รีวิวเที่ยวญี่ปุ่น เกาะมิยาจิม่า (Miyajima)

ตามรอยโคนันที่ เกาะมิยาจิม่า (Miyajima) นั่งกระเช้าลอยฟ้า ปีนเขามิเซน

วันที่สองของทริปนั่งรถไฟเที่ยวญี่ปุ่น 7 วัน 9 เมือง ขอพาทุกคนไปตามความจริงที่มีเพียงหนึ่งเดียว! ตามรอยเจ้าหนูยอดนักเผือกคนโปรดโคนันที่เกาะมิยาจิม่า (Miyajima Island) แห่งเมืองฮัตสึกาอิจิ เป็นเมืองที่สามในทริปนี้ หลังจากก่อนหน้าไปเที่ยวเมืองเทพนิยายยูฟุอินและเที่ยวตามสถานีรถไฟเมืองฟุกุโอกะมาแล้ว

ถึงจะตั้งชื่อตอนว่า ‘ตามรอยโคนัน’ แต่ความจริงไม่ได้ตั้งใจจะตามรอยตั้งแต่แรกหรอก พอกลับไทยแล้วถึงนึกได้ว่าเคยมีคดี(ของโคนัน)เกิดขึ้นที่เกาะมิยาจิม่านี่ พอลองเอารูปที่ถ่ายไว้มาเทียบ “เห้ย! เป๊ะเว่อร์” ราวกับจงใจเดินตามรอยเท้าแก็งตาลุงโมริทีละก้าว เลยขอโมเมเองว่านี่คือ ทริปตามรอยโคนัน ภาคเกาะมิยาจิม่าละกันนะ

1
ออกเดินทางไปเกาะมิยาจิม่า

เริ่มต้นเช้าแสนสวยงามด้วยความวุ่นวาย เราตื่นขึ้นมาในโฮสเทลใจกลางเมืองฮากาตะ จังหวัดฟุกุโอกะ ยังไม่ทันได้บอกอรุณสวัสดิ์เพื่อนร่วมห้องและแปรงฟัน ก็ต้องรีบเก็บข้าวของและวิ่งฝ่าลมหนาวไปสถานีรถไฟฮากาตะแล้ว ดันตื่นสายเพราะความโบ๊ะบ๊ะของตัวเอง นาฬิกาปลุกสั่นรัวๆ ตั้งแต่ตีห้าครึ่ง เราก็ตื่นมาด้วยความละเมอว่า เอ๊ะ กว่าจะถึงเวลาทำงานตั้งสิบโมง ร้านข้าวหน้าปากซอยยังไม่ตั้งร้านกันเลย คิดได้ดังนั้นก็สลบต่อ ตื่นมาอีกทีเก้าโมง! ใช่ค่ะ เราเมาขี้ตา คิดว่ายังอยู่บ้านที่กรุงเทพฯ เลยตื่นสาย อดแวะปั่นจักรยานชมเมืองยามากุจิเลย

ถึงจะผิดแผน แต่ก็เป็นเรื่องดีที่ได้มีเวลาเที่ยวเกาะมิยาจิม่านานขึ้น เกาะแห่งนี้เที่ยววันเดียวไม่พอจริงๆ เราเดินทางจากเมืองฟุกุโอกะไปเกาะมิยาจิม่าด้วยเส้นทางที่เร็วที่สุด โดยการนั่งรถ 3 ต่อ

  1. ชินคันเซน: สถานีฮากาตะ → สถานีฮิโรชิม่า
  2. รถไฟท้องถิ่น JR: สถานีฮิโรชิม่า → สถานีมิยามากุจิ
  3. เรือเฟอร์รี: สถานีมิยามากุจิ → เกาะมิยาจิม่า

🚅 ชินคันเซน: ฟุกุโอกะ → ฮิโรชิม่า

ที่จุดเริ่มต้นสถานีฮากาตะ ตอนเราไปถึงมีรถไฟชินคันเซนขบวน Nozomi กำลังจะเดินทางไปยังสถานีฮิโรชิม่าพอดี ทริปนี้เราใช้ JR Sanyo-San’in Pass นั่งชินคันเซ็นได้ตลอดทางจากเมืองฟุกุโอกะไปจนถึงเมืองโอซาก้า เมืองระหว่างทางอย่างฮิโรชิม่าก็ใช้ได้ด้วย หากไม่ได้จองที่นั่งล่วงหน้า ต้องนั่งที่โบกี้ Non-Reserved Seat มักจะอยู่โบกี้ 1-3

เอาล่ะ กำตั๋วพร้อมแล้วออกเดินทางกันเลย! ทั้งหมดนี้ใช้ JR Sanyo San’in Pass ใบเดียวเอาอยู่ทั้งทริป ขึ้นได้หมดทุกขบวนยันเรือเฟอร์รี่ คุ้มมาก สะดวกด้วย เวลารีบๆ ไม่ต้องซื้อตั๋วใหม่ แตะปุ๊บเข้าได้ปั๊บ JR Pass นี้ราคา 5,300 บาท ซึ่งเราใช้เดินทางเที่ยว 9 เมือง

ถ้าไม่ใช้ JR Pass แต่ซื้อตั๋วแยก แค่จากเมืองฮากาตะมาเกาะมิยาจิม่าก็ราคาเกือบ 1,600 บาทแล้ว ดังนั้นถ้าใครเที่ยวมากกว่า 4 เมืองขึ้นไป ข้ามจังหวัดไกลๆ แนะนำ JR Pass คุ้มกว่า

ได้ขึ้นชินคันเซนครั้งแรกแล้ว เราตื่นเต้นมากรีบไปหาที่นั่งริมหน้าต่าง ตั้งใจจะชมวิว ปรากฏว่าเร็วสมคำร่ำลือ เร็วจนมองไม่เห็นวิว รอดอุโมงค์ตัดเขาบ่อยๆ เลยหันมาชมวิวในรถไฟแทน ที่นั่งนุ่มนิ่ม นั่งสบาย มีที่ชาร์จแบตพร้อมป้ายคู่มือเส้นทางรถไฟภาษาไทยด้วย

อีกสิ่งที่ตอกย้ำความมีระเบียบของคนญี่ปุ่นคือ เราสังเกตว่าทุกครั้งที่ลงจากรถไฟ พวกเขาจะปรับเบาะที่นั่งที่เอนไว้ให้กลับที่เดิมเสมอ ถ้าเป็นเราก็คงปล่อยไว้ เคยชินกับการที่เดี๋ยวคนที่มานั่งต่อไปก็ปรับเอง แต่พอเห็นแบบนี้แล้วมันดูเป็นระเบียบสบายตา หลังจากนั้นเลยติดนิสัยปรับเบาะ เก็บเก้าอี้ให้เข้าที่เดิมกลับมาเมืองไทยด้วย

นายรถไฟสุภาพมาก คอยหลบทางให้ผู้โดยสารเดินก่อนเสมอ ช่วยยกกระเป๋าเก็บให้โดยไม่ต้องขอ พี่จัดให้เอง หันโค้งคำนับให้ผู้โดยสารทุกครั้งก่อนเดินไปโบกี้ถัดไป ไม่ว่าจะต้องโค้งกี่รอบ เขาก็ทำอย่างปราณีต ทำให้นึกได้ว่าตั้งแต่มาที่นี่ เจ้าหน้าที่ทุกคน คนขายของในร้านสะดวกซื้อ พนักงานโฮสเทล ทุกคนให้บริการดีและสุภาพมาก ยิ้มแย้มเสมอ พูดจากระตือรือร้นและให้ความช่วยเหลือเต็มที่ ไม่หน้ามุ้ยหรือแสดงออกว่าวันนี้เป็นวันไม่ดีของฉันเลย เป็นแรงบันดาลใจให้เราอยากมีจิตวิญญาณของผู้ให้บริการแบบนี้บ้าง

🚃 รถไฟ JR: ฮิโรชิม่า -> มิยาจิมากุจิ

มาถึงสถานีฮิโรชิม่าแล้ว ต่อรถไฟไปตะลุยเกาะมิยาจิม่า มีหลายชานชาลามาก ไม่ต้องกลัวหลงเลย เพราะมีป้ายบอกขบวนรถไฟ เวลา และชานชาลาภาษาอังกฤษบอกตลอด ถ้ากลัวผิดขบวนถามคนท้องถิ่นได้เลย ใจดีมากค่ะ เราแอบสะกิดถามน้องนักเรียนหญิงที่ยืนรอรถไฟอยู่ข้างหน้าว่า “Can this train go to Miyajimaguchi?” น้องดูภาษาอังกฤษไม่แข็งแรง แต่ยิ้มแย้มพยายามพูดช้าๆ ว่า “มิ-ยา-มา-กุ-จิ โอเค” พร้อมกับทำมือโอเคว่าไปได้เด้อ น่ารักมาก

เมื่อมาถึงฮิโรชิม่าแล้ว เราต้องต่อรถไฟอีกครึ่งชั่วโมง ลงที่สถานีมิยามกุจิค่ะ เลือกไปได้หลายเส้นทางค่ะ ทั้งรถไฟฟ้า Tram, รถบัส และรถไฟท้องถิ่น JR แน่นอนว่าเราถือบัตร JR Pass อยู่ เลยต่อรถไฟท้องถิ่นค่ะ ฟรีขึ้นได้เลย ดูขบวนรถไฟดีๆ ก่อนนะ เพราะมีหลายชานชาลาละลานตามาก แต่ทีนี่มีป้ายบอกขบวนรถไฟ เวลารถ และชานชาลาภาษาอังกฤษบอกตลอดค่ะ เลยไม่ต้องกลัวหลงเลย เพื่อความชัวร์เราสะกิดถามน้องนักเรียนหญิงน่ารักที่ยืนต่อคิวอยู่ข้างหน้าว่า “รถคันนี้ไปมิยามากุจิได้มั้ยคะ?” น้องดูลนลานในทีแรก อาจเพราะภาษาอังกฤษไม่แข็งแรง เราเลยทวนช้าๆ อีกครั้ง น้องพยายามสะกดทีละคำว่า “มิ-ยา-มา-กุ-จิ โอเค!” พร้อมทำมือโอเคและยิ้มหวานอย่างน่าเอ็นดู

🛥 เรือเฟอร์รี JR: มิยาจิมากุจิ -> เกาะมิยาจิม่า

มาถึงสถานีมิยามากุจิแล้ว ว้าว! เหมือนในโคนันเป๊ะ ถนนโล่งมาก อากาศสดใสเหมาะกับการไปเดินเล่นบนเกาะ เรารีบเดินย่ำตุ้บตั้บไปตามป้ายชี้ทางไปยังเรือเฟอร์รี่ของ JR เพื่อข้ามฟากไปยังเกาะมิยาจิม่า มีเพื่อนร่วมเดินทางกว่า 40 ชีวิต ส่วนมากเป็นนักท่องเที่ยวชาวเกาหลี จีน ไทย และญี่ปุ่น มีชาวฝรั่งโซนยุโรป อเมริกาเล็กน้อย หลังที่เมื่อวานไปเมืองเทพนิยายยูฟุอินแล้วไม่เจอชาวฝรั่งเลยแม้แต่คนเดียว 

รีวิวเที่ยวญี่ปุ่น เกาะมิยาจิม่า (Miyajima)

เวลาเกือบสิบเอ็ดโมง เราก็มาถึงสถานีมิยามากุจิแล้ว จากสถานีรถไฟข้ามถนนไปหนึ่งไฟแดงก็จะเห็นท่าเรือเฟอร์รี่ข้ามฝาก ที่พร้อมจะพาเราสู่เกาะมรดกโลกมิยาจิม่าแล้วค่ะ

รีวิวเที่ยวญี่ปุ่น เกาะมิยาจิม่า (Miyajima)

ความเซอร์ไพรส์คือต้นไม้นี้ยังอยู่ทรงเดิมเป๊ะแบบในโคนันเลยค่ะ ซึ่งโคนันฉายไปเมื่อปี 2009 เรามาเที่ยวปี 2019 สิบปีผ่านไปอยู่ทรงไหนทรงนั้น หนักแน่นมั่นคงจริงๆ

เรือข้ามฝากมี 2 เจ้าค่ะ สีน้ำเงินน่าจะเป็นของเอกชน ส่วนสีแดงเป็นของ JR ค่ะ แน่นอนว่าเราใช้ JR Pass ที่ขึ้นรถไฟ ขึ้นเรือเฟอร์รี่ฟรีได้ด้วย คุ้มสุดๆ เลย มีเรือออกทุก 15 นาที รอไม่นานค่ะ สักพักเรือเฟอร์รี่ลำใหญ่ก็พานักท่องเที่ยวกว่า 40 ชีวิตข้ามฝาก ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น เกาหลี คนไทย คนจีน ไต้หวัน และมีต่างชาติฝรั่งเพียงเล็กน้อย ซึ่งเมื่อวานเราไปยูฟุอิน ซึ่งเป็นเมืองตากอากาศของชาวญี่ปุ่นมา ก็ไม่เจอฝรั่งเลยแม้แต่คนเดียว

รีวิวเที่ยวญี่ปุ่น เกาะมิยาจิม่า (Miyajima)

ใช้เวลาเพียง 5 นาทีก็มาถึงเกาะมิยาจิม่าแล้วค่ะ

อากาศเริ่มเย็นลงจนยืนกินลมข้างนอกเรือแทบไม่ไหว แต่ภาพคุณตาคุณยายชาวญี่ปุ่นจูงมือมาเดทกัน คุณตาเสียสละให้คุณยายได้นั่งที่เห็นวิวทะเลชัดที่สุดทำให้อบอุ่นใจโดยไม่ต้องใช้เตาผิง


2
จุดเช็คอินบนเกาะมิยาจิม่า

รีวิวเที่ยวญี่ปุ่น เกาะมิยาจิม่า (Miyajima)

สิ่งแรกที่ออกมาต้อนรับเรา ไม่ใช่คนท้องถิ่นหรือกุ้งหอยปูปลาในทะเลญี่ปุ่น แต่เป็นเจ้ากวางน้อยแบมบี้ มันรีบโดดหย็องแหย็งจากริมชายหาดมาหานักท่องเที่ยว ดมฟุดฟิด หวังว่าจะมีขนมกวางเลียติดไม้ติดมือมาฝากกันบ้าง 🦌

ที่นี่เป็นเกาะกวางครอง น้องเชื่องมาก กระดิกนิ้วเรียกก็เดินมาหานะ มาดมรอบๆ ตัวเรา พอรู้ว่าไม่มีของกินให้ ก็สะบัดก้นหายไปเลย

ถนนคนเดิน ย่านละลายทรัพย์

เมื่อเดินออกจากสถานีเฟอร์รีไปตามเส้นทางท่องเที่ยว ก็จะเจอย่านละลายทรัพย์ที่เต็มไปด้วยร้านอาหารและร้านของที่ระลึก ตั้งยาวให้เลือกจนกระเป๋าตังค์สั่น เนื่องจากเรามีเวลาไม่มากและไม่ค่อยมีทรัพย์ให้ละลาย จึงได้แต่ทำใจแข็งเมินร้านซอฟต์ครีม ข้าวหน้าเนื้อ ทาโกะยากิ ทงคัตสึ ขนมท้องถิ่น และร้านที่มีกลิ่นหอมโชยมาตลอดทางเพื่อไปปีนเขามิเซน

ศาลเจ้าอิตสึคุชิมะ

เมื่อหลุดจากย่านร้านค้า จะเจอกับเสาโทริอิต้นแรก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของทางไป ศาลเจ้าอิตสึกุชิมะ (Itsukushima Shrine) ที่มีเสาโทริอิสีแดงโดดเด่นกลางทะเลสีฟ้าคราม เป็นสมบัติประจำชาติญี่ปุ่นและมรดกโลก ตั้งตงาดมาเกือบสหัสวรรษหนึ่งแล้ว

รีวิวเที่ยวญี่ปุ่น เกาะมิยาจิม่า (Miyajima)

ในตอนกลางวันที่น้ำลง เราสามารถเดินเล่นตามชายหาดไปจนถึงตัวเสาได้ ส่วนตอนกลางคืน น้ำขึ้นสูงท่วมฐานเสา ศาลเจ้าเปิดไฟสีทองอร่ามตัดกับความมืดมิด จนดูเหมือนศาลเจ้ากำลังลอยอยู่กลางทะเล ซึ่งจุดชมวิวที่เห็นเสาโทริอิสีแดงที่ดีที่สุดคือภายในศาลเจ้าอิตสึกุชิมะ

รีวิวเที่ยวญี่ปุ่น เกาะมิยาจิม่า (Miyajima)

แล้วเสาโทริอิที่ว่านั้นอยู่ไหนนะ?​ เสาใหญ่แดงแปร๊ดขนาดนั้นน่าจะโดดเด่นอยู่ในทะเลข้างหน้านี่ มองไปเห็นแต่นั่งร้านขนาดใหญ่มีผ้าคลุมสีขาวคลุมอยู่ พอดูโลเคชั่นในกูเกิ้ลแมพส์ ชัดเลย นั้นมันคือที่ตั้งของเสาโทริอิสีแดง ไฮไลท์ที่ตั้งใจมาดู เขาปิดซ่อมบำรุงอยู่! บทเรียนครั้งนี้ทำให้รู้ว่า ถ้าจะไปเที่ยวที่ไหน อย่าลืมเช็คภาพปัจจุบันก่อน ไม่ใช่ดูจากโคนันเมื่อสิบปีที่แล้ว

ถึงแม้จะไม่ได้เห็นเสาจริง ยังมีเสาจำลองอยู่หน้าศาลเจ้า ไซส์มินิน่รัก ดูเป็นศาลเจ้าที่ใหม่มาก น่าจะตั้งได้ไม่นาน

หอสมบัติศาลเจ้าอิตสึคุชิมะ

รีวิวเที่ยวญี่ปุ่น เกาะมิยาจิม่า (Miyajima)

หากใครชอบดูวัตถุโบราณต้องไม่พลาด หอสมบัติศาลเจ้าอิตสึคุชิมะ (Itsukushima Shrine Treasure Hall) ซึ่งเราพลาดไปแล้ว น้ำตาไหล จำหน้าตาตึกไว้นะ เพราะหน้าตึกไม่มีป้ายภาษาอังกฤษเลย เราตั้งใจจะไปดูศิลปะวัตถุโบราณที่นี่แหละ แล้วก็เดินผ่านหน้าตึกไปเฉย เพราะไม่รู้ว่าเป็นที่ที่เราตามหาอยู่ พอกลับมาเปิดดูโคนันถึงกับตบคอมปัง มันคือตึกนี้เองเรอะ!

วัดไดกันจิ

ตรงข้ามหอสมบัติศาลเจ้าอิตสึคุชิมะคือ วัดไดกันจิ (Daiganji Temple) เป็นวัดเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น ว่ากันว่าวัดนี้ถูกบูรณะในปี 1201 ซึ่งก็กว่า 800 ปีมาแล้ว! มีพระพุทธรูปที่ถูกบันทึกว่าเป็นสมบัติแห่งชาติอยู่ถึง 4 รูป และหนึ่งในนั้นคือพระพุทธรูปยาคุชิเนียวไร ขอสารภาพว่าไม่สันทัดเรื่องศาสนา แต่ตื่นเต้นเพราะคุ้นว่าชื่อพระโพธิสัตว์องค์นี้ปรากฏอยู่ในโคนัน เดอะมูฟวี่ 7 คดีฆาตกรรมแห่งเมืองปริศนา

เซนโจคาคุและเจดีย์ห้าชั้น

รีวิวเที่ยวญี่ปุ่น เกาะมิยาจิม่า (Miyajima)

ระหว่างทางไปขึ้นเขามิเซนและกระเช้าลอยฟ้า จะพบกับ เซนโจคาคุและเจดีย์ห้าชั้น (Senjokaku Hall and Tahoto Pagoda) อยู่ติดกับศาลเจ้าอิตสึกุชิมะเลย ‘เซนโจคาคุ’ มีความหมายว่า ‘ศาลาเสื่อหนึ่งพันผืน’ เพราะที่นี่มีพื้นที่เท่ากับเสื่อทาทามิประมาณ 1,000 ผืนนั้นเอง

สวนโมมิจิดานิ

สวนโมมิจิดานิ (Momijidani Park) อยู่ตรงทางขึ้นเขามิเซน ‘โมมิจิ’ หมายถึง ‘ใบเมเปิ้ลญี่ปุ่น’ ซึ่งจะเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นเหลืองทอง ส้ม และแดงในฤดูใบไม้ร่วง ช่วงที่เราไปเป็นเดือนธันวาคม ฤดูใบไม้ร่วงกำลังจะเปลี่ยนผ่านเป็นฤดูหนาว เลยได้เห็นใบโมมิจิสีส้มแดงเต็มสวน

สวนโมมิจิดานิเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางปีนเขามิเซน ซึ่งการจะไปบนยอดเขามิเซนไปได้ 2 เส้นทางคือ เดินผ่านป่าใบไม้แดงโมมิดาจิไปตามเส้นทางปีนเขา (Walking Trail) ใช้เวลา 2 ชั่วโมง หรือนั่งรถบัสขึ้นไป 10 นาทีถึงกระเช้าลอยฟ้ามิยาจิม่า และนั่งกระเช้าต่ออีก 10 นาทีถึงกลางยอดเขา

ผู้หญิงที่มีต้นขาอันแข็งแรงอย่างเรา อยากจะเดินชมป่าไม้สวยๆ ร้องเพลง คุยกับสรรพสัตว์เป็นเจ้าหญิงดิสนีย์ เลยไปยืนลังเลอยู่ตรงสวนโมมิจิดานิ ข้างหน้ามีต้นไม้สีแดงยืนต้อนรับอย่างสดใส แต่มองลึกไปข้างในเป็นความมืดมิด ชนิดที่ว่าถ้าหลุดเขาไปคงไม่มีใครเห็นเราแล้ว ท้องฟ้าก็เริ่มมืดครึ้ม เลยหันหลังอย่างไม่ต้องคิด ปาดเหงื่อ เดินไปต่อแถวรอขึ้นรถบัสดีกว่า กระเช้าลอยฟ้ามันก็ไม่ได้หานั่งง่ายๆ ที่ไทยเนอะ โฮะๆ

กระเช้าลอยฟ้ามิยาจิม่า

เรานั่งรถบัสฟรีเพื่อขึ้นไปยังสถานีกระเช้าลอยฟ้ามิยาจิม่า (Miyajima Ropeway) รถบัสมีคันเดียว มาทุกๆ 20 นาที นั่งได้ประมาณ 18 คน ใช้เวลาแค่ 10 นาทีก็ถึงสถานีกระเช้าลอยฟ้าโมมิจิดานิแล้ว คุณลุงคนขับรถน่ารักมาก พูดบรรยายเป็นไกด์ด้วยน้ำเสียงสดใสแม้จะเป็นภาษาญี่ปุ่นก็เถอะ ฟังออกแค่ โมมิจิๆ

กระเช้าลอยฟ้ามิยาจิม่ามี 3 สถานีได้แก่ สถานีแรกโมมิจิดานิ (Momijidani), สถานีกลางคายาดานิ (Kayadani) และสถานีปลายทางชิชิอิวะ (Shishi-iwa) ซึ่งขึ้นไปจนเกือบถึงยอดเขามิเซนแล้ว แต่ยังไม่ถึงนะ ต้องเดินต่อไปอีกประมาณ 30 นาที

กระเช้าลอยฟ้าของสถานีแรกมีที่นั่งสำหรับ 4 คน เนื่องจากคนกำลังรอต่อคิวเยอะ เราจึงได้นั่งกับคู่รักชาวไต้หวันที่มาฮันนีมูนกัน รู้สึกขัดเขินจากการเป็น กขค. เราเห็นเขากำลังเซลฟีกันอยู่เลยเสนอตัวไปว่า “Do you want to me to take a photo for you?” ฝ่ายชายปฏิเสธมาอย่างนุ่มนวลว่า “No, but thank you. And you?” อยากตอบเยสใจจะขาด แต่แหม… เขาปฏิเสธเรามา เราก็เกรงใจเลยบอก “It’s okay”

สักพักเขาก็ชวนคุยว่ายูมาจากไหน พอรู้ว่าเรามาจากไทยแลนด์ก็โอ้เยเฮฮา เพราะฝ่ายชายทำงานในบริษัทที่มีสาขาอยู่ที่กรุงเทพฯ เลยมาไทยประจำ เขาถามต่อว่า “ยูมาคนเดียวหรอ? เดี๋ยวนี้เห็นคนไทยเริ่มเที่ยวต่างประเทศกันเยอะมาก เศรษฐกิจดีน่าดู” อิฉันปาดเหงื่อยิ้มตอบว่า “Probably Probably” 😅

เราเฉไฉไปเรื่องอื่นว่า “ปีที่แล้วไอไปไทเปมา” เขาก็ตาวาวบอกว่า “บ้านพวกเราอยู่ที่ไทเป” นี้เลยยอว่า “อาหารที่นั่นอร่อยนะ” เขาก็ทำหน้าไม่เชื่อใหญ่เลยเพราะเพื่อนร่วมงานคนไทยมักจะบ่นเสมอเวลาเขาซื้ออาหารไต้หวันไปฝาก (เอ้า คุณพี่!) เขาเล่าว่าเพื่อนเขาภูมิใจในอาหารไทยมาก เราเลยโมเมไปว่า “เพื่อนยูอาจจะชอบอาหารรสจัดก็ได้ ฉันว่าอาหารไทเปอร่อยจริง แต่ไม่ค่อยจัดจ้านอะ เลยอาจจะจืดไปสำหรับคนไทย” เขาก็ถึงบางอ้อเลย ฝ่ายหญิงเลยพูดมาว่า “งั้นคราวหน้าเราลองทำซุป@%^#@ สไปซีไปให้เขาชิมดีกว่า”

ก่อนลงกระเช้าร่ำลา เขาก็ยื่นขนมกล่องสีทองวาววับให้ เป็นเค้กไข่จากร้านชื่อดังของไต้หวัน พวกเขาพกขนมจากบ้านเกิดติดตัวเวลาไปต่างบ้านต่างเมืองเพื่อเอาให้คนที่ใจดีกับเขา โอ้ย น่ารักมาก เอามือทาบอกอย่างตื้นตันและเสียดาย เราก็เอากระเป๋าใบเล็กลายช้างไทยติดตัวไปสองใบ เพื่อให้เป็นของขวัญคนที่ใจดีกับเราระหว่างเดินทาง ซึ่งให้ไปหมดตั้งแต่วันแรกแล้ว เจอคนใจดีเยอะมากตั้งแต่วันแรก

เส้นทางปีนเขามิเซน

รีวิวเที่ยวญี่ปุ่น เกาะมิยาจิม่า (Miyajima)

นั่งกระเช้ามาถึงสถานีบนสุดแล้ว แต่ยังไม่ใช่ Top of the Mount Misen นะ ต้องเดินต่อเกือบ 30 นาทีจะถึงยอดเขา ระหว่างทางก็ชมป่าไม้เขียวขจีซึ่งเริ่มผลัดใบแล้ว เส้นทางเดินขึ้นเขาทำไว้อย่างดี เดินได้สบายๆ

เราเดินสวนกับคุณตาคุณยายที่ใช้ไม้เท้าช่วยเดินลงมาอย่างยิ้มแย้ม ในขณะที่เราดมพิมเสน ปาดเหงื่ออย่างเขินอาย ขอบคุณอากาศหนาวเย็นทำให้เสื้อผ้าที่ต้องใส่ซ้ำไปอีกหลายวันไม่ต้องชุ่มไปด้วยเหงื่อ

การแต่งกายสำหรับปีนเขา ใส่รองเท้าปีนเขาก็ดีแต่ไม่จำเป็น รองเท้าผ้าใบธรรมดาก็เอาอยู่ เพราะเขาทำทางปีนเขาไว้อย่างดี ดีกว่าฟุตบาทกทม. (เป็นเรื่องจริงที่น่าเศร้า 😂) ทางไม่ชันมากและไม่ลื่น ส่วนเสื้อผ้าแต่งตามฤดูได้เลย อย่างหน้าร้อนใส่กางเกงขาสั้นกับเสื้อกล้ามก็ได้ ไม่ต้องห่วงเรื่องแมลง ถึงจะมีป้ายเตือนให้ระวังงูและผึ้ง แต่เราไม่เจอแมลงสักตัว

หากมองไปทางซ้ายมือจะพบทิวทัศน์สุดลูกหูลูกตาของทะเลเซโตะ เราต้องหยิบพิมเสนมาดมอีกครั้งเพราะวิงเวียง ไม่ได้เหนื่อย แต่เพราะมองลงไปเห็นความชันเขาเกือบ 70 องศา ความสูงหลายร้อยเมตร ไม่ดีต่อใจคนกลัวความสูงเลย แม้ทางเดินจะทำไว้อย่างดี แต่ไม่มีรั้วหรือเชือกกั้น กลิ้งลงไปทีโบกมือลาได้เลย

ใครที่มาคนเดียวไม่ต้องกลัวว่าจะหลงหายแล้วไม่มีใครตามหา เพราะเขามีเครื่องนับจำนวนคนปักไว้ระหว่างทางด้วย เป็นเซนเซอร์ที่คอยนับจำนวนคนที่ผ่านขึ้นเขาไปและกลับลงมา ถ้าไม่กลับออกมา เจ้าหน้าที่รู้แน่นอน

อาคารเรคะโดะ

หลังจากเดินฟังเสียงตัวเองหอบมาเกือบ 20 นาที ก็มาถึงเช็คมาร์กแรก อาคารเรคะโดะ (Reikado Hall) หรือถูกขนานนามว่า ‘อาคารแห่งเปลวไฟนิรันดร์’ ว่ากันว่าท่านโคโบะไดชิ (Kobo Daishi) ผู้เผยแพร่ศาสนาพุทธนิกายมหายานในญี่ปุ่นได้จุดเทียนไว้ครั้นมาฝึกตนและสวดภาวนาที่เขามิเซนแห่งนี้ หลังจากนั้นเปลวไฟที่นี่ก็ถูกจุดต่อเนื่องเรื่อยมากว่า 1,200 ปีแล้ว สุดยอด!

ยอดเขามิเซน

รีวิวเที่ยวญี่ปุ่น เกาะมิยาจิม่า (Miyajima)

หลังจากไหว้พระขอพรไม่ให้เป็นลม พักเหนื่อย ก็ออกเดินทางต่ออีก 10 นาทีก็ถึงยอดเขามิเซน บนยอดเขาเป็นลานหินทรายกว้างมาก กลิ้งๆ ชมวิวได้ 360 องศาได้เลย ว้าวมาก! ความว้าวไม่ใช่วิวทิวทัศน์ เพราะก็เหมือนระหว่างทางที่เราปีนเขาขึ้นมา แต่ว้าวที่เราขึ้นมาได้ไง อยากจะทำท่าแบบลูกเสือแล้วตะโกนว่า ยอดจริงๆ! ยอดจริงๆ! ยอดจริงๆ! 

อควาเรียมมิยาจิม่า

อควาเรียมมิยาจิม่า (Miyajima Aquarium) เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่อยากมาดู เห็นว่ามีโชว์แมวน้ำอุ๋งๆ แต่กว่าเราจะกลับลงมาจากเขามิเซนก็สี่โมงกว่าแล้ว ที่นี่พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าประมาณห้าโมง ดังนั้นสี่โมงกว่า ร้านรวงต่างๆ พิพิธภัณฑ์ รวมถึงอควาเรียมก็เริ่มทยอยปิดแล้ว เลยได้แค่เซลฟีหน้าอควาเรียม

ไฮไลท์ของเกาะมิยาจิม่าสำหรับเราไม่ได้อยู่บนหาดทราย แต่อยู่บนภูเขามากกว่า ชมป่าใบไม้แดง ขึ้นกระเช้าลอยฟ้า ปีนเขา ไหว้พระ ชมวิวบนยอดเขามิเซน จุดนี้ชาเลนจ์กล้ามขาและพลังปอดมาก ทำให้หันกลับมามองร่างกายตัวเองว่า ‘ฝันจะไปเทรกกิ้งที่เนปาลหรอ ยังเร็วไปสิบปียัยหนู!’


3
คืนนี้ฝากกายไว้ที่ Simple Stay Hiroshima

ส่งท้ายบทด้วยรีวิวยามค่ำคืนของฮิโรชิม่า หลังจากออกจากเกาะมิยาจิม่ากลับสู่แผ่นดินใหญ่ เรานั่งรถไฟกลับมาสถานีฮิโรชิม่าซึ่งเป็นที่พักในคืนที่สอง วันพรุ่งนี้เราจะไปตะลุยรอบเมืองฮิโรชิม่าหนึ่งวันเต็มกัน

เมื่อถึงสถานีฮิโรชิม่า เราต้องนั่งรถเมล์ต่อไปยังที่พักชื่อ Simple Stay Hiroshima ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับสวนสันติภาพฮิโรชิม่า การขึ้นรถเมล์ก็ชาเลนจ์อย่างกับเล่นควิซ เพราะมีชานชาลารอรถเมล์เกือบ 20 จุด อย่างกับป้ายรถเมล์รอบวงเวียนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

สุดท้ายตัดสินใจไปถามทางจาก Hiroshima Tourist Information ตั้งอยู่ชั้นใต้ดินของสถานีรถไฟ เปิดประตูเข้าไปจะเจอคุณป้าใจดี แค่เราเอ่ยชื่อที่พัก คุณป้าก็ร้องอ๋อพร้อมอธิบายช้าๆ “Exit 1 นะ -> Go left นะ -> Platform 4 นะ -> ขึ้นรถนะ -> ผ่าน Peace Memorial Park ไป 1 สถานีนะ -> ลงที่ Heiwakouenmae นะ -> เดินตรงไปอีก 1 นาทีนะ -> ถึง Simple Stay เลย”

คุณป้าอธิบายเป็นขั้นแบบนี้จริงๆ แถมพูดทวนซ้ำอีกครั้งให้มั่นใจว่าเราจำได้ ยังมองตามหลังเราตอนออกจากประตูเพื่อให้แน่ใจว่าเราเดินไปถูกทาง เราคงมาไม่ถึงที่พักแน่ถ้าไม่ได้ความใจดีจากคุณป้า

Simple Stay Hiroshima เป็นโฮสเทลเล็กๆ น่ารัก ตกแต่งสวยงาม มีหนังสือการ์ตูนเป็นชั้นๆ พร้อมหุ่นกันดั้มตัวใหญ่รอต้อนรับ เราพักห้องพักผู้หญิงล้วน ซึ่งวันที่เข้าพักมีแขกไม่กี่คนเลยได้นอนโซนใครโซนมันอย่างสบายใจ น่าเสียดายที่ไม่มีฮีตเตอร์ ไม่มีแอร์ อากาศตามอุณหภูมิข้างนอกซึ่งคือหนาวฝุดๆ แม้ตัวจะอุ่นเพราะผ้าห่มอุ่นดี แต่ใบหน้าหนาวปากสั่น จะเอาหน้าซุกผ้าห่มก็ไม่ไหวเพราะมีฝุ่น คนเป็นภูมิแพ้อย่างเรานอนหายใจไม่ออกอยู่สักพัก แต่โชคดีที่บุญกุศลจากการปีนเขาไหว้พระทำให้เราเพลียมากจนหลับสนิทแทบจะทันทีที่หัวแตะหมอน

Leave a Reply