You are currently viewing ท่องเอเชียใต้ในเมืองแห่งทราย ทตโตริ (Tottori)

ท่องเอเชียใต้ในเมืองแห่งทราย ทตโตริ (Tottori)

ขอต้อนรับสู่เมืองแห่งทราย ทตโตริ (Tottori) เมืองที่ 6 ในทริปนั่งรถไฟเที่ยวญี่ปุ่น 7 วัน 9 เมือง เช้าวันนี้เราไปเที่ยวที่เมืองโฮคุเอย์หรือเมืองโคนันก่อน จากนั้นช่วงบ่ายนั่งรถไฟกลับมาเที่ยวยังเมืองทตโตริต่อ

ทั้งที่ตอนเช้าท้องฟ้ายังยิ้มแย้ม แดดร้อนกว่าทุกวันด้วยซ้ำ แต่ช่วงบ่ายกลับร้องไห้เฉยเลย ทำให้ต้องเปลี่ยนแผนจากเดินเล่นริมชายหาด ขี่อูฐบนเนินทราย มาเป็นเที่ยวในพิพิธภัณฑ์ศิลปะทรายตลอดช่วงบ่ายแทน

ออกเดินทาง

เรามาเริ่มต้นกันที่ท่ารถบัสตรงทางออกสถานีรถไฟทตโตริกันค่ะ สำหรับคนที่จะเที่ยวรอบเมืองทตโตริทั้งวัน สามารถเลือกนั่ง Kirin Jishi Loop Bus เลือกซื้อตั๋ว 1 Day Trip ราคาเพียง 600 เยน สามารถขึ้นลงป้ายไหนก็ได้ทั้งวัน

อีกทางเลือกคือนั่งรถบัสประจำเมือง ที่ท่ารถหมายเลข 0 นั่งไปลงสถานีรองสุดท้าย Sakyu Kita-guchi หรือสถานีสุดท้าย Sakyu Center Tenbo Dai ก็ได้ ประมาณ 20 นาที ราคา 380 เยนต่อเที่ยว จะเห็นว่านั่ง Kirin Jishi Loop Bus ราคาถูกกว่า แต่รถบัสคิรินจิชิจะวิ่งแค่วันเสาร์อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ และทุกวันในเดือนสิงหาคมเท่านั้นค่ะ

เรานั่งมาลงสถานีสุดท้าย Sakyu Center Tenbo Dai เป็นจุดทางขึ้นกระเช้าลอยฟ้าเพื่อนั่งไปลงเนินทรายทตโตริ และเป็นทางเข้าพิพิธภัณฑ์ศิลปะทรายด้วยค่ะ แม้ท้องฟ้าจะร้องไห้หนักมาก แต่กระเช้ายังเปิดทำการอยู่นะคะ มันเป็นกระเช้าแบบขึ้นเขาไปเล่นสกี ไม่มีหลังคา พอเราลงไปใกล้ๆ เนินแล้ว สามารถกระโดดลงมาได้เลย

พิพิธภัณฑ์ศิลปะทรายทตโตริ

ค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์ราคา 600 เยน แต่ถ้าซื้อตั๋วที่สถานีรถไฟทตโตริ ตรงเคาท์เตอร์ศูนย์นักท่องเที่ยวจะได้ส่วนลดเหลือเพียง 500 เยน สิทธิพิเศษสำหรับชาวต่างชาติค่ะ

พิพิธภัณฑ์ศิลปะทราย (The Sand Museum Tottori Dunes) จะแสดงงานปั้นศิลปะทราย คล้ายกับงานก่อพระเจดีย์ทรายบางแสนบ้านเราแต่สเกลใหญ่มาก จัดครั้งแรกในปี 2006 แต่ละปีจะมีธีมแตกต่างกันไป เช่น เทพปกรณัมกรีก สิ่งมหัศจรรย์ของโลก แอฟริกา อเมริกาใต้ และในปีที่เราไปดู 2019 เป็นธีมเอเชียใต้ ซึ่งปั้นได้ละเอียด สมจริง จนเหมือนเราได้วาร์ปไปเที่ยวเอเชียใต้ในญี่ปุ่นเลย

Mother Teresa

เมื่อเข้ามาในเขตพิพิธภัณฑ์​ สิ่งแรกที่เห็นคือเต้นท์ขนาดใหญ่ที่ปกป้องไม่ให้ คุณแม่เทเรซ่า ต้องตัวเปียกหนาวสั่นเหมือนที่เราเป็นอยู่ตอนนี้

“ว้าว ใหญ่จัง” นี้เป็นผลงานของศิลปินชาวญี่ปุ่นคุณ Chaen Katsuhiko – คุณแม่เทเรซ่า ‘นักบุญของผู้ยากไร้’ ถือกำเนิดในประเทศยูโกสลาเวีย (ปัจจุบันคือประเทศมาซีโดเนีย) เมื่ออายุ 18 ปี ท่านปวารณาตนเป็นแม่ชีและย้ายไปอินเดีย เปิดโรงเรียนสอนหนังสือในสลัม ช่วยให้เด็กยากจนได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียน และยังสร้าง “บ้านสำหรับผู้รอความตาย” เพื่อให้ผู้ที่ใกล้จะสิ้นอายุขัยได้สัมผัสความอบอุ่นและความสุขสงบก่อนจากโลกนี้ โดยไม่แบ่งแยกศาสนา

ละสายตาจากใบหน้าใจดีของคุณแม่เทเรซ่าไปมองรอบๆ เจอเพียงความรกร้างว่างเปล่าของทะเลทรายที่มองจากระเบียง ระหว่างที่ยืนงงในดงทราย เกาหัวพลางนึกสงสัยว่าหมดแล้วหรอ? ก็มีคนเดินสวนมาจากทางเดินเล็กๆ “โอ๊ะ มีทางตรงนั้นด้วย” เราเพิ่งมารู้ทีหลังว่าตัวเองเข้ามาจากทางออก ส่วนทางเข้าหลักจริงๆ ต้องลงที่สถานีรองสุดท้าย Sakyu Kita-guchi ค่ะ รูปแกะสลักแม่ชีเทเรซ่าที่ดูไปสักครู่อยู่ที่ระเบียงชั้น 3 งานนี้เลยเดินงงๆ ไล่จากบนลงล่างแทน

Jewel of the Indian Ocean – Maldives

เมื่อเดินลงไปก่อนถึงทางเข้าอาคารพิพิธภัณฑ์ ก็ได้พบกับงานแกะสลักที่แสดงถึงทะเลที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย มัลดีฟส์ นั้นเอง! แสดงถึงหมู่เกาะปะการังสีสันสดใสตัดกับน้ำทะเลสีฟ้าใสที่นักท่องเที่ยวต่างหลงรัก

เมื่อเดินลงมาจนถึงทางเข้าอาคาร เรามาโผล่ที่ระเบียงชั้นสอง “สุดยอดดดดด!” เมื่อมองลงไปเห็นงานแกะสลักทรายนับสิบชิ้นตั้งอยู่ในโถงขนาดใหญ่พอๆ กับโรงหนัง 1 โรง บนชั้นสองจะมีรูปภาพผลงานของปีก่อนๆ โชว์อยู่ ซึ่งจัดมา 12 ครั้งแล้ว

Mahatma Gandhi

ลงไปชั้น 1 เพื่อสำรวจใกล้ๆ เมื่อเข้าไปในโถงจะเจอกับ ท่านมหาตมะ คานธี นั่งขัดสมาธิรอต้อนรับอยู่ ด้านหลังมีคำสอนที่โด่งดัง มีคำคมที่กี้ชอบมากด้วย เพิ่งรู้ว่ามาจากท่าน “Live as if you were to die tomorrow. Learn as if you were to live forever”

ท่านคานธีมีเป็นนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนด้วยวิธีอหิงสา เคลื่อนไหวโดยไม่ใช้ความรุนแรง มักจะเห็นท่านประท้วงการใช้ความรุนแรงด้วยการอดอาหาร นี่คือความสุดยอด ลองนึกดูว่าปัจจุบันหากมีคนบอกจะอดอาหารประท้วง คงได้ยินว่า “เอาที่สบายใจ” แต่กลับท่านคานธี อังกฤษยอมให้อิสระอินเดีย ฮินดูยอมสงบศึกกับมุสลิม เพราะทุกคนรับรู้ได้ถึงความมีจิตใจอันสูงส่งที่ทำเพื่อผู้อื่นอย่างแท้จริง นี้คือผลงานของศิลปินชาวรัสเซียคุณ Pavel Mylnikov

Ablution and Prayer in Varanasi

ผลงานของศิลปินชาวอิตาลีคุณ Michela Ciappini การสรงน้ำและสวดภาวนาในเมืองพาราณสี สถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้าและที่สถิตแห่งศิวเทพ สะท้อนวิถีชีวิตของชาวอินเดียที่แช่ตัวในแม่น้ำคงคาทุกวันเพื่อบูชาเทพเจ้า รวมถึงดื่มน้ำจากแม่น้ำ ใช้แม่น้ำในการเกษตร และในวาระสุดท้ายก็โปรยผงเถ้ากระดูกคนตายลงแม่น้ำด้วย ที่นี่จึงได้ชื่อว่าเป็นแม่น้ำแห่งชีวิตและศรัทธา

The Star Mosque and the Bustle of the City

ได้ชื่อว่าเป็นมัสยิดที่สวยที่สุดแห่งเมืองธากา ประเทศบังกลาเทศ เป็นมัสยิดสีขาวมีลวดลายรูปดาว และมีน้ำพุรูปดาวขนาดใหญ่ตั้งอยู่ด้านหน้าเลยชื่อว่า Star Mosque เป็นผลงานของคุณ Melineige Beauregard ศิลปินชาวแคนาดา

Mohenjo-daro and the Indus Valley Civilization

โมเฮนโจ ดาโร เมืองโบราณสถานมรดกโลกของอารยธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุที่สร้างขึ้นราว 2,500 ปีก่อนคริสตกาล ผลงานของคุณ Oscar Rodriguez ศิลปินชาวสเปน

Patan Durbar Square

จัตุรัสปะฏัน ดูร์บาร์ ตั้งอยู่ในหุบเขากาฐมาณฑุ เนปาล เป็นที่ตั้งพระราชวังเก่าของอาณาจักรกาฐมาณฑุ ผลงานของศิลปินชาวลิทัวเนียคุณ Andrius Petkus

Paro Taktsang and the Founder of Tibetan Buddhism

วัดทักซัง สัญลักษณ์ของประเทศภูฏาน เป็นวัดพุทธทิเบตตั้งอยู่บริเวณหน้าผา คำว่าทักซังมีความหมายว่า ‘รังเสือ’ ตามตำนานกล่าวว่าท่านกูรูรินโปเช ขี่เสือมาปฏิบัติธรรมที่นี่และเผยแพร่ศาสนาให้ชาวท้องถิ่น

The Shrine of Hazrat Ali – The Blue Mosque

ศาสนสถานเฮซเรต อาลี แห่งอัฟกานิสถาน หรืออีกชื่อคือมัสยิดสีฟ้าเพราะมีกำแพงเป็นลายโมเสคสีฟ้าตัดทอง ของจริงสวยอลังมาก นี้เป็นผลงานของศิลปินชาวแคนาดาคุณ Guy-Olivier Deveau

The Vishvanatha Temple in Khajuraho

ผลงานของศิลปินชาวอเมริกาคุณ Dan Belcher วัดวิศวนาถ เมืองคาจูราโฮ อินเดีย ตอนหาข้อมูลเจอคนเรียกที่นี่ว่า อีโรติกสถาน เลยต้องรีบหารูปปลากรอบกรุบๆ ดู “อู้ววว อย่างงี้นี้เอง”

Hindu Mythology

ผลงานของคุณ Dmitrii Klimenko ศิลปินชาวรัสเซีย เล่าเรื่องราวของตำนานเทพเจ้าฮินดู ในภาพจะเป็นรูปแกะสลักของพระวิศนุ ผู้ปกป้องโลก กำลังนั่งสมาธิอยู่กับพญานาคพันหัวตามตำนาน (แต่ปั้นจริงมีห้าหัวนะ) โดยมีพระนางลักษมีเทพแห่งความงามและความร่ำรวย พระชายานั่งอยู่ข้างๆ

Hindu Sculpture – Stone Wheels of Konark

โกนารัก มหาวิหารบูชาสุริยะเทพ ‘สูรยะ’ เทพแห่งดวงอาทิตย์ ที่นี่เป็นมรดกโลกอีกแห่งหนึ่งของอินเดีย ในรูปคือกงล้อรถซึ่งที่วิหารจริงมีทั้งหมด 12 ล้อ เป็นตัวแทนของ 12 ราศี นี้เป็นผลงานของศิลปินชาวอินเดียคุณ Sudarsan Pattnaik

The Buddha’s Origin and his Enlightenment

การตรัสรู้ของเจ้าชายสิทธัตถะและกลายเป็นพระพุทธเจ้า ผลงานของคุณ Thomas Koet ศิลปินชาวอเมริกา

The Death of Buddha

การปรินิพพานของพระพุทธเจ้า ทั้งสาวกและสรรพสัตว์ต่างเศร้าโศกเสียใจ ผลงานของศิลปินชาวเนเธอแลนด์คุณ Marielle Heessels

The Buddhas of Bamyan

ผลงานของศิลปินชาวจีนคุณ Yang Lidong พระพุทธรูปสององค์แห่งหน้าผาบามียาน อัฟกานิสถาน สูงถึง 38 เมตรและ 55 เมตร น่าเศร้าที่องค์พระพุทธรูปหายวับไปกับระเบิดไดนาไมต์ของรัฐบาลฏอลิบาน ซึ่งห้ามไม่ให้บูชารูปเคารพตามกฏหมายอิสลาม ปัจจุบันนานาชาติได้เข้าฟื้นฟูจนประติดประต่อพระพุทธรูปองค์เล็กที่เหลืออยู่ได้ ส่วนองค์ใหญ่แทบไม่เหลือชิ้นส่วนเลย แต่องค์กรยูเนสโกก็ยังคงพยายามฟื้นฟูสถานที่ที่เคยเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปองค์ใหญ่ต่อไป

Sigiriya Rock and the Paintings

ภูเขาสิกิริยาและภาพวาดสีเฟรสโก้ แห่งศรีลังกา ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นพระราชวังลอยฟ้าเพราะตั้งอยู่บนภูเขาสูงเกือบ 200 เมตร ปากทางเข้าเป็นรูปเท้าสิงโต มีภาพเขียนนางอัปสรวาดอยู่ที่กำแพงถ้ำ ต้องขออภัยสำหรับสองภาพสุดท้ายด้วยนะคะ ลืมถ่ายป้ายคำอธิบายมาเลยไม่ทราบชื่อศิลปิน

Ganesha

The Love Story of Shah Jahan and Mumtaz

มาถึงไฮไลท์ของงาน รูปแกะสลักที่ตั้งโดดเด่นอยู่ตรงกลาง ขนาดใหญ่กว่ารูปอื่นถึง 3 เท่า เพราะเป็นการรวมกันของ 3 รูปแกะสลักของ 4 ศิลปิน ได้แก่ Taj Mahal – ผลงานของคุณ Leonardo Ugolini ชาวอิตาลี, The Love Story of Shah Jahan and Mumtaz – ผลงานของคุณ Ilya Filimontsev ชาวรัสเซีย และ The Parade of the Mughal Empire I, II – ผลงานของคุณ David Ducharme ชาวแคนาดา และคุณ Susanne Ruseler ชาวเนเธอแลนด์

ทัชมาฮาล อนุสรณ์สถานที่สวยงามที่สุดในโลก ซึ่งจักรพรรดิชาห์ชะฮันแห่งราชวงศ์โมกุลสร้างเพื่อแสดงความรักที่มีต่อจักรพรรดินีมัมทัส มาฮาล หลังจากนางสิ้นพระชนม์

นอกจากจะเด่นในเรื่องของความรักโรแมนติก (และแอบโหดร้าย) จักรพรรดิชาห์ชะฮันยังเลื่องลือว่าเป็นกษัตริย์นักรบที่เก่งกาจ ยุคของพระองค์ถือเป็นยุคทองของราชวงศ์โมกุล มีกองทัพอิสลามที่ใหญ่ที่สุดในโลก

The Parade of the Mughal Empire I, II

3D Projector Mapping

ไฮท์ไลท์ของไฮไลท์! คืองานฉายโปรเจ็คเตอร์ 3D บนศิลปกรรมรูปปั้นทราย (3D Projector Mapping) ปีนี้เป็นเรื่อง ตำนานรักทัชมาฮาล เรื่องของจักรพรรดิชาห์ชะฮันและมเหสีจักรพรรดินีมัมทัส มาฮาล รวมถึงการยกทัพของราชวงศ์โมกุล ตื่นตาตื่นใจอย่างกับได้ดูหนังเลย ช่วงเวลาสั้นๆ 10 นาทีรู้สึกตื่นเต้น อินไปกับหนัง อาจจะด้วยบรรยากาศ รู้สึกมหัศจรรย์มากๆ ที่ชอบที่สุดคือปิดท้ายด้วยคำว่า Merry Christmas ถึงฝนข้างนอกจะยังตกอยู่ แต่ตอนนี้รู้สึกอบอุ่นใจจริงๆ ค่ะ

สุดท้ายท้องฟ้าเหนือเนินทรายทตโตริก็ยังไม่หยุดร้องไห้ เราแอบไปส่องสถานีกระเช้าลอยฟ้าที่นั่งลงไปเนินทรายด้านล่าง มันเป็นที่นั่งเป็นไม่มีที่กั้น ไม่มีเข็มขัดรัด ที่นั่งเปียกซ่ก วินาทีนั้นมองเห็นภาพตัวเองนั่งแล้วลื่นปรื้ดหน้าทิ่มลงทราย แต่ถ้านั่งจริงๆ คงไม่อันตรายเพราะเขายังเปิดทำการตามปกติ แต่ไปคนเดียว กลัวไม่มีคนหามส่งโรงพยาบาล เลยหันหลังกลับไปนั่งกินไอศกรีมเมลอนอร่อยๆ รอรถบัสกลับ

Leave a Reply