รีวิวหนัง ฮาวทูทิ้ง ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ_2

รีวิวหนัง ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ : คู่มือจัดการความสัมพันธ์และยุคสมัยที่เปลี่ยนไป

#โรงหนังพันราตรี เรื่องที่ 12

Happy Old Year ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ (2019)

ช่วงสิ้นปีของทุกปี เรารู้สึกเหมือนเป็น จีน (ออกแบบ ชุติมณฑน์) ในหนัง ฮาวทูทิ้ง ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ (Happy Old Year) อยากจะกำจัดของเก่า เพื่อพร้อมรับสิ่งใหม่ที่จะมาในปีใหม่ แต่บางสิ่งถึงจะทิ้งลงถุงดำไป ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกดีขึ้น บางครั้งรู้สึกแย่กว่าเดิมด้วยซ้ำ

จีน สาวหมวยที่เพิ่งกลับมาบ้านครั้งแรกหลังจากไปอยู่สวีเดนมาหลายปี ติดชีวิตเรียบง่ายดีไซน์มินิมอลมาจากที่นั่น เธอจึงวางแผนที่จะเปลี่ยนบ้านตึกแถวสุดแม็กซิมอลให้กลายเป็นมินิมอลตามที่เธอชอบ

“เปลี่ยนแปลงบ้านใหม่มันง่าย แต่เปลี่ยนใจคนในบ้านสิยาก”

บ้านของจีนเปรียบเสมือนพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ที่อัดแน่นไปด้วยสิ่งของแห่งความทรงจำของครอบครัว ทั้งสมุดพกสมัยอนุบาล แผ่นเสียงของเพื่อนเก่า ผ้าพันคอไหมพรมที่จีนถักให้พี่ชาย เจ เปียโนที่ไม่มีใครเล่นแล้วของพ่อ เธอควรจะทิ้งอะไรบ้าง?

จีนสามารถกล่อมเจให้เห็นด้วยกับแผนการเปลี่ยนบ้าน จากแทบไม่มีทางเดินให้กลายเป็นแทบไม่มีอะไรให้โจรขโมย แต่มันไม่ง่ายกับ แม่ ที่ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงและอยากอยู่กับสิ่งของที่ช่วยให้นึกถึงวันวานแห่งความสุข

การจะโละบ้านของตัวเองไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเองอีกต่อไป นอกจากต้องครอบครัว ยังมีเพื่อนสนิทที่เรียนมาด้วยกันอย่าง พิ้งค์ ที่เห็นว่าจีนทิ้งแผ่นซีดีที่ตัวเองให้เป็นของขวัญอย่างไม่ไยดี เหมือนเป็นการทิ้งความรู้สึกดีๆ ที่มีให้กันลงถุงดำไปด้วย

“ถุงดำก็เหมือนหลุมดำ เวลาทิ้งก็หายไปเลย มองไม่เห็นก็จำไม่ได้แล้ว โคตรง่าย”

แต่สุดท้ายมันก็ไม่ง่ายเหมือนคำพูด เมื่อจีนมาเจอกับสิ่งที่เธอเคยทิ้งไปครั้งหนึ่งคือ พี่เอ็ม (ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์)  แฟนเก่าที่เคยถูกจีนโยนทิ้งราวกับของเล่นที่เบื่อแล้ว ทิ้งไว้ในกล่องแล้วไม่เคยเปิดดูอีกเลย จีนหายตัวไปไม่เคยติดต่อกลับมา เอ็มไม่เคยรับรู้เหตุผลว่าเขาทำอะไรผิดไป จนกระทั่งจีนกลับมาอีกครั้ง คราวนี้เธออยากจะทิ้งอีกครั้ง ไม่ใช่ทิ้งสิ่งของหรือคนอื่น แต่ทิ้งความรู้สึกที่ติดค้างอยู่ในใจตัวเอง

ตอนที่ได้ดู Freelance ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ หนังดังของพี่เต๋อ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ตอนนั้นเฉยๆ นะ แต่พอมาดู ฮาวทูทิ้ง กลับอินจนน้ำตาแตก เหมือนได้เห็นภาพตัวเองซ้อนทับอยู่กับจีน ภาพของผู้หญิงที่ไม่ชอบเรื่องยุ่งยาก รับมือเรื่องความสัมพันธ์ของคนไม่เก่ง เลยเลือกวิธีที่ง่ายที่สุดโดยการทิ้งแบบไม่บอกกล่าว เพราะไม่อยากเผชิญหน้ากับเรื่องยุ่งยากที่จะตามมา ภาพของ… คนเห็นแก่ตัวและขี้ขลาด และหวังว่าคนที่ได้รับผลกระทบจากการทิ้งนั้นจะแค่ลืมๆ มันไป

“เราก็ขอโทษเธอไปแล้วไง”

คำพูดนี้มันจี๊ดใจมาก เพราะเราเองก็เป็นคนหนึ่งที่เคยพูดขอโทษในสถานการณ์เดียวกับจีน โดยไม่รู้เลยว่าเรากำลังส่งต่อความอึดอัดใจให้คนฟังคำขอโทษ เพื่อแลกกับความสบายใจของตัวเอง พอได้มองจากมุมคนนอก ผ่านการกระทำของจีนในหนัง ถึงเริ่มรู้สึกตัวว่า… โคตรเห็นแก่ตัวเลยว่ะ หรือที่จริงอาจรู้อยู่ลึกๆ ว่าเห็นแก่ตัว แต่ก็ยังทำลงไปเพื่อให้ตัวเองรู้สึกโล่งอก

“แค่ยอมรับว่าเราเห็นแก่ตัวก็ไม่เห็นเป็นอะไร ทุกคนย่อมเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเสมอ”

เอ็มทำตามคำพูดของจีนโดยการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองบ้าง นั้นทำให้จีนหัวเสียมากเพราะเธอคิดว่าเอ็มเลือกผิดและกำลังเห็นแก่ตัวเหมือนเธอ แต่คำพูดของเอ็มเป็นเหมือนการให้อภัย เราทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเอง แค่ยอมรับออกมาตรงๆ เพื่อให้ความเห็นแก่ตัวของเราทำร้ายคนอื่นน้อยที่สุด นั้นคือสิ่งที่เอ็มแตกต่างจากจีน เขาชัดเจนในสิ่งที่เลือกและพูดออกมาตรงๆ หากตอนนั้นจีนกล้าที่จะบอกเอ็มตรงๆ บ้างว่าเขาไม่ใช่สำหรับเธออีกต่อไปแล้ว มันคงจะไม่น่าเศร้าและเจ็บปวดถึงขนาดนี้

“สิ่งพิมพ์ตายแล้ว (ทิ้ง) ยุคนี้ต้องฟัง Spotify (ทิ้ง) มือถือปุ่มกดวัยหวานสุดๆ (ทิ้ง)” 

การเปลี่ยนแปลงของเจนเนอเรชั่น ของเก่าเมื่อ 10-20 ปีที่แล้วค่อยๆ หายไป และมีสิ่งใหม่เข้ามาแทนที่เสมอ จากวิดีโอเป็นแผ่นซีดี จากซีดีเป็นดีวีดี จากดีวีดีก็มาถึงยุคของสตรีมมิ่ง ตอนเห็นจีนทิ้งของเก่าเหล่านี้ลงถุง มันไม่ได้มีเพียงสิ่งของที่ถูกทิ้ง แต่ยังเป็นการทิ้งยุคสมัยเก่า และกำลังจะแทนที่ด้วยสไตล์โมเดิร์นอย่างมินิมอล

ในทีแรกก็เคลิ้มไปกับจีนนะ พยักหน้าเห็นด้วยว่าต้องปรับตัวให้ทันกับโลกยุคใหม่ แม้ว่าเราจะชอบสิ่งพิมพ์ อ่านนิตยสาร อ่านหนังสือเป็นเล่มมากกว่าการอ่านอีบุ๊คก็ตาม เมื่อนึกภาพหนังสือในบ้านที่หายไป คงจะช่วยลดต้นไม้ที่ถูกตัดมาทำกระดาษและประหยัดพื้นที่ในบ้านได้มากโข แต่ก็อย่างที่เอ็มกล่าว “ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเลือกทิ้ง หรือเลือกเก็บสิ่งที่ใช่สำหรับตัวเองไว้” แม้ว่าสิ่งที่ใช่สำหรับเรา จะไม่ใช่สำหรับอีกฝ่ายอีกต่อไป

ตัวละครที่โผล่มาเงียบๆ แต่ทำให้เราคิดได้คือ “นักสะสมของเก่า” ที่บังเอิญมาเจอของเก่าที่จีนกำลังจะส่งคืนเพื่อน เขาเกิดความสนใจและอยากขอซื้อเก็บไว้เอง มันทำให้เรารู้สึกว่า มันโอเคนะ ที่จะเก็บของเก่าที่เราชอบไว้ แม้ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนไปแล้ว ตราบใดที่เราชอบ มันทำให้เรามีความสุขและไม่ทำให้ใครเดือดร้อน


สุดท้ายขอขอบคุณพี่เต๋อ นวพล สำหรับหนังดีๆ ที่เหมือนจะเรียบง่าย แต่ทำให้ต้องกลับมาคิดหนักมาก ต่อไปพอจะทิ้ง เก็บ หรือเอาอะไรเข้ามาในชีวิต คงจะนึกถึงเรื่องนี้ “ฮาวทูทิ้ง ทิ้งอย่างไร ไม่ให้เหลือเธอ”

Leave a Reply