You are currently viewing รีวิวเที่ยว Batu Caves มาเลเซีย ผู้หญิงคนเดียวก็เที่ยวได้

รีวิวเที่ยว Batu Caves มาเลเซีย ผู้หญิงคนเดียวก็เที่ยวได้

สวัสดีค่าสาวๆ วันนี้ซิสขออาสาพาเที่ยว วัดถ้ำบาตู (Batu Caves) รัฐเซอลาโงร์ ประเทศมาเลเซีย ที่ประดิษฐานรูปปั้นเทพเจ้าของศาสนาฮินดู มีรูปปั้นขันธกุมารสูงถึง 42.7 เมตรซึ่งสูงที่สุดในโลก และบันไดหลากสี 272 ขั้นเป็นจุดถ่ายรูปเด่นของนักท่องเที่ยว

โดยจะขอพาทุกคนย้อนกลับไปปี 2017 ตั้งแต่ตอนที่บันไดหลากสียังเป็นก้อนอิฐธรรมดาๆ อยู่เลย พอดีเพิ่งขุดเจอรูปที่เคยไปเที่ยวมา เป็นทริปไปต่างประเทศครั้งแรก แถมไปคนเดียวโดดๆ เลยอยากมาแชร์ประสบการณ์ให้สาวๆ ฟังกันค่ะ

ออกเดินทาง!

สรุปการเดินทางจากกรุงเทพฯ – ถ้ำบาตู มาเลเซีย : เครื่องบินจากกรุงเทพฯ → สนามบิน KLIA มาเลเซีย → นั่งรถบัสเข้าเมืองลงห้าง KL Sentral → ขึ้นรถไฟธรรมดา KTM Komuter จากสถานี KL Sentral → ไปลงสถานี Batu Caves

รีวิวเที่ยว ถ้ำบาตู (Batu Caves)

มาเลเซียประเทศเพื่อนบ้านที่น่ารัก พาสปอร์ตเล่มเดียวก็ไปได้ค่ะ แค่ให้มีอายุไม่ต่ำกว่า 6 เดือนเท่านั้นเอง ส่วนเงินก็อย่าลืมไปแลกให้เป็นสกุลเงินริงกิตซะก่อน ตอนนั้นเราแลกเผื่อไปเยอะๆ 10,000 บาท แต่ใช้ไปจริงๆ ไม่ถึง 4,000 บาท ใช้ 7 วัน แบบออกไปเที่ยวด้วย!

กรุงเทพฯ → สนามบิน KLIA

สายการบิน Malaysia Airlines

✈️ ประสบการณ์บินครั้งแรก กลัวตกเครื่อง เราเลยไปรอที่สนามบินตั้งแต่ตี 1 ค่ะ เราบินตรงกรุงเทพฯ-กัวลาลัมเปอร์ ด้วยสายการบิน Malaysia Airlines เครื่องออกตี 5 บนเครื่องมีข้าว ขนมให้ทานฟรีด้วย รู้สึกจะเป็นข้าว + ปลาดอลลี่ + ซอสเผ็ดๆ ซึ่งบอกตรงๆ ว่ารสชาติธรรมดา ไม่ได้ดี แต่ก็ไม่ได้แย่ ข้าวแอบแข็งกรุบๆ แต่ตอนนั้นเป็นครั้งแรก เลยรู้สึกว่าอะไรๆ ก็ดีไปหมด ฮ่าๆ 

นั่งรถบัสจากสนามบิน KLIA → ห้าง KL Sentral

มาถึงสนามบิน Kuala Lumpur International Airport (KLIA) แล้ว ตอนแรกตกใจมาก จำได้ว่าบิน 2 ชั่วโมง แสดงว่าควรถึง 7 โมง แต่ปรากฏว่ากัปตันประกาศว่าตอนนี้เวลา 8 โมง เราก็แบบฮะ! นี้ฉันบินมา 3 ชั่วโมงเลยหรอ งงเป็นหมีอยู่สิบนาที ถึงนึกได้ว่า Time Zone นี้เอง ที่มาเลเซียเวลาจะเร็วกว่าที่ไทย +1 ชั่วโมง โบ๊ะบ๊ะแบบมือใหม่หัดบิน มึนไปเลยค่ะ

สนามบิน KLIA → ตัวเมืองกัวลาลัมเปอร์

นั่งรถบัสจากสนามบิน KLIA → ห้าง KL Sentral

🚌 นั่งรถบัสจากสนามบิน KLIA → ห้าง KL Sentral ใจกลางเมืองกัวลาลัมเปอร์: รับกระเป๋าเสร็จแล้ว ก็เดินทางเข้าตัวเมืองกัวลาลัมเปอร์ด้วยรถบัส 🚌 จริงๆ หลายคนบอก Uber ไปเลยจ้ะ เร็วดี แต่เราเห็นว่ายังเช้าอยู่ อยากชมวิวข้างทางเลยตัดสินใจนั่งรถบัสไป ราคาแค่ 10RM เอง (ประมาณ 80 บาท) รถบัสโล่งมาก มีคนขึ้นอยู่ประมาณ 10 คนเอง สะอาดสะอ้าน กว้างดี คนที่นู้นทุกคนพูดภาษาอังกฤษเก่งมากเลยค่ะ เหมือนจะเป็นภาษาราชการของเขาหรือเปล่า ไม่แน่ใจ เลยทำให้สื่อสารกันง่าย

นั่งรถบัสจากสนามบิน KLIA → ห้าง KL Sentral

นี้คือวิวระหว่างทาง ข้างทางส่วนใหญ่จะเป็นหุบเขาลึกลงไป เหมือนตัวเมืองน่าจะตั้งอยู่ในภูมิศาสตร์แบบแอ่ง ข้างทางเขียวขจี ต้นไม้เยอะมาก

ใช้เวลา 1 ชั่วโมงก็มาถึง KL Sentral ค่า ห้างศูนย์กลางการเดินทางทั้งหมดในกัวลาลัมเปอร์ มีรถบัส รถไฟความเร็วสูง รถไฟฟ้า รถราง รถไฟธรรมดา เที่ยวรอบเมือง หรือออกนอกเมืองได้หมดเลย ใครมามาเลเซีย ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง มา KL Sentral ก่อนเลยค่ะ ไปได้ทุกที่ทั่วประเทศ

แวะซื้อซิมการ์ดในกัวลาลัมเปอร์

ห้าง KL Sentral กัวลาลัมเปอร์

เราแวะซื้อซิมที่ห้าง KL Sentral ขึ้นไปประมาณชั้น 3-5 จะมีร้านเครือข่ายโทรศัพท์ตั้งอยู่ติดๆ กัน เราซื้อ Sim Digi แพ็กเกจแบบ 10 วัน ใช้เน็ตไม่อั้น จำราคาแน่นอนไม่ได้ แต่ไม่เกิน 200 บาทค่ะ พนักงานแนะนำดีมาก แบบใส่ซิมให้ ติดตั้งให้หมดเลย แถมแนะนำวิธีการใช้ Wifi ฟรีให้ด้วย

วันที่ไปถึงเราต้องไปทำงานก่อนเลยยังไม่ได้เที่ยว แต่เราจะขอข้ามชอตการทำงานไป แล้วข้ามไปวันที่เที่ยวถ้ำบาตูกันเลย! ไม่ต้องไปไหนไกล เริ่มกันที่ KL Sentral นี่แหละค่ะ ไปที่สถานีรถไฟธรรมดาหรือ KTM Komuter อารมณ์เหมือนรถไฟไทยบ้านเรา นั่งไปลงสถานี Batu Caves ได้เลย

กัวลาลัมเปอร์ → ถ้ำบาตู

รถไฟ KTM Komuter

🚃 นั่งรถไฟ KTM Komuter จากสถานี KL Sentral → สถานี Batu Caves: ชอตจะขึ้นต้องตั้งสติเลยค่ะ เพราะรถไฟมี 2 สาย นั่งสายสีแดงไปถึงถ้ำบาตูเลย Batu Caves เป็นสถานีสุดท้าย อีกสายคือสายสีน้ำเงิน ไปได้เช่นกัน แต่ต้องเปลี่ยนไปขึ้นสายสีแดงที่สถานี Putra อยู่ดี ดังนั้นถ้าเผลอนั่งสายสีน้ำเงินไปแล้วไม่ต้องตกใจ ไปเปลี่ยนขบวนระหว่างทางได้ค่ะ

รถไฟ KTM Komuter

บนรถไฟมีคนเต็มไปหมด ต้องยืนค่ะ แต่ไม่ถึงกับเบียด ที่มีมีตู้รถไฟสำหรับผู้หญิงด้วยนะคะ สาวๆ ลองเดินไปหาที่นั่งได้ ตอนเราไปนั่งที่ตู้ผู้หญิง เห็นมีฝรั่งคู่ชายหญิงมานั่ง เหมือนเขาไม่ทราบว่าตู้นี้เฉพาะผู้หญิง ไม่มีใครลุกไปบอกเขานะคะ แต่จะเจอสายตาจ้อง 👁👄👁 จ้องจนเรากลัวจากคนท้องถิ่น จนเขารู้ตัวถึงได้เดินออกไป ดังนั้นถ้าใครมากับเพื่อนผู้ชาย ไม่สามารถพาเพื่อนไปนั่งด้วยได้เน้อ

ส่วนเราขึ้นรถไฟผิดสายค่ะ ตอนขึ้นชัวร์มากว่าโดดขึ้นสายสีแดงมา แต่ปรากฏว่ารถไฟขับไปตามสายสีน้ำเงิน เรารู้ตัวอีกทีตอนเลยสถานี Putra ที่เป็นจุดเปลี่ยนรถสายไปแล้ว 1 สถานี เลยต้องนั่งย้อนกลับไป ไม่ต้องกลัวเหงา มีเพื่อนร่วมชะตากรรมเพียบ ชาวต่างชาติทั้งนั้น งงกันเป็นแทบ ฮ่าๆ รถไฟที่นี้ค่อนข้างตรงเวลา เลทไม่เกิน 3 นาทีจากป้ายประกาศ

ประมาณ 40 นาที (ถ้าไม่นับขึ้นรถไฟผิด) ก็มาถึง Batu Caves แล้ว เย้!


รีวิวถ้ำบาตู (Batu Caves)

ที่นี่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาพราหมณ์ แลนด์มาร์กที่ทำให้นักท่องเที่ยวเยอะคือ ประติมากรรมรูปปั้นเทพเจ้าฮินดูขนาดใหญ่มหึมา มี 2 ส่วนค่ะ ส่วนแรกคือ ถ้ำรามายณะ (ramayana cave) และอีกส่วนคือ ถ้ำมืด (dark cave) ที่ต้องขึ้นบันไดหลากสี 272 ขั้นขึ้นไป

ส่วนที่ 1 ทดสอบความกล้าในถ้ำรามายณะ

ถ้ำรามายณะ (ramayana cave)

มาดูส่วนแรกคือ ถ้ำรามายณะ (ramayana cave) เป็นถ้ำที่มีจิตรกรรมฝาผนังถ้ำ พร้อมรูปประติมากรรมทางศาสนาฮินดูอยู่ เสียค่าเข้า 5RM ค่ะ เข้าถ้ำมาแล้วน่ากลัวมาก บรรยากาศหวิวๆ เนื่องจากเป็นถ้ำปิด ค่อนข้างมืด ยังดีที่มีกลุ่มนักท่องเที่ยวอยู่บ้าง เลยใจกล้าเข้าไปได้ค่ะ

ส่วนที่ 2 ทดสอบกำลังขาขึ้นถ้ำมืด

รูปปั้น Lord Murugan หรือพระขันธกุมารที่สูงสุดที่ในโลก

แลนด์มาร์กส่วนที่สองคือ ถ้ำมืดที่ทางเข้าด้านหน้ามีรูปปั้น Lord Murugan หรือพระขันธกุมารที่สูงสุดที่ในโลกนั่นเอง เป็นเทพเจ้าที่ชาวอินเดียตอนใต้หรือชาวทมิฬให้ความเคารพ ไปถึงแล้ว เราก็ต้องพิชิตบันได 272 ขั้น เพื่อขึ้นไปดูวิวข้างบนให้ได้!

ตอนที่เราไปบันไดยังสร้างไม่เสร็จดี ในถ้ำมืดข้างบนก็ยังไม่เสร็จ ระหว่างเดินขึ้นไปจะมีคุณลุงเอาอิฐยื่นมาให้นักท่องเที่ยว ตอนแรกเราก็งง คิดว่าจะมาขายอิฐเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์อะไรให้เราหรือเปล่า เลยปฏิเสธไป ตอนนั้นฉันคิดได้ไง แบบระแวงจากที่ไทยเยอะ ที่ชอบมีคนยื่นของให้แล้วมาบอกทีหลังว่าขาย ฮืออ

รีวิวเที่ยวถ้ำบาตู (Batu Caves)

ระหว่างเดินขึ้นไปก็เปิดกูเกิ้ลอ่านไปด้วยว่ามีใครเคยเจอแบบนี้ไหม ปรากฏว่าเค้าให้นักท่องเที่ยวช่วยกันขนอิฐขึ้นไปวางข้างบนที่กำลังก่อสร้างวิหารอยู่ ถ้ามองไปข้างๆ ก็จะเห็นว่ามีคนงานกำลังส่งต่ออิฐขึ้นไปข้างบน โดยไม่ได้ใช้ระบบรอกในการขนส่ง มีแต่พลังแรงงานและพลังศรัทธาล้วนๆ

ดังนั้นนักท่องเที่ยวคนไหนที่ช่วยก็ถือว่าได้บุญอย่างใหญ่หลวง ได้ช่วยเหลือให้ก่อสร้างวิหารข้างบนได้เสร็จเร็วขึ้น อ่านจบนี้แบบรู้สึกผิดจนอยากย้อนกลับไปขออิฐจากคุณลุงมาสองก้อนเลยค่ะ สรุปแล้วอดมีส่วนช่วยสร้างบันไดหลากสีเลย เสียดายมาก ฮือ

ถ้ำมืด (Dark Caves) ส่วนหนึ่งของถ้ำบาตู (Batu Caves)

มาถึงข้างบนถ้ำแล้ว! มีขายของที่ระลึกเพียบเลย

ถ้ำมืด (Dark Caves) ส่วนหนึ่งของถ้ำบาตู (Batu Caves)

ข้างบนเป็นถ้ำหินปูนเปิดโล่ง มีต้นไม้เกาะตามแนวหินปูน สวยมาก แต่แอบเหม็นอึน้องจ๋อเจี๊ยกๆ อิ๊ มีลิงพอสมควร แต่ไม่ดื้อไม่ซนเท่าบ้านเรา ข้างบนจะมีคนมาสวดมนต์ไหว้เทพเจ้ากันอยู่ เราเดินดูแปปเดียวก็กลับมาลงแล้วค่ะ ตอนขึ้นไปไม่เหนื่อยเพราะตื่นเต้น แต่ลงมาหิ๊วหิว ท้องร้อง อาหารแถวนั้นตัวเลือกไม่เยอะ ราคาค่อนข้างแพง เพราะเป็นราคานักท่องเที่ยว เราเลยซื้อมาแค่ไอศกรีมกะทิทานเบาๆ รองท้อง แล้วกลับเข้าไปหาอะไรทานในเมืองกัวลาลัมเปอร์ กลับด้วยรถไฟ KTM สายเดิมเลยค่า


สรุปแล้วเดินทางง่าย ตั้งหลักจากตัวเมืองกัวลาลัมเปอร์ที่ KL Sentral แล้วนั่งรถไฟ KTM มาลงสถานี Batu Caves เดินทางเพียง 40 นาที เราชอบถ้ำรามายณะและรูปปั้นขันธกุมาร แปลกใหม่มาก ในถ้ำบรรยากาศดูศักดิ์สิทธิ์ ขนลุก อาจเพราะมืดมากด้วยเลยเหมือนทดสอบความกล้า ส่วนรูปปั้นใหญ่โตโอฬาร จนรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ได้เลย บริเวณถ้ำมืดไม่ค่อยเท่าไหร่สำหรับเรา เพราะไม่ต่างจากที่ไทยมาก แต่ชอบตอนที่ได้ขึ้นบันได เหมือนเที่ยวไป ออกกำลังกายไป 😂 สาวๆ ที่มองหาสถานที่ท่องเที่ยวสายธรรมชาติในมาเลเซีย เดินทางง่าย ปลอดภัย ไปคนเดียวได้ ขอแนะนำให้เก็บถ้ำบาตูไว้ในลิสต์เลยค่ะ

Leave a Reply