รีวิวหนังสือ ที่จริงวันนี้ก็ดีนะ : แรงบันดาลใจจากนักวาดภาพผู้สูญเสียการได้ยินและกำลังจะสูญเสียการมองเห็น

#สวนหนังสือพันเล่ม เล่มที่ 43

ที่จริงวันนี้ก็ดีนะ (그래도 괜찮은 하루)

“เหตุผลที่ฉันวาดหูของเบนนี่ให้มีขนาดใหญ่เป็นพิเศษ เพราะตัวฉันไม่อาจได้ยินเสียงใดๆ บนโลกนี้ จึงวาดเจ้ากระต่ายให้มีหูใหญ่โต เพื่อช่วยรับฟังเรื่องราวดีๆ มากมายแทนตัวฉัน”

นั่นคือที่มาของ ‘เบนนี่’ เจ้ากระต่ายมินิมอลขวัญใจชาวเน็ตเกาหลีใต้ที่ถือกำเนิดจากนักเขียนคู (구작가) หรือคุณคูคยองซอน

หลังจากที่ป่วยหนักตอน 2 ขวบ คุณคูคยองซอนสูญเสียการได้ยิน ถึงจะได้รับความรักและการดูแลเอาใจใส่จากคุณแม่ แต่เธอยังต้องเผชิญกับความยากลำบาก ทั้งการฝึกออกเสียง ต้องออกจากโรงเรียน ถูกปฏิเสธการรับเข้าทำงานจากทุกที่ จิตใจเต็มไปด้วยบาดแผลจากความผิดหวัง แต่เธอคิดเสมอว่า

“จะเอาแต่อยู่เฉยๆ ไม่ได้”

นักเขียนคูผู้ให้กำเนิดเจ้ากระต่ายเบนนี่

เธอเริ่มต้นเขียนบล็อกซึ่งเป็นการถือกำเนิดของนามปากกา ‘นักเขียนคู’ โดยมีที่มาจาก “ฉันเองก็อยากจะวาดภาพสวยๆ และแบ่งปันเรื่องราวกับผู้อ่าน อยากดูเท่แบบนั้นบ้าง ถ้าเป็นไปได้ฉันอยากจะมอบความหวังผ่านภาพวาด”

ความพยายามของเธอชักจูงโอกาสเข้ามา เธอเริ่มต้นอาชีพด้วยการเป็น ‘นักเขียนครีเอตโปรไฟล์ Cyworld’ คอยวาดรูปโปรไฟล์ให้สอดคล้องกับที่ลูกค้าต้องการ เป็นงานที่ทำผ่านอินเตอร์เน็ตและไม่ต้องพบเจอผู้คน แม้มีปัญหาด้านการสื่อสารก็ทำงานได้

ภาพ “รำคาญไปหมด” ที่ทำให้เบนนี่โด่งดังไปทั่วอินเตอร์เน็ต

หลังจากตั้งใจทำงานอย่างหนักอยู่เป็นปี ภาพวาดเจ้ากระต่ายเบนนี่เริ่มโด่งดัง ความสุขที่ได้รับความรักและการยอมรับในความสามารถจากคนอื่นเป็นครั้งแรกมันช่างท่วมท้น งานที่ยุ่งขึ้นจนแทบไม่มีเวลาส่วนตัวกลายเป็นความภาคภูมิใจ เธอสามารถมอบเงินให้แม่ได้แล้ว บริจาคให้กับโบสถ์ เลี้ยงข้าวเพื่อนรัก ซื้อของที่อยากได้ เธอรู้สึกขอบคุณสิ่งเหล่านี้จากการได้มีงานทำ

แต่สิ่งเหล่านี้ก็อยู่ได้ไม่นาน เมื่อผู้ใช้งาน Cyworld ลดลง เหมือนเคาะซ้ำกรรมซัด นักเขียนคูเริ่มสูญเสียการมองเห็น หมอวินิจฉัยว่าเธอเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อม โลกที่เคยไร้เสียงใดๆ บัดนี้กำลังจะไร้แสงสว่างด้วย หากไร้การมองเห็น การวาดภาพที่เธอรักและได้รับการยอมรับก็อาจจะหายไป 

ความโศกเศร้าและความโกรธปะทุในใจ “ทำไมถึงมีแค่ฉันที่ถูกพรากเอาสิ่งสำคัญไปด้วย” 

โลกของนักเขียนคูกำลังมืดมนลง เหมือนว่าเธอค่อยๆ ถูกปิดล้อมด้วยกล่องล่องหน ถึงรอบตัวจะมีผู้คนมากมาย แต่ก็ไม่อาจรับรู้สีหน้าท่าทางหรือได้ยินพวกเขาได้เลย ราวกับว่าเธอถูกทิ้งไว้คนเดียว มันมืดมนเกินกว่าจะจินตนาการ



ท้ายที่สุดแล้ว นักเขียนคูได้รับพลังกลับมาจากเด็กน้อยที่เธอเคยมอบความหวังให้เขาผ่านภาพวาด แทนที่จะจมปลักอยู่กับความไม่ยุติธรรมในชีวิต ทำไมไม่ใช้เวลาที่เหลือทำสิ่งที่อยากทำก่อนจะสายไปล่ะ เธอจึงเริ่มเขียนรายการสิ่งที่อยากทำก่อนตาย (bucket list) และทำมันตั้งแต่วันนี้

✦ มีห้องทำงานของตัวเองและตกแต่งตามใจชอบ
✦ ต้มซุปสาหร่ายให้แม่
✦ ไปชมการแข่งขันของนักกีฬาคนโปรด
✦ คืนดีกับเพื่อนสนิทสมัยเด็ก
✦ วิ่งมาราธอน
✦ ลองท้าทายชิงรางวัลนักเขียน

นักเขียนคูลงมือทำตาม bucket list ของตัวเองโดยไม่คาดหวังผลลัพธ์ ขอแค่ได้ลงมือทำมันอย่างสุดความสามารถก็เพียงพอแล้ว โลกที่เคยเป็นสีเทาเริ่มกลับมามีสีสัน ทุกวันมีเรื่องให้ทำมากมายจึงเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ทุกวันกลายเป็นวันอันแสนล้ำค่า

ซิสสะดุดตากับหนังสือเล่มนี้ที่ภาพหน้าปกที่มีเจ้ากระต่ายยืนหันหลังมองพระอาทิตย์ขึ้น “วันนี้ฉันยังมองเห็นรุ่งเช้า ช่างโชคดีจริงๆ” เป็นความสุขที่เรียบง่ายและเต็มไปด้วยความหวัง

เบนนี่ร่วมงานกับแบรนด์เครื่องสำอาง Innisfree

เรื่องราวและภาพวาดของนักเขียนคูส่งแรงบันดาลใจมหาศาลจริงๆ ซิสหยิบมาอ่านในวันที่รู้สึกว่า ‘แค่หายใจก็เหนื่อยแล้ว’ 😂 เลยรู้สึกอินกับหนังสือมาก สัมผัสได้ถึงความเหนื่อยล้า ความหวาดกลัว และความพยายามอย่างหนักที่อยากใช้ชีวิตอย่างมีความสุขของนักเขียนคูผ่านภาพวาดเจ้าเบนนี่

เราผู้ยังมีสายตาดีอยู่มักเผลอมองข้ามสิ่งสวยงามรอบตัวและคุณค่าของโอกาส ในวันที่เหนื่อยล้า โปรดนึกถึงสิ่งนักเขียนคูและเจ้าเบนนี่ผ่านหนังสือเล่มนี้มา “ที่จริงวันนี้ก็ดีนะ อย่าผัดวันประกันพรุ่งในการมีความสุขเลย”


ที่จริงวันนี้ก็ดีนะ

แม้ไร้ซึ่งแสงสว่างหรือเสียงใด ๆ แต่ร่างกายยังคงรับรู้ได้ มันบอกฉันว่าอย่าเพิ่งยอมแพ้… เรื่องราวเปี่ยมแรงบันดาลใจของ “คูคยองซอน” นักวาดภาพผู้สูญเสียการได้ยินและกำลังสูญเสียการมองเห็น เพราะเธอไม่มีโอกาสได้ยินเสียงใด ๆ บนโลกนี้ เธอจึงวาด “เบนนี่” กระต่ายน้อยขนปุยหูกางยาวใหญ่ ที่จะคอยรับฟังและบอกเล่าเรื่องราวดี ๆ ในแต่ละวันมากมายแทนตัวเธอ