีไหนบ้าง บางขบวนอาจวิ่งผ่านเมืองเป้าหมายของเรา แต่ไม่แวะจอดก็มี

ที่นั่งบนรถไฟ : ชินคันเซนและรถไฟธรรมดาบางขบวนแบ่งตู้โดยสารออกเป็น Reserved สำหรับคนจองที่นั่งล่วงหน้า กับ Non-Reserved สำหรับคนที่ไม่ได้จอง ต้องขึ้นให้ถูกตู้ เราสังเกตว่าชินคันเซนส่วนใหญ่ ตู้ Non-Reserved มักจะอยู่โบกี้ 1-3 ค่ะ บริเวณที่ยืนรอรถไฟบางแห่งก็ระบุประเภทโบกี้ไว้ ส่วนเราไม่ได้จองเลย แต่มีที่นั่งตลอดค่ะ

ถ้านั่งเลยสถานีที่ตั๋วรถไฟหรือ JR Pass ใช้ได้จะทำยังไง?

ง่ายนิดเดียว! เดินไปเสียค่าปรับที่เคาท์เตอร์ Fare Adjustment ตรงทางออกของสถานีค่ะ

เราเผลอนั่งชินคันเซนจากสถานีโกเบ (Kobe) มาลงสถานีเกียวโต (Kyoto) ซึ่งถ้าย้อนขึ้นไปดูแผนที่ JR Sanyo-San’in Area Pass จะเห็นว่า เส้นสีแดงของชินคันเซนจบอยู่แค่สถานีโอซาก้า (Osaka) ถ้าจะใช้ JR Pass ไปลงสถานีเกียวโต ต้องเปลี่ยนไปขึ้นรถไฟธรรมดา (เส้นสีส้ม) แทน

ด้วยความมือใหม่ เราเลยเผลอนั่งชินคันเซนไปลงสถานีเกียวโตซึ่งอยู่นอกเขต JR Pass พอแตะตั๋วตรงทางออกปุ๊บ ตืด! ตืด! ตืด! 🚨 เจ้าหน้าที่เดินมาหิ้วสาวน้อยหน้าตาเหรอหราไปที่เคาท์เตอร์ Fare Adjustment ทันที ฟังดูน่ากลัวแต่ไม่มีอะไรเลย เจ้าหน้าที่สุภาพมาก อธิบายช้าๆ ว่า JR Pass ของเราไปได้แค่ไหน

สรุปนั่งชินคันเซนเลยมาหนึ่งสถานี จ่ายค่าปรับไป 419 บาท!

เพิ่งมานึกได้ทีหลังว่า ถ้าไม่อยากเสียค่าปรับ แค่นั่งชินคันเซนย้อนกลับไปลงที่สถานีโอซาก้า จากนั้นต่อรถไฟธรรมดามาเกียวโตก็ได้แล้ว แต่ตอนนั้นเอ๋อและอาย เลยรีบจ่ายค่าปรับแล้วออกมาลั้ลลาต่อ ฮ่าๆ



ลาก่อนกรุงเทพฯ โอฮาโยะฟุกุโอกะ

ปิดคอม แบกเป้ สู่ญี่ปุ่นอันไกลโพ้น!

เราฝากกายไว้กับสายการบิน AirAsia X ราคาตั๋วกรุงเทพฯ-ฟุกุโอกะ 3,610 บาท ไฟลท์บิน 23:55 น. และจะแตะพื้นฟุกุโอกะเวลา 7:20 น. ของวันถัดไป นั่งหลับจนคอเคล็ด 😂 แต่นั่นคือตั๋วที่ถูกที่สุดที่จองได้ล่วงหน้าหนึ่งสัปดาห์

ตื่นมาอีกที เครื่องอยู่บนน่านฟ้าฟุกุโอกะพอดี เสียงกัปตันประกาศให้ทุกคนกลับประจำที่ ปิดมือถือ และรัดเข็มขัด กำลังจะของีบต่ออีกนิด ก็เหลือบเห็นกระดาษเสียบไว้ที่ช่องที่นั่งข้างหน้า อ่า! ลืมกรอกใบตม.

ด้วยความที่สะลึมสะลือ น้ำลายข้างแก้มยังไม่แห้งดี เราเลยจ้องกระดาษอยู่นานมาก เห็นตัวอักษรแยกเงาพันร่าง คุณลุงชาวญี่ปุ่นมาดนักธุรกิจสุดเข้มข้างๆ ที่มองอยู่สักพัก ก็ชี้ให้ดูแต่ละช่องและบอกว่า Yes! Yes! Yes! หมายถึงติ๊กถูกให้หมดเลยลูก ถึงภายนอกลุงจะดูดุ แต่จริงๆ ใจดีนะ เป็นความประทับใจแรกก่อนเข้าประเทศ

ปล. ถึงเขาจะบอกให้ Yes หมด ก็อย่าลืมอ่านสักนิดนะ เผื่อไม่เหมือนกัน หรือคำถามเปลี่ยนไป แนะนำให้อ่านวิธีกรอกใบตม. ไปก่อนเพื่อความแน่ใจค่ะ

หลังจากเครื่องจอดอย่างนุ่มนวล สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือ ลมหนาวฟุกุโอกะ! หนาวจนก้าวไม่ออก กัปตันเอาหนูกลับไทยแลนด์แดนหน้าร้อนตลอดทั้งปีไปด้วย ฮือ อุณหภูมิ 9 องศา หนาวที่สุดที่เคยสัมผัสในตอนนั้นแล้ว

สำหรับรีวิวเที่ยวญี่ปุ่นทั้ง 9 เมือง สามารถเลือกอ่านได้ในโพสต์แยกข้างล่างค่ะ เนื่องจากมีรายละเอียดเยอะมาก ทั้งความสวยงามที่ภาพถ่ายเก็บมาไม่หมด น้ำใจของคนญี่ปุ่นที่ได้รับ รวมถึงมิตรภาพจากนักท่องเที่ยวด้วยกัน


ไฮไลท์ 9 เมือง 9 สีสัน

คริสต์มาสนี้ที่ยูฟุอิน (Yufuin) เมืองเวทมนตร์ในหุบเขา

คริสต์มาสนี้ขอพาชมเมืองยูฟุอิน (Yufuin) เมืองน่ารักที่เหมือนหลุดออกมาจากอนิเมะ รายล้อมด้วยธรรมชาติ ภูเขา ใบไม้เปลี่ยนสี และบ่อออนเซน
READ MORE

คริสต์มาสนี้ที่ฟุกุโอกะ (Fukuoka) เที่ยวครึ่งวันตามสถานีรถไฟ

คริสต์มาสนี้ไปดูไฟประดับที่เมืองฟุกุโอกะ (Fukuoka) ประเทศญี่ปุ่น เดินเล่นในสวนสาธารณะโอโฮริ ตกกลางคืนก็ตะลุยกินร้านรถเข็นที่ย่านเทนชิน
READ MORE
รีวิวเที่ยวญี่ปุ่น เกาะมิยาจิม่า (Miyajima)

ตามรอยโคนันบนเกาะมิยาจิม่า (Miyajima) ขึ้นกระเช้าลอยฟ้า ปีนเขามิเซน

เที่ยวเกาะมิยาจิม่า 1 วัน เกาะกวางครองเมือง มรดกโลกของญี่ปุ่น ชมโทริอิกลางน้ำ นั่งกระเช้าลอยฟ้า ปีนเขามิเซน และตามรอยเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ตามโคนัน
READ MORE
รีวิวเที่ยวญี่ปุ่น เมืองฮิโรชิม่า (Hiroshima) - ปราสาทฮิโรชิม่า

คริสต์มาสนี้ที่ฮิโรชิม่า (Hiroshima) สันติภาพและสวนใบไม้แดง

คริสต์มาสนี้มาวันเดย์ทริปที่ฮิโรชิม่า เที่ยววันเดียวรอบเมือง ชมนานาพิพิธภัณฑ์ สวนฤดูใบไม้ร่วงใจกลางเมือง และสวนสันติภาพสุดสะเทือนใจ
READ MORE
20210606_รีวิวเที่ยวญี่ปุ่น_เมืองโคนัน (Conan Town)-39

ตะลุยเมืองโคนัน ตามหาความจริงที่มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น!

ออกไปผจญภัยตามหาความจริงที่มีเพียงหนึ่งเดียวยังเมืองโคนัน (Conan Town) เดินเที่ยวในวันอากาศเย็นสบายตามถนนโคนัน บ้านเบกะ และพิพิธภัณฑ์โคนัน
READ MORE

คริสต์มาสนี้ที่โกเบ (Kobe) เมืองทางผ่านที่ตกหลุมรัก

โกเบ (Kobe) สถานที่ของภูเขา-เมือง-ทะเล ชวนนั่งกระเช้าชมสวนสมุนไพรนุโนะบิกิ ดูแพนด้าที่สวนสัตว์โอจิ และชมงานประดับไฟฤดูหนาวที่สวยที่สุด
READ MORE

คริสต์มาสนี้ที่เกียวโต (Kyoto) เที่ยวครึ่งวันในเมืองหลวงเก่า

คริสต์มาสนี้มีเวลาครึ่งวัน แวะชมวัฒนธรรมญี่ปุ่นดั่งเดิมในเมืองหลวงเก่าเกียวโต (Kyoto) รอดเสาโทริอิแดงที่ศาลเจ้าอินาริ เที่ยวแดนศักดิ์สิทธิ์ของคนรักมังงะ
READ MORE

สรุปค่าใช้จ่ายตลอดทริป

ค่าใช้จ่ายทริปเที่ยวญี่ปุ่นครั้งนี้ ราคาอาจจะไม่น่ารักแบบทริปแบกเป้ทั่วไป เนื่องจากจองล่วงหน้าเพียง 1 สัปดาห์ ทริปนี้กินอยู่สบาย ถึงจะเป็นโฮสเทลราคาถูก แต่คุณภาพเยี่ยม หลับสบาย สะอาด บริการดี น่ารักทุกที่ ส่วนค่ากินมีทั้งอาหารจากร้านสะดวกซื้อและร้านอาหาร จำนวนมื้อพอๆ กันค่ะ

สำหรับตั๋วเครื่องบิน ถ้าจองช่วงโปรโมชันอาจได้ราคาไป-กลับถูกถึง 5,000 บาทก็มี ดังนั้นถ้าตัดค่าของฝากกับจองตั๋วล่วงหน้าในราคาโปรโมชัน ประหยัดไปได้อีกเป็นหมื่นเลย

TypeTHB
Sanyo Sanin Area JR Pass5,385
ค่ากิน 7 วัน – ร้านอาหาร, คาเฟ่,​ ร้านสะดวกซื้อ, ร้านรถเข็น3,310
ค่าที่พัก 6 คืน – เป็นโฮสเทลทั้งหมด3,078
ค่าเดินทาง – รถบัส, IC Card, รถไฟสายนอก JR Pass4,938
ตั๋วเครื่องบิน8,140
ค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยว3,075
ของฝาก6,534
รวมทั้งหมด34,460