รีวิวเที่ยวญี่ปุ่น เกาะมิยาจิม่า (Miyajima)

ตามรอยโคนันบนเกาะมิยาจิม่า (Miyajima) ขึ้นกระเช้าลอยฟ้า ปีนเขามิเซน

เมืองที่ 3 : เมืองฮัตสึกาอิจิ (Hatsukaichi) เริ่มต้นวันที่สองของทริปนั่งรถไฟเที่ยวญี่ปุ่น 7 วัน 9 เมือง วันนี้เราจะไปตามรอยเจ้าหนูยอดนักเผือกโคนันกันที่เกาะมิยาจิม่า หรืออีกชื่อ เกาะอิทสึคุชิมะ แห่งเมืองฮัตสึกาอิจิ ซึ่งเป็นเมืองที่ 3 ของทริป หลังจากที่วันแรกไปเยือนเมืองเทพนิยายยูฟุอินและเที่ยวตามสถานีรถไฟในเมืองฟุกุโอกะ

ความจริงไม่ได้ตั้งใจจะตามรอยโคนัน แต่ระหว่างเที่ยวกลับรู้สึกคุ้นเคยเหลือเกินทั้งที่มาเป็นครั้งแรก มานึกได้ว่าเจ้าหนูโคนันเคยมาเยือนที่เกาะแห่งนี้ตอนทัวร์เจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ในฮิโรชิม่าและมิยาจิม่า พอลองเอารูปที่ถ่ายไว้มาเทียบ “เห้ย! เป๊ะเว่อร์” ราวกับจงใจเดินตามรอยเท้าแก็งตาลุงโมริ เลยขอโมเมว่านี่คือ ทริปตามรอยโคนันภาคเกาะมิยาจิม่า!

ออกเดินทางสู่เกาะมิยาจิม่า

จุดเริ่มต้นของเราคือ โฮสเทลใจกลางเมืองฮากาตะ จังหวัดฟุกุโอกะที่เราพักเมื่อคืน เริ่มต้นเช้าแสนสวยงามด้วยความวุ่นวายเพราะตื่นสายไปสามชั่วโมง! ยังไม่ทันอรุณสวัสดิ์เพื่อนร่วมห้องและแปรงฟัน ก็ต้องรีบเก็บข้าวของ วิ่งฝ่าลมหนาวไปสถานีรถไฟฮากาตะแล้ว

ถึงจะผิดแผนจนอดแวะปั่นจักรยานชมเมืองยามากุจิ แต่ดีที่ได้มีเวลาเที่ยวเกาะมิยาจิม่านานขึ้น พอไปสัมผัสจริงๆ ก็พบว่าเที่ยววันเดียวไม่พอ ถ้าได้นอนค้างบนเกาะ วิวตอนกลางคืนต้องสวยมากแน่ๆ

เส้นทางที่เร็วที่สุดจากเมืองฟุกุโอกะไปเกาะมิยาจิม่าต้องนั่งรถ 3 ต่อ ได้แก่

  1. ชินคันเซน: สถานีฮากาตะ → สถานีฮิโรชิม่า
  2. รถไฟท้องถิ่น JR: สถานีฮิโรชิม่า → สถานีมิยามากุจิ
  3. เรือเฟอร์รี: สถานีมิยามากุจิ → เกาะมิยาจิม่า


🚅 ชินคันเซน: ฟุกุโอกะ → ฮิโรชิม่า

กำตั๋วพร้อมแล้วออกเดินทางกันเลย! ทริปนี้เราใช้ JR Sanyo-San’in Pass นั่งชินคันเซนได้ตลอดทางจากเมืองฟุกุโอกะไปจนถึงเมืองโอซาก้า รวมถึงเมืองที่อยู่ระหว่างทางอย่างฮิโรชิม่า หากไม่ได้จองที่นั่งล่วงหน้า ต้องนั่งที่ตู้ Non-Reserved Seat ซึ่งมักจะอยู่โบกี้ 1-3

JR Sanyo San’in Pass ราคา 5,300 บาท สะดวกคุ้มค่ามาก แตะปุ๊บเข้าได้ปั๊บ ยิ่งเวลารีบเปลี่ยนรถ ไม่ต้องเสียเวลาซื้อตั๋วใหม่ ซึ่งเราใช้เดินทางเที่ยว 9 เมือง ถ้าซื้อตั๋วแยก แค่จากเมืองฮากาตะมาเกาะมิยาจิม่าก็ราคาเกือบ 1,600 บาทแล้ว ดังนั้นถ้าเที่ยวหลายเมือง ข้ามจังหวัดไกลๆ แนะนำ JR Pass คุ้มค่ะ

ได้ขึ้นชินคันเซนครั้งแรกแล้ว เลือกที่นั่งริมหน้าต่างด้วยความตื่นเต้นมาก ตั้งใจจะชมวิว ปรากฏว่าเร็วสมคำร่ำลือ เร็วจนวิวเป็นภาพเบลอ แถมรอดอุโมงค์ตัดเขาบ่อย ที่นั่งนุ่มนิ่มสบาย มีที่ชาร์จแบตพร้อมป้ายคู่มือเส้นทางรถไฟภาษาไทยด้วย

อีกสิ่งที่ตอกย้ำความมีระเบียบของคนญี่ปุ่นคือ เราสังเกตว่าทุกครั้งที่ลงจากรถไฟ พวกเขาจะปรับเบาะที่นั่งที่เอนไว้ให้กลับที่เดิมเสมอ ดูเป็นระเบียบสบายตา หลังจากนั้นเราเลยติดนิสัยปรับเบาะกลับมาเมืองไทยด้วยเลย

นายรถไฟสุภาพมาก คอยหลบทางให้ผู้โดยสารเดินก่อนเสมอ ช่วยยกกระเป๋าเก็บให้โดยไม่ต้องขอ พี่จัดให้เอง หันโค้งคำนับให้ผู้โดยสารทุกครั้งก่อนเดินไปโบกี้ถัดไป ไม่ว่าต้องทำซ้ำกี่รอบ เขาก็ทำอย่างปราณีต ทำให้นึกได้ว่าตั้งแต่มาที่ญี่ปุ่น เจ้าหน้าที่ พนักงานร้านสะดวกซื้อ พนักงานโฮสเทล ทุกคนบริการดีและสุภาพมาก ยิ้มแย้ม กระตือรือร้นและช่วยเหลือเต็มที่ ไม่หน้ามุ้ยหรือแสดงออกว่าวันนี้เป็นวันไม่ดีของฉันเลย เป็นแรงบันดาลใจให้เราอยากมีจิตวิญญาณของผู้ให้บริการแบบนี้บ้าง

🚃 รถไฟ JR: ฮิโรชิม่า -> มิยาจิมากุจิ

มาถึงสถานีฮิโรชิม่าแล้ว เราต้องต่อรถอีกครึ่งชั่วโมงไปลงที่สถานีมิยามกุจิค่ะ เลือกไปได้หลายเส้นทางค่ะ ทั้งรถไฟฟ้า Tram, รถบัส และรถไฟท้องถิ่น JR เนื่องจากเราถือบัตร JR Pass อยู่แล้ว เลยเลือกรถไฟท้องถิ่น ขึ้นฟรีได้เลย

สถานีฮิโรชิม่าเป็นสถานีใหญ่ที่รวมทั้งชินคันเซน รถไฟธรรมดา รถไฟฟ้า รถบัส รถรางอยู่ด้วยกัน จึงหลายชานชาลามาก แต่ไม่ต้องกลัวหลงเลย มีป้ายบอกทางภาษาอังกฤษตลอดทาง หรือถามคนท้องถิ่นได้เลย ใจดีมากค่ะ เราแอบสะกิดถามน้องนักเรียนหญิงที่ยืนรอรถไฟอยู่ข้างหน้าว่า “Can this train go to Miyajimaguchi?” น้องยิ้มแย้มพยายามพูดช้าๆ ว่า “มิ-ยา-มา-กุ-จิ โอเค” พร้อมกับทำมือโอเคว่าไปได้เด้อ น่ารักมาก

🛥 เรือเฟอร์รี JR: มิยาจิมากุจิ -> เกาะมิยาจิม่า

มาถึงสถานีมิยามากุจิแล้ว ถนนโล่งมาก อากาศสดใสเหมาะกับการไปเดินเล่นบนเกาะ เรารีบเดินย่ำตุ้บตั้บไปตามป้ายชี้ทางไปยังเรือเฟอร์รี่เพื่อข้ามฟากไปยังเกาะมิยาจิม่า มีเพื่อนร่วมเดินทางกว่า 40 ชีวิต ส่วนมากเป็นนักท่องเที่ยวชาวเกาหลี จีน ไทย และญี่ปุ่น มีชาวฝรั่งโซนยุโรป อเมริกาเล็กน้อย หลังที่เมื่อวานไปเมืองยูฟุอินแล้วไม่เจอนักท่องเที่ยวฝรั่งเลย

รีวิวเที่ยวญี่ปุ่น เกาะมิยาจิม่า (Miyajima)

เดินตรงจากสถานีรถไฟ ข้ามถนนไปหนึ่งไฟแดงก็จะเจอท่าเรือเฟอร์รี่ข้ามฝากที่พร้อมจะพาเราสู่เกาะมรดกโลกมิยาจิม่าแล้วค่ะ

รีวิวเที่ยวญี่ปุ่น เกาะมิยาจิม่า (Miyajima)

เรื่องมหัศจรรย์ในทริปนี้คือ ต้นไม้นี้ยังอยู่ทรงเดิมเป๊ะแบบในโคนัน ซึ่งโคนันฉายตอนนี้ไปเมื่อปี 2009 เรามาเที่ยวปี 2019 สิบปีผ่านไปอยู่ทรงไหนทรงนั้น หนักแน่นมั่นคงจริงๆ

เรือข้ามฝากมี 2 เจ้าค่ะ สีแดงเป็นของ JR ส่วนสีน้ำเงินน่าจะเป็นของเอกชนอีกเจ้า ตั๋ว JR Pass ของเราใช้ขึ้นได้ทั้งรถไฟและเรือเฟอร์รี่ จึงเลือกเรือของ JR ค่ะ มีเรือออกทุก 15 นาที รอไม่นานค่ะ สักพักเรือเฟอร์รี่ลำใหญ่ก็พานักท่องเที่ยวกว่า 40 ชีวิตข้ามฝาก ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น เกาหลี คนไทย คนจีน ไต้หวัน และมีต่างชาติฝรั่งเพียงเล็กน้อย ซึ่งเมื่อวานเราไปยูฟุอิน ซึ่งเป็นเมืองตากอากาศของชาวญี่ปุ่นมา ก็ไม่เจอฝรั่งเลยแม้แต่คนเดียว

รีวิวเที่ยวญี่ปุ่น เกาะมิยาจิม่า (Miyajima)

ใช้เวลาเพียง 5 นาทีถึงเกาะมิยาจิม่าแล้วค่ะ ลมหนาวปะทะจนยืนกินลมข้างนอกเรือแทบไม่ไหว แต่ภาพคุณตาคุณยายชาวญี่ปุ่นจูงมือมาเดทกัน คุณตาเสียสละให้คุณยายได้นั่งที่เห็นวิวทะเลชัดที่สุดทำให้อบอุ่นใจโดยไม่ต้องใช้เตาผิง



ตะลุยเกาะมิยาจิม่า

รีวิวเที่ยวญี่ปุ่น เกาะมิยาจิม่า (Miyajima)

สิ่งแรกที่ออกมาต้อนรับ ไม่ใช่คนท้องถิ่นหรือกุ้งหอยปูปลาในทะเลญี่ปุ่น แต่เป็นเจ้ากวางน้อยแบมบี้ 🦌 โดดหย็องแหย็งจากริมชายหาดมาหานักท่องเที่ยว ดมฟุดฟิด หวังว่าจะมีขนมกวางเลียติดไม้ติดมือมาฝากกันบ้าง

ที่นี่เป็นเกาะกวางครอง น้องเชื่องมาก กระดิกนิ้วเรียกก็เดินมาหามาดมรอบๆ ตัว พอรู้ว่าไม่มีของกินให้ ก็สะบัดก้นหายไปเลย

ถนนคนเดิน ย่านละลายทรัพย์

เมื่อออกจากท่าเรือไปตามเส้นทางท่องเที่ยว จะเจอย่านละลายทรัพย์ที่เต็มไปด้วยร้านอาหารและร้านของที่ระลึก ตั้งยาวเรียงรายให้เลือกจนกระเป๋าตังค์สั่น เนื่องจากมีเวลาไม่มากและไม่ค่อยมีทรัพย์ให้ละลาย จึงได้แต่ทำใจแข็งเมินร้านซอฟต์ครีม ข้าวหน้าเนื้อ ทาโกะยากิ เมล่อนปัง ทงคัตสึ ขนมท้องถิ่นและกลิ่นหอมที่โชยมาตลอดทาง แล้วมุ่งไปปีนเขามิเซนเลย

ศาลเจ้าอิตสึคุชิมะ

เมื่อหลุดจากย่านร้านค้า จะเจอกับเสาโทริอิต้นแรกซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของทางไปศาลเจ้าอิตสึกุชิมะ (Itsukushima Shrine) เสาโทริอิสีแดงโดดเด่นกลางทะเลสีฟ้าคราม เป็นสมบัติประจำชาติญี่ปุ่นและมรดกโลก ตั้งตงาดมาเกือบสหัสวรรษหนึ่งแล้ว

ตอนกลางวันที่น้ำลง สามารถเดินเล่นตามชายหาดไปจนถึงตัวเสาได้ ขณะที่ตอนกลางคืนน้ำขึ้นสูงท่วมฐานเสา ศาลเจ้าเปิดไฟสีทองอร่ามตัดกับความมืดมิดจนดูเหมือนกำลังลอยอยู่กลางทะเล จุดชมเสาโทริอิที่ดีที่สุดคือภายในศาลเจ้าอิตสึกุชิมะ

รีวิวเที่ยวญี่ปุ่น เกาะมิยาจิม่า (Miyajima)

แล้วเสาโทริอิที่ว่าอยู่ไหนนะ?​ เสาสีแดงแปร๊ดน่าจะโดดเด่นตัดกับภูเขาและทะเลสีฟ้านี่นา มองไปเห็นแต่นั่งร้านมีผ้าคลุมสีขาวคลุมอยู่ พอดูโลเคชันในกูเกิลแมพส์ ชัดเลย! จุดของนั่งร้านคือที่ตั้งของเสาโทริอิสีแดง ไฮไลท์ที่ตั้งใจมาดูกลับปิดซ่อมบำรุงอยู่! บทเรียนครั้งนี้คือ อย่าลืมเช็คภาพถ่ายปัจจุบันก่อน ไม่ใช่ดูจากโคนันเมื่อสิบปีที่แล้ว โถ่!

หอสมบัติศาลเจ้าอิตสึคุชิมะ

รีวิวเที่ยวญี่ปุ่น เกาะมิยาจิม่า (Miyajima)

เดินถัดจากศาลเจ้าและเสาโทริอิไปนิด จะเจอกับหอสมบัติศาลเจ้าอิตสึคุชิมะ (Itsukushima Shrine Treasure Hall) หน้าตึกไม่มีป้ายภาษาอังกฤษบอกเลยเผลอเดินผ่านไป น่าเสียดายที่อดดูศิลปะวัตถุโบราณ

วัดไดกันจิ

ตรงข้ามหอสมบัติศาลเจ้าอิตสึคุชิมะคือ วัดไดกันจิ (Daiganji Temple) เป็นวัดเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น ว่ากันว่าวัดนี้ถูกบูรณะในปี 1201 ซึ่งก็กว่า 800 ปีมาแล้ว! มีพระพุทธรูปที่ถูกบันทึกว่าเป็นสมบัติแห่งชาติอยู่ถึง 4 รูป และหนึ่งในนั้นคือพระพุทธรูปยาคุชิเนียวไร ขอสารภาพว่าไม่สันทัดเรื่องศาสนา แต่ตื่นเต้นเพราะคุ้นว่าชื่อพระโพธิสัตว์องค์นี้ปรากฏอยู่ในโคนัน เดอะมูฟวี่ 7 คดีฆาตกรรมแห่งเมืองปริศนา

เซนโจคาคุและเจดีย์ห้าชั้น

รีวิวเที่ยวญี่ปุ่น เกาะมิยาจิม่า (Miyajima)

เซนโจคาคุและเจดีย์ห้าชั้น (Senjokaku Hall and Tahoto Pagoda) อยู่ติดกับศาลเจ้าอิตสึกุชิมะ ‘เซนโจคาคุ’ มีความหมายว่า ‘ศาลาเสื่อหนึ่งพันผืน’ เพราะที่นี่มีพื้นที่เท่ากับเสื่อทาทามิประมาณ 1,000 ผืนนั่นเอง

สวนโมมิจิดานิ

สวนโมมิจิดานิ (Momijidani Park) อยู่ตรงทางขึ้นเขามิเซน ‘โมมิจิ’ หมายถึง ‘ใบเมเปิ้ลญี่ปุ่น’ ซึ่งจะเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นเหลืองทอง ส้ม และแดงในฤดูใบไม้ร่วง ช่วงที่เราไปเป็นเดือนธันวาคม ฤดูใบไม้ร่วงกำลังจะเปลี่ยนผ่านเป็นฤดูหนาว เลยได้เห็นใบโมมิจิสีส้มแดงเต็มสวน

สวนโมมิจิดานิเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางปีนเขามิเซน การจะไปบนยอดเขามิเซนมี 2 เส้นทาง ทางแรกคือเดินผ่านป่าโมมิดาจิไปตามเส้นทางปีนเขา (Walking Trail) ใช้เวลา 2 ชั่วโมง ส่วนทางที่ 2 คือนั่งรถบัสขึ้นเขา 10 นาที ลงที่สถานีกระเช้าลอยฟ้ามิยาจิม่า และนั่งกระเช้าต่อ 10 นาทีถึงกลางยอดเขา จากนั้นเดินต่อ 30 นาทีถึงยอดเขา

ผู้หญิงที่มีต้นขาอันแข็งแรงอย่างเราอยากจะเดินชมป่าไม้ ร้องเพลง ทักทายสรรพสัตว์เป็นเจ้าหญิงดิสนีย์ เลยไปยืนลังเลอยู่ตรงสวนโมมิจิดานิ ข้างหน้ามีต้นไม้สีแดงยืนต้อนรับอย่างสดใส แต่มองลึกไปข้างในเป็นความมืดมิดชนิดที่ว่าถ้าหลุดเขาไปคงไม่มีใครเห็นเราแล้ว ท้องฟ้าก็เริ่มมืดครึ้ม แถมไม่เห็นใครเลือกเส้นทางปีนเขาเลย มีแต่คนต่อคิวรอรถบัส เลยหันหลัง ปาดเหงื่อ เดินไปต่อแถวรอขึ้นรถบัสดีกว่า กระเช้าลอยฟ้ามันก็ไม่ได้หานั่งง่ายๆ นี่ โฮะๆ

กระเช้าลอยฟ้ามิยาจิม่า

เรานั่งรถบัสฟรีเพื่อขึ้นไปยังสถานีกระเช้าลอยฟ้ามิยาจิม่า (Miyajima Ropeway) รถบัสมีคันเดียว มาทุกๆ 20 นาที ใช้เวลา 10 นาทีถึงสถานีกระเช้าลอยฟ้าที่หนึ่ง คุณลุงคนขับรถน่ารักมาก พูดบรรยายเป็นไกด์ด้วยน้ำเสียงสดใส ทำเอาเราตื่นเต้นไปด้วยแม้จะฟังไม่ออกก็ตาม

กระเช้าลอยฟ้ามิยาจิม่ามี 3 สถานีได้แก่ สถานีแรกโมมิจิดานิ (Momijidani), สถานีกลางคายาดานิ (Kayadani) และสถานีปลายทางชิชิอิวะ (Shishi-iwa) ซึ่งขึ้นไปจนเกือบถึงยอดเขามิเซน

กระเช้าลอยฟ้าของสถานีแรกมีที่นั่งสำหรับ 4 คน เนื่องจากคนรอต่อคิวเยอะ เราจึงได้นั่งกับคู่รักชาวไต้หวันที่มาฮันนีมูนกัน รู้สึกขัดเขินจากการเป็น กขค. เราเห็นเขากำลังเซลฟีกันอยู่เลยเสนอตัวไปว่า “Do you want to me to take a photo for you?” ฝ่ายชายปฏิเสธมาอย่างนุ่มนวลว่า “No, but thank you. And you?” อยากตอบเยส แต่แหม… เขาปฏิเสธเรามา เราก็เกรงใจเลยบอก “It’s okay”

สักพักเขาก็ชวนคุยว่ายูมาจากไหน พอรู้ว่าเรามาจากไทยแลนด์ก็โอ้เยเฮฮา เพราะฝ่ายชายทำงานในบริษัทที่มีสาขากรุงเทพฯ เลยมาไทยประจำ เขาถามต่อว่า “ยูมาคนเดียวหรอ? เดี๋ยวนี้เห็นคนไทยเริ่มเที่ยวต่างประเทศกันเยอะมาก เศรษฐกิจดีน่าดู” อิฉันปาดเหงื่อยิ้มตอบว่า “Probably”

เราเฉไฉไปเรื่องอื่นว่า “ปีที่แล้วไอไปไทเปมา” เขาก็ตาวาวบอกว่า “บ้านพวกเราอยู่ที่ไทเป” นี่เลยยอว่า “อาหารที่นั่นอร่อยนะ” เขาก็ทำหน้าไม่เชื่อใหญ่เลยเพราะเพื่อนร่วมงานคนไทยมักจะบ่นเสมอเวลาเขาซื้ออาหารไต้หวันไปฝาก (เอ้า คุณพี่!) เขาเล่าว่าเพื่อนเขาภูมิใจในอาหารไทยมาก เราเลยโมเมไปว่า “สงสัยเพื่อนยูอาจจะชอบอาหารรสจัดก็ได้ ฉันว่าอาหารไทเปอร่อยแต่ไม่ค่อยจัดจ้าน” เขาก็ถึงบางอ้อเลย ฝ่ายหญิงเลยบอกว่า “คราวหน้าลองทำซุป@%^#@ ไปให้เขาชิมดีกว่า” จำชื่อซุปไม่ได้แต่ว่าเผ็ดจี้ดแน่นอน เตรียมลิ้นเลยคุณพี่ที่บ่นว่าอาหารเขาไม่อร่อย ฮ่าๆ

ก่อนลงกระเช้าร่ำลา เขาก็ยื่นขนมกล่องสีทองวาววับให้ เป็นเค้กไข่จากร้านชื่อดังของไต้หวัน พวกเขาพกขนมจากบ้านเกิดติดตัวเวลาไปต่างบ้านต่างเมืองเพื่อเอาให้คนที่ใจดีกับเขา โอ้ย น่ารักมาก~ เอามือทาบอกอย่างตื้นตันและเสียดาย เราก็เอากระเป๋าลายช้างไทยติดตัวไปเพื่อให้เป็นของขวัญคนที่ใจดีเช่นกัน ซึ่งให้ไปหมดตั้งแต่วันแรกแล้ว เจอแต่คนใจดี

เส้นทางปีนเขามิเซน

รีวิวเที่ยวญี่ปุ่น เกาะมิยาจิม่า (Miyajima)

เมื่อนั่งกระเช้ามาถึงสถานีบนสุด ต้องเดินต่อเกือบ 30 นาทีจะถึงยอดเขา ระหว่างทางก็ชมป่าไม้เขียวขจีซึ่งเริ่มผลัดใบแล้ว เส้นทางเดินขึ้นเขาทำไว้อย่างดี เดินได้สบาย

เราเดินสวนกับคุณตาคุณยายที่ใช้ไม้เท้าช่วยเดินลงมาอย่างยิ้มแย้ม ในขณะที่เราดมพิมเสน ปาดเหงื่ออย่างเขินอาย ขอบคุณอากาศหนาวเย็นทำให้เสื้อผ้าที่ต้องใส่ซ้ำไปอีกหลายวันไม่ต้องชุ่มไปด้วยเหงื่อ

การแต่งกายสำหรับปีนเขา : ถ้าใส่รองเท้าปีนเขาก็ดีแต่ไม่จำเป็นค่ะ รองเท้าผ้าใบธรรมดาก็เอาอยู่ เพราะเขาทำทางปีนเขาไว้อย่างดี ดีกว่าฟุตบาทกทม. (เป็นเรื่องจริงที่น่าเศร้า 😂) ทางไม่ชันมากและไม่ค่อยลื่น ส่วนเสื้อผ้าแต่งตามฤดูได้เลย อย่างหน้าร้อนใส่กางเกงขาสั้นกับเสื้อกล้ามก็ได้ ไม่ต้องห่วงเรื่องแมลง ถึงจะมีป้ายเตือนให้ระวังงูและผึ้ง แต่เราไม่เจอแมลงเลย อาจจะออกมาฤดูอื่น

หากมองไปทางซ้ายมือจะพบทิวทัศน์สุดลูกหูลูกตาของทะเลเซโตะ เราต้องหยิบพิมเสนมาดมอีกครั้งเพราะวิงเวียง ไม่ได้เหนื่อยแต่เพราะความชันเขาเกือบ 70 องศา ความสูงหลายร้อยเมตร ไม่ดีต่อใจคนกลัวความสูงเลย แม้ทางเดินจะทำไว้อย่างดี แต่ไม่มีรั้วหรือเชือกกั้น กลิ้งลงไปทีโบกมือลาได้เลย

มาคนเดียวก็ไม่ต้องกลัวว่าจะหลงหายแล้วไม่มีใครตามหา เพราะเขามีเครื่องนับจำนวนคนปักไว้ระหว่างทางด้วย เป็นเซนเซอร์ที่คอยนับจำนวนคนที่ผ่านขึ้นเขาไปและกลับลงมา ถ้าไม่กลับออกมา เจ้าหน้าที่รู้แน่นอน

อาคารเรคะโดะ

หลังจากเดินฟังเสียงตัวเองหอบมาเกือบ 20 นาที ก็มาถึงเช็คมาร์กแรก อาคารเรคะโดะ (Reikado Hall) หรือถูกขนานนามว่า ‘อาคารแห่งเปลวไฟนิรันดร์’ มีเรื่องเล่าว่าท่านโคโบะไดชิ (Kobo Daishi) ผู้เผยแพร่ศาสนาพุทธนิกายมหายานในญี่ปุ่นได้จุดเทียนไว้ครั้นมาฝึกตนและสวดภาวนาที่เขามิเซนแห่งนี้ หลังจากนั้นเปลวไฟที่นี่ก็ถูกจุดต่อเนื่องเรื่อยมากว่า 1,200 ปีแล้ว สุดยอด!

ยอดเขามิเซน

รีวิวเที่ยวญี่ปุ่น เกาะมิยาจิม่า (Miyajima)

หลังจากไหว้พระขอพรไม่ให้เป็นลม พักเหนื่อย ก็เดินต่ออีก 10 นาทีถึงยอดเขามิเซน บนยอดเขาเป็นลานหินทรายกว้างมาก กลิ้งๆ ชมวิวได้ 360 องศาได้เลย มันว้าวมาก! ไม่ได้ว้าววิวทิวทัศน์เพราะวิวเหมือนระหว่างทางที่เราปีนเขาขึ้นมา แต่ว้าวที่เราขึ้นมาได้ไง อยากจะทำท่าแบบลูกเสือแล้วตะโกนว่า ยอดจริงๆ! ยอดจริงๆ! ยอดจริงๆ! 

อควาเรียมมิยาจิม่า

อควาเรียมมิยาจิม่า (Miyajima Aquarium) เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่อยากมาดู เห็นว่ามีโชว์แมวน้ำอุ๋งๆ แต่กว่าเราจะกลับลงมาจากเขามิเซนก็สี่โมงกว่าแล้ว ที่นี่พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าประมาณห้าโมง ดังนั้นสี่โมงกว่า ร้านรวง พิพิธภัณฑ์ รวมถึงอควาเรียมก็เริ่มทยอยปิดแล้ว เลยได้แค่เซลฟีหน้าอควาเรียม

บนเกาะยังมีที่เที่ยวอีกมากมาย รวมถึงโรงเตี๊ยมและโรงแรมสวยๆ ราคาค่อนข้างสูง แต่ที่ถ้าได้พักและอยู่ชมวิวตอนกลางบนเกาะจะต้องวิเศษมากแน่ๆ

ไฮไลท์ของเกาะมิยาจิม่าสำหรับเราไม่ได้อยู่บนหาดทราย แต่อยู่บนภูเขามากกว่า ชมป่าใบไม้แดง ขึ้นกระเช้าลอยฟ้า ปีนเขา ไหว้พระ ชมวิวบนยอดเขามิเซน จุดนี้ชาเลนจ์กล้ามขาและพลังปอดมาก ทำให้หันกลับมามองร่างกายตัวเองว่า ‘ฝันจะไปเทรกกิ้งที่เนปาลหรอ ยังเร็วไปสิบปียัยหนู!’



คืนนี้ฝากกายไว้ที่ Simple Stay Hiroshima

หลังออกจากเกาะมิยาจิม่ากลับสู่แผ่นดินใหญ่ เรานั่งรถไฟกลับมาที่สถานีฮิโรชิม่าซึ่งเป็นที่พักในคืนที่สอง โดยวันพรุ่งนี้มีแพลนตะลุยรอบเมืองฮิโรชิม่าหนึ่งวันเต็มกัน

เมื่อถึงสถานีฮิโรชิม่า เราต้องนั่งรถเมล์ต่อไปยังโฮสเทล Simple Stay Hiroshima ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับสวนสันติภาพฮิโรชิม่า การขึ้นรถเมล์ก็ชาเลนจ์อย่างกับเล่นควิซ เพราะมีชานชาลาเกือบ 20 จุด หลังจากเดินวน 1 รอบก็รู้ทันทีว่า ‘ฉันต้องขึ้นสายผิดแน่นอน’

เราเลยตัดสินใจไปถามทางจาก Hiroshima Tourist Information ที่อยู่ชั้นใต้ดินของสถานีรถไฟ เปิดประตูเข้าไปจะเจอคุณป้าใจดี แค่เราเอ่ยชื่อที่พัก คุณป้าก็ร้องอ๋อพร้อมอธิบายช้าๆ “Exit 1 นะ -> Go left นะ -> Platform 4 นะ -> ขึ้นรถนะ -> ผ่าน Peace Memorial Park ไป 1 สถานีนะ -> ลงที่ป้าย Heiwakouenmae นะ -> เดินตรงไปอีก 1 นาทีนะ -> ถึง Simple Stay เลย”

คุณป้าอธิบายเป็นขั้นแบบนี้จริงๆ แถมทวนซ้ำอีกครั้งให้มั่นใจว่าเราจำได้ ยังมองตามหลังเราตอนออกจากประตูเพื่อให้แน่ใจว่าเราเดินไปถูกทาง ต้องขอบคุณคุณป้าที่ช่วยไม่ให้เรายืนงงในดงรถบัสกลางความหนาว 7 องศา

Simple Stay Hiroshima เป็นโฮสเทลขนาดเล็กน่ารัก ตกแต่งอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน มีหนังสือการ์ตูนเป็นชั้นๆ พร้อมหุ่นกันดั้มตัวใหญ่รอต้อนรับ เราพักห้องพักผู้หญิงล้วน ซึ่งวันที่เข้าพักมีแขกไม่กี่คนเลยได้นอนโซนใครโซนมันอย่างสบายใจ น่าเสียดายที่ไม่มีฮีตเตอร์ ไม่มีแอร์ อากาศตามอุณหภูมิข้างนอกซึ่งคือหนาวฝุดๆ แม้ตัวจะอุ่นเพราะผ้าห่มอุ่นดี แต่ใบหน้าหนาวปากสั่น จะเอาหน้าซุกผ้าห่มก็ไม่ไหวเพราะมีฝุ่น โชคดีที่บุญกุศลจากการปีนเขาไหว้พระทำให้เราเพลียมากจนหลับสนิทแทบจะทันทีที่หัวแตะหมอน

อ่านต่อเมืองที่ 4 : คริสต์มาสนี้ที่ฮิโรชิม่า (HIROSHIMA) สันติภาพและสวนใบไม้แดง



Leave a Reply

Your email address will not be published.