รีวิวหนังสือ ฝันของคนบ้า

รีวิวหนังสือ ฝันของคนบ้า : การเป็นคนเดียวที่รู้สัจธรรม ช่างลำบากเสียกระไร

#สวนหนังสือหมื่นเล่ม เล่มที่ 18

ฝันของคนบ้า (The Dream of a Ridiculous Man)

“โอ้… การเป็นคนเดียวที่รู้สัจธรรม มันช่างเป็นเรื่องยากลำบากเสียนี่กระไร!”

ภาพวาดหน้าปกที่ชวนให้หดหู่กับคำโปรยที่กล่าวว่า นี้เป็นเรื่องสั้นระดับโลกอันทรงพลังที่เปิดวิถีขัดขืนระหว่างจิตใต้สำนึกกับอารมณ์เร้าพฤติกรรมด้านมืด ทำให้ตัดสินใจหยิบหนังสือ The Dream of a Ridiculous Man หรือ ฝันของคนบ้า กลับบ้านมาด้วย

เรื่องสั้นความยาวเพียง 45 หน้านี้เป็นหนึ่งในผลงานชื่อก้องโลกของ ฟีโอดอร์ ดอสโตเยสกี (Fyodor Dostoevsky) หนึ่งในนักเขียนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของรัสเซีย ตัวละครนำของเขามักมีความคิดสุดโต่งแตกต่างจากคนอื่น มักมีปรัชญา ศาสนา และความเข้าใจในจิตวิทยามนุษย์อย่างลึกซึ้ง นั้นทำให้ผลงานของเขามีอิทธิพลต่อสังคมรัสเซียในศตวรรษที่ 19 เป็นอย่างมาก งานเขียนเรื่องฝันของคนบ้าก็เช่นกัน

เรื่องย่อ ฝันของคนบ้า

เรื่องราวของชายคนหนึ่งที่ถูกคนรอบข้างมองว่าเป็นคนแปลกประหลาดน่าหัวเราะ ตัวเขาเองก็เริ่มคิดว่าชีวิตตัวเองช่างน่าขัน สิ้นหวัง และไร้เป้าหมาย ในคืนหนึ่งเขาตัดสินใจที่จะจบชีวิตตัวเอง แต่ก็ได้มีเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ วิ่งมาขอความช่วยเหลือ นั้นทำให้แผนการฆ่าตัวตายต้องปั่นป่วน

รีวิว ฝันของคนบ้า

⚠️ รีวิวต่อไปนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของหนังสือ

เป็นเรื่องสั้นที่เข้มข้น ค่อนข้างหนักหน่วง ชายที่กำลังจะจบชีวิตตัวเองได้ค้นพบสัจธรรมและตัดสินใจที่จะอยู่เพื่อเผยแพร่สัจธรรมนั้นให้เพื่อนร่วมโลก ราวกับว่าเป็นตัวแทนของนักเขียนที่ต้องการเผยแพร่สัจธรรมให้คนอ่านอย่างเรา

ถ้าตัวเอกมาอยู่ในยุคปัจจุบัน เขาคงถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคซึมเศร้า แต่ในปี 1877 ที่งานเขียนนี้ถูกตีพิมพ์ Depression ยังไม่ได้ถูกยอมรับว่าเป็นอาการป่วย แต่เป็นจุดอ่อนทางอารมณ์ที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ คนที่เป็นโรคซึมเศร้าในยุคนั้นจึงถูกรังเกียจจากสังคมหรือถูกจับไปขังไว้ เหมือนกับชายคนนี้ที่ถูกมองว่าเป็นคนประหลาดน่าขัน มันถึงน่าสนใจที่เขาสามารถเอาชนะความซึมเศร้าที่เข้าสู่สภาวะใกล้ฆ่าตัวตายได้ ในยุคที่ยังไม่มีการรักษาโรคนี้ด้วยซ้ำ

ในคืนที่ชายตัวเอกตัดสินใจจะจบชีวิต เขาได้ฝันถึงดินแดนแห่งความผาสุขที่ผู้คนต่างใช้ชีวิตอย่างบริสุทธิ์ ไร้บาป เขาหลงรักและบูชาผู้คนในดินแดนแห่งนั้น แต่แล้วความเลวทรามก็เริ่มเกิดขึ้น มีการโกหก กามราคะ ความอิจฉาริษยา ในไม่ช้าก็มีการหลั่งเลือด ผู้คนแตกแยกกันไปจัดตั้งสหภาพ ชักธง ต่อสู้กันเพื่อเกียรติยศ พูดภาษาแตกต่างกัน มีกฏหมาย ตะแลงแกง ความคิดที่ว่าครั้งหนึ่งพวกเขาเคยบริสุทธิ์ถูกเรียกว่าเป็นเพียง ‘ความฝัน’ 

น่าแปลกที่ความคิดนี้ทำให้เราที่ชื่นชอบในเอกลักษณ์ ความแตกต่างทางวัฒนธรรมของแต่ชาติเริ่มมองว่าการแบ่งแยกกันมันน่าขำขึ้นมานิดหน่อย นึกสงสัยและอยากเห็นโลกที่มนุษย์ใช้ชีวิตอย่างบริสุทธิ์และเป็นหนึ่งเดียวกันในความฝันบ้าง

ซิสชอบการพรรณนาที่เหมือนเราได้วาร์ปไปอยู่ข้างๆ ตัวเอก เดินตามหลังตัวเอกบนถนนมืดๆ ในคืนที่เขาตัดสินใจจะจบชีวิต ได้เข้าไปอยู่ในห้องคับแค้นบรรยากาศอึมครึมน่าหดหู่นั้น ยืนมองเขาที่นั่งอยู่บนเก้าอี้นวมและจ้องมองปืนที่อยู่ตรงหน้า และได้ไปสัมผัสดินแดนแห่งความผาสุขที่ทุกคนอยู่อย่างสันติ เรากลายเป็นผู้เฝ้ามองชีวิตชายคนหนึ่งจากสภาวะสิ้นหวังกลายเป็นสภาวะรู้แจ้งถึงสัจธรรม

ภาษาสละสลวยแต่เข้าใจยาก ซิสต้องใช้วิธีอ่านออกเสียงเพื่อทำความเข้าใจเรื่องราว เปิดย้อนกลับไปอ่านหน้าก่อนหน้านั้นหลายรอบเพราะสติหลุด เอ๊ะ! พูดถึงไหนแล้ว ทำไมมาโผล่เรื่องนี้ ตอนนี้อยู่ในความฝันหรือความจริง เล่มนี้มีการสะกดผิดอยู่บ้าง แต่ไม่ถึงขนาดขัดใจ

ซื้อหนังสือ You are a badass อยากทำก็ทำ! อย่าให้คำพูดคนฆ่าคุณ

ฝันของคนบ้า

เรื่องสั้นระดับโลกอันทรงพลัง ที่เปิดวิถีขัดขืนระหว่างจิตใต้สำนึก กับอารมณ์เร้าพฤติกรรมด้านมืด ผลงานชิ้นเอกของ “ฟีโอดอร์ ดอสโตเยฟสกี้” นักเขียนนามก้องโลกชาวรัสเซีย ที่เปิดวิถีขัดขืนระหว่างอารมณ์ด้านมืด กับมโนธรรมได้กว้างจนไร้ข้อกังขา สะท้อนโศกนาฏกรรมในจิตของมนุษย์ได้หลายแง่มุม ซึ่งปะทะความจริงของสังคมวิปลาสทันยุคสมัยได้โดยไร้พรมแดนเวลา

Leave a Reply