You are currently viewing คริสต์มาสนี้ที่ฮิโรชิม่า (Hiroshima) สันติภาพและใบไม้แดง

คริสต์มาสนี้ที่ฮิโรชิม่า (Hiroshima) สันติภาพและใบไม้แดง

ขอต้อนรับทุกคนเข้าสู่เมืองฮิโรชิม่า (Hiroshima) เมืองที่ 4 ในทริปนั่งรถไฟเที่ยวญี่ปุ่น 7 วัน 9 เมืองช่วงคริสต์มาสของเราเองค่ะ โดยสองวันก่อนหน้านี้เราไปเยือนเมืองเวทมนต์ ยูฟุอิน, เมืองใหญ่ที่สุดของเกาะคิวชู ฟุกุโอกะ และนั่งเรือเฟอร์รีตามรอยโคนันบนเกาะมิยาจิม่า

‘ฮิโรชิม่า’ ชื่อเมืองที่คุ้นเคยจากหนังสือเรียนวิชาประวัติศาสตร์โลก เป็นหนึ่งในสองเมืองโชคร้าย ถูกระเบิดนิวเคลียร์จากสงครามโลกครั้งที่สอง ที่ไม่เพียงเปลี่ยนแปลงญี่ปุ่นแต่ยังเปลี่ยนโลกทั้งใบไปตลอดกาล

ปัจจุบันฮิโรชิม่ากลายเป็นเมืองแห่งสันติภาพ สงบและสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งเท่าที่เราเคยไปมาเลย มองเพียงผิวเผินแทบไม่เห็นประวัติศาสตร์อันปวดร้าวที่ซ่อนอยู่ ภายในเมืองเต็มไปด้วยสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ งานศิลปะ และนานาพิพิธภัณฑ์มากกว่า 10 แห่งในเมืองเดียว

วิธีเดินทางเที่ยวในเมืองฮิโรชิม่า เราอาศัยนั่งรถบัส รถแทรม หรือรถรางบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะเดินค่ะ เนื่องจากมีแลนด์มาร์กมากมายอยู่ใกล้ๆ กัน เดินเพียงสิบนาทีกว่าๆ ก็ถึง อากาศดี ผู้คนคึกคักแต่ไม่วุ่นวาย ทำให้เหมาะแก่การเดินเที่ยวชิลๆ

พิพิธภัณฑ์สันติภาพฮิโรชิม่า

จุดเช็คอินแรกที่เรามาเยือนอยู่ห่างจาก Simple Stay โฮสเทลที่เราพักเมื่อคืนแค่เดินห้านาทีเท่านั้น นั้นคือ พิพิธภัณฑ์สันติภาพฮิโรชิม่า (Hiroshima Peace Memorial Museum) แม้จะเป็นวันที่ 3 ของทริปแล้ว แต่เรายังคงไม่ชินกับอากาศ 8 องศา เลยแต่งตัวเต็มยศทั้งถุงน่องและเสื้อฮีทเทค หมวกไหมพรม ผ้าปิดจมูก และถุงมือ จัดเต็มขนาดนี้ยังเดินขาสั่นเป็นลูกเจี๊ยบ ในขณะที่สาวๆ ท้องถิ่นใส่มินิสเกิร์ตเดินสวยๆ กันสบายๆ

พิพิธภัณฑ์สันติภาพฮิโรชิม่าเป็นส่วนหนึ่งของสวนสันติภาพ (Peace Park) สวนสาธารณะที่ให้ความรู้สึกสงบและสร้างสรรค์ เพราะเต็มไปด้วยผลงานศิลปะ รูปปั้น แม้แต่อาคารพิพิธภัณฑ์ยังถูกออกแบบให้มีรูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์ ถ้าจะเรียกว่าเมืองนี้เป็นเมืองแห่งศิลปะด้วยก็คงได้

ค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์สันติภาพฮิโรชิม่าราคาเพียง 200 เยน (~58 บาท) งานนิทรรศการมีทั้งหมด 4 ชั้น เดินตามลูกศรไปได้เลยค่ะ เขาวางลำดับเรื่องราวไว้ดีมากๆ เริ่มจาก เมืองฮิโรชิม่าช่วงก่อนสงคราม เมืองตอนโดนระเบิดนิวเคลียร์ ความเป็นอยู่หลังเหตุการณ์นิวเคลียร์ และเมืองแห่งสันติภาพในปัจจุบัน

ภาพด้านบนเป็นเมืองฮิโรชิม่าก่อนเกิดเหตุการณ์ปรมาณู วิถีชีวิตที่สุขสงบเหมือนกับเมืองอื่นทั่วไป ภาพของนักเรียนประถมและคุณครูในโรงเรียนแห่งหนึ่ง

6 สิงหาคม 1945 วันที่เปลี่ยนแปลงผู้คนในเมืองฮิโรชิม่าและโลกทั้งใบไปตลอดกาล เมื่อระเบิดปรมาณูที่มีชื่อเล่นว่า Little Boy ถูกปล่อยลงใจกลางเมือง มีวิดีโอสามมิติจำลองเหตุการณ์ตอนระเบิดถูกปล่อยลง จากเมืองสีเขียวฟ้ากลายเป็นทะเลเพลิงภายในพริบตา ไม่มีทางที่จะหนีหรือหลบซ่อนจากภัยร้ายนี้ได้เลย

ชาวเมืองต่างพยายามเอาชีวิตรอด บ้างก็กระโดดลงแม่น้ำเพื่อหนีจากความร้อนที่ละลายเหล็กได้ในพริบตา แต่น้ำในแม่น้ำก็เดือดระอุและปนเปื้อนไปด้วยกัมมันตภาพรังสี บ้างก็ตะเกียกตะกายออกจากซากตึกที่ถล่มลงจากแรงระเบิด พ่อแม่กรีดร้องตามหาลูก เด็กๆ ร้องไห้หาพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย ครอบครัวกระจัดกระจายกันไปคนละทาง

รอยเสื้อผ้าขาดวิ่นจากการเผาไหม้ โลหะเหล็กกล้าบุบละลาย ผู้คนที่ยังมีชีวิตอยู่ต้องทุกข์ทรมานจากรังสี ซากประวัติศาสตร์เหล่านี้ทำให้เรารู้ทันทีว่า สิ่งที่เกิดขึ้นมันคือนรกบนดินของจริง เลวร้ายเกินกว่าจะจินตนาการ ไม่มีใครหรือสิ่งมีชีวิตใดในโลกสมควรเจอกับสิ่งนี้อีก

เพื่อทำให้โลกได้ตระหนักถึงความรู้สึกนี้ สภาพน่าหดหู่ใจหลังเกิดระเบิดปรมาณูจึงถูกเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เป็นสิ่งที่คอยย้ำเตือนถึงความน่ากลัวของสงครามและการเข่นฆ่ากันของมนุษย์

ชาวเมืองฮิโรชิม่าและชาวญี่ปุ่นยังคงจดจำความเลวร้ายในครั้งนั้น แปรเปลี่ยนมันให้กลายเป็นสิ่งดีงาม สร้างเมืองที่สงบสุขและเผยแพร่สันติภาพ เพื่อให้การทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ในสงครามที่ฮิโรชิม่าและนางาซากิเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายของมนุษยชาติ

เราเคยได้เห็น ได้ยิน ได้อ่านถึงความน่ากลัวของฤทธานุภาพของระเบิดนิวเคลียร์มามากมาย แต่การได้มาเห็นของจริงผ่านวัตถุสิ่งของที่หลงเหลืออยู่ ได้ฟังจากคนที่รอดชีวิต มันน่าหดหู่เกินจินตนาการมาก

อนุสรณ์สถานสันติภาพฮิโรชิมะเพื่อระลึกถึงเหยื่อผู้เสียชีวิตด้วยปรมาณู

อนุสรณ์สถานสันติภาพฮิโรชิมะเพื่อระลึกถึงเหยื่อผู้เสียชีวิตด้วยปรมาณู (Hiroshima National Peace Memorial Hall for the Atomic Bomb Victims) อยู่ห่างจากพิพิธภัณฑ์สันติภาพไปเพียงเดิน 5 นาที เข้าชมได้ฟรี ภายในส่วนใหญ่ห้ามถ่ายรูป เลยเก็บภาพมาได้เพียงภายนอก

ที่นี่เป็นหอที่ระลึกถึงผู้เสียชีวิตจากปรมาณู โดยมีชื่อ ใบหน้า รูปถ่าย รวมถึงเสียงถูกเก็บบันทึกไว้ ไม่เพียงผู้เสียชีวิตตอนที่เกิดระเบิด แต่รวมถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกัมมันตรังสีหลังจากนั้น

สวนสันติภาพ

หลังจากออกมาจากอาคารก็มาเดินเล่นใน สวนสันติภาพ (Peace Park) เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ที่ตั้งของสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างพิพิธภัณฑ์สันติภาพและหอระลึกถึงผู้เสียชีวิตที่เราไปมาก่อนหน้านี้ รวมถึงเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์สันติภาพของเด็ก หรือรูปปั้นซาดาโกะกับนกกระเรียนพันตัว

จะเรียกที่นี่ว่าสวนแห่งศิลปะและความคิดสร้างสรรค์ก็คงได้เช่นกัน เพราะมีรูปปั้น งานศิลปะ สถาปัตยกรรมแปลกๆ ไปจนถึงรูปร่างต้นไม้เลย

อนุสาวรีย์สันติภาพของเด็ก

อนุสาวรีย์สันติภาพของเด็ก (Children’s Peace Monument) หรือสถานที่ตั้งของรูปปั้นซาดาโกะจากตำนานนกกระเรียนหนึ่งพันตัว เด็กหญิงซาดาโกะเป็นผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทิ้งระเบิดปรมาณู แม้จะโชคดีที่เธอไม่ได้รับบาดเจ็บจากระเบิด แต่หลังจากนั้นเธอก็ป่วยเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวจากผลกระทบของกัมมันตภาพรังสี

ซาดาโกะและเพื่อนๆ เชื่อว่าหากพับนกกระเรียนได้หนึ่งพันตัว คำอธิษฐานจะเป็นจริง พวกเขาจึงช่วยกันพับและอธิษฐานให้เธอหายป่วย แต่สุดท้ายเธอก็จากโลกไปในวัยเพียง 12 ขวบเท่านั้น เรื่องเล่าสะเทือนใจนี้เป็นการตอกย้ำถึงผลพวงความน่ากลัวจากสงคราม สุดท้ายแล้วการพับนกกระเรียนจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของสันติภาพในปัจจุบัน

โดมปรมาณู

อนุสรณ์สันติภาพฮิโระชิม่า (Atomic Bomb Dome) หรือโดมปรมาณู เป็นอาคารที่อยู่ใกล้จุดศูนย์กลางของนิวเคลียร์มากที่สุด แต่ตัวอาคารยังคงทนอยู่ได้จึงถูกเก็บรักษาไว้ในสภาพเดิม เดิมทีเป็นศูนย์การประชุมพาณิชยกรรมแห่งฮิโรชิม่า

สามารถเดินชมรอบๆ รั้วได้ ตอนที่เราไปไม่มีการเปิดให้เข้าไปดูด้านใน

ปราสาทฮิโรชิม่า

หลังจากเดินวนรอบสวนสันติภาพจนครบแล้ว เราเดินต่อมายัง ปราสาทฮิโรชิม่า (Hiroshima Castle) เดินจากโดมปรมาณูมาเพียง 15 นาที แต่เราเดินเกือบครึ่งชั่วโมงเพราะหนาวจนขาสั่น 🥶

พอผ่านประตูทางเข้าเข้าไปจะเจอกับป้อมนิโนมารุ (Ninomaru) เป็นอาคารยาวรอบกำแพงชั้นนอก เข้าชมได้ฟรี ถอดรองเท้าเดินเข้าไปดูได้เลย ภายในส่วนใหญ่เป็นของจำลอง

เดินเข้ามาด้านในผ่านสวน จะเจอตัวปราสาทฮิโรชิม่า (Hiroshima Castle) ดูเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนกับปราสาทที่ไหนในโลก ค่าเข้า 370 เยน (~100 บาท) เสน่ห์อย่างหนึ่งของญี่ปุ่นที่เราชอบเป็นพิเศษคือ จุดปั้มแสตมป์ให้สะสมเป็นที่ระลึก 💜

ภายในเป็นวัตถุโบราณ เช่น ชุดเกราะนักรบ ตราสัญลักษณ์ เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย ส่วนใหญ่ห้ามถ่ายรูป มีแค่บางจุดที่ถ่ายรูปได้ ต้องดูป้ายสัญลักษณ์ดีๆ สารภาพว่าเรารัวถ่ายรูปไปเยอะมาก แล้วเพิ่งเห็นป้ายห้ามถ่ายรูปอันเล็กๆ เก็บกล้องแทบไม่ทัน

มีชุดกิโมโนกับชุดเกราะนักรบให้ใส่ถ่ายรูปได้ด้วย

ภาพด้านบนนี้ ทีแรกเราคิดว่าเป็นงานเศร้า เพราะทุกคนแต่งชุดดำ แต่พอลองดูดีๆ เห็นผู้หญิงผู้ชายเดินนำหน้าขบวน ฝ่ายหญิงแต่งชุดขาว มีผ้าคลุมหน้า ทุกคนก็ดีมีสีหน้าแจ่มใส เด็กๆ วิ่งเล่นสนุกสนาน เลยคิดว่าไม่น่าใช่งานเศร้าแล้ว พอมาหาข้อมูลดูพบว่า น่าจะเป็นงานมงคลสมรสสไตล์ญี่ปุ่น ชุดสีดำคือสีที่สุภาพเรียบร้อย เป็นทางการ จึงถือเป็นมาตรฐานของคนญี่ปุ่น ไม่จำเป็นต้องแต่งเฉพาะงานอาลัยอย่างเดียว ดังนั้นถ้าเราแต่งงาน แล้วมีคนญี่ปุ่นแต่งชุดดำมาอย่าเพิ่งตกใจ เขาแค่แสดงความเคารพและให้เกียรติงานเท่านั้นเอง

สวนชุคเคเอน

สวนชุคเคเอน (Shukkeien Garden) สวนใหญ่ใจกลางเมืองฮิโรชิม่า เหมือนหลุดมาอยู่อีกโลกหนึ่ง รายล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่นานาชนิด ค่าเข้า 210 เยน (~60 บาท) เราซื้อของกินจากร้านสะดวกซื้อมานั่งกินในศาลาในสวน เหมือนได้มาปิกนิกเลย

เป็นสถานที่ที่รัวชัตเตอร์โดยไม่ต้องคิด ไม่ต้องแต่งภาพ ก็ได้ภาพสวยออกมาทุกมุม สีเขียว สีแดง สีเหลือง และสีส้มของต้นไม้ใบหญ้าในฤดูใบไม้ร่วง ตัดกับสีฟ้าสดใสและเมฆขาวเต็มท้องฟ้า เป็นสถานที่ทำให้รู้สึกสงบ เหมือนไม่มีความทุกข์ใดๆ เหลืออยู่ในใจเลย

หินเห็ดแห่งโชคดี

ทั้งสวนประทับใจหินก้อนนี้ที่สุดแล้ว ขณะที่เราเดินผ่านไป มีคุณลุงชาวญี่ปุ่นที่น่าจะเป็นสตาฟของสวนเรียกเราไว้ คุณลุงชี้ไปที่หินก้อนนี้พร้อมรัวภาษาญี่ปุ่น คงคิดว่าเราเป็นคนญี่ปุ่น (อีกแล้ว) เราก็ทำหน้าเอ่อ Excuse me พอคุณลุงรู้ว่าไม่ใช่คนญี่ปุ่นก็พยายามเรียบเรียงคำพูด จนสุดท้ายได้รู้ว่า หินที่ลุงชี้อยู่นี้มันคือ หินเห็ด ที่เกิดจากเทวดาประทับเท้าบนหินก้อนนี้จนมันแบนรูปร่างเหมือนเห็ด ถ้าได้นั่งบนหินก้อนนี้จะได้รับพรจากเทวดา ลุงจึงเรียกให้เราแวะนั่งที่หินก้อนนี้จะได้โชคดี ปลื้มอีกแล้ว! ลุงน่ารักมาก แม้ภาษาอังกฤษคุณลุงจะไม่แข็งแรง และภาษาญี่ปุ่นของเราเป็นศูนย์ แต่คุณลุงก็พยายามสื่อสารอยู่นานเป็นสิบกว่านาที จนเราได้รู้เรื่องน่ารักๆ นับเป็นเรื่องโชคดีจากเจ้าหินเห็ด

ที่จริงๆ ข้างๆ สวนชุคเคเอนมี พิพิธภัณฑ์ศิลปะจังหวัดฮิโรชิม่า (Hiroshima Prefectural Museum) ด้วย รั้วติดกันเลย เราไม่ได้มีโอกาสเข้าไปดู แต่ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์เป็นกระจกใสเลยพอเห็นบางส่วน ข้างในเป็นเหมือนอาร์ตแกลอรี่ มีภาพวาด รูปปั้น งานศิลปะต่างๆ ไว้ เหมาะกับสายอาร์ต มีร้านกาแฟไว้นั่งพักผ่อนได้

พิพิธภัณฑ์เด็กฮิโรชิม่า

พิพิธภัณฑ์เด็กฮิโรชิม่า (Hiroshima Children’s Museum) ค่าเข้าชมบวกค่าดูท้องฟ้าจำลอง 510 เยน (~148 บาท) เหมือนเป็นสวนสนุกวิทยาศาสตร์ของเด็กๆ มีแต่เด็กน้อยวัยอนุบาลจนถึงประถม เขินนิดๆ นะเนี่ย มีการทดลองวิทยาศาสตร์สุดล้ำที่แม้แต่เด็กจบจากคณะวิทยาศาสตร์อย่างดิฉันยังต้องอ้าปากค้าง มันคืออะไรหว่า

ท้องฟ้าจำลองของเขานอนสบายมาก แน่นอนว่าเราเข้าไปหลับ ฮ่าๆ เบาะนุ่มปรับเอนนอนได้เป็นโซฟาเลย เสียงคนบรรยายก็ละมุนอย่างกับ ASMR การบรรยายกลุ่มดาวคล้ายกับท้องฟ้าจำลองที่ไทย แต่ช่วงหลังจะมีตัวการ์ตูนที่เป็นมาสคอตของพิพิธภัณฑ์โผล่มาให้ความรู้ เหมือนดูโดราเอม่อน

Leave a Reply