20210606_รีวิวเที่ยวญี่ปุ่น_เมืองโคนัน (Conan Town)-39

ตะลุยเมืองโคนัน ตามหาความจริงที่มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น!

  • Reading time:1 mins read
  • Post category:Wonderland

เมืองโฮคุเอย์ (Hokuei) จังหวัดทตโตริ เป็นบ้านเกิดของอาจารย์โกโช อาโอยามาหรือท่านศาสดาแห่งคดีปริศนาในโลกอนิเมะ ผู้แต่งเจ้าหนูยอดนักสืบโคนันนั่นเอง เมืองนี้จึงเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวว่า เมืองโคนัน (Conan Town) ที่นี่เป็นเมืองที่ 5 ในทริปนั่งรถไฟเที่ยวญี่ปุ่น 7 วัน 9 เมือง และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดทริปคริสต์มาสนี้ที่ญี่ปุ่นของเรา

1
สู่เมืองโคนันที่แสนเงียบสงบ

วันนี้เราตื่นแต่เช้าตรู่ในโฮสเทลที่แสนอุ่นสบาย Drop Inn Tottori อยู่ห่างจากสถานีรถไฟเพียงเดิน 5 นาทีเท่านั้น ขึ้นรถไฟเที่ยวแรกตอน 7 โมงเช้าจากสถานีทตโตริ (Tottori station) ไปลงที่สถานียูระ (Yura station) สถานที่ตั้งของเมืองโคนัน โดยใช้ JR Sanyo-San’in Pass อีกเช่นเคย เพราะออกเดินทางวันธรรมดาตั้งแต่เช้า จึงได้เห็นนักเรียนญี่ปุ่นวัยมัธยมบนรถไฟกำลังเดินทางไปโรงเรียน เห็นแล้วก็อดคิดถึงชีวิตวัยเรียนแสนสนุกไม่ได้

ยิ่งขบวนรถออกห่างจากใจกลางเมืองทตโตริมากเท่าไหร่ สองข้างทางยิ่งเงียบสงบ เมื่อมองออกไปฝั่งซ้าย จะเห็นไร่นา ทุ่งหญ้า ถูกล้อมรอบด้วยภูเขาเตี้ยๆ หากมองออกไปฝั่งขวาจะเห็นทะเลอยู่ลิบๆ คนในรถไฟน้อยลงทุกที หลังจากผ่านไป 1 ชั่วโมง ก็มาถึงเมืองโคนัน!


2
5 จุดเช็คอิน เดินชิลตามถนนโคนัน

นับตั้งแต่วินาทีที่ก้าวเท้าลงจากรถไฟ จนตลอด 3 ชั่วโมงที่เราใช้เวลาอยู่ในเมืองแห่งนี้ หันไปทางไหนก็เจอแต่เจ้าหนูโคนันและพ้องเพื่อนเต็มไปหมด แม้แต่ฝาท่อระบายน้ำตามพื้นถนนยังสลักลวดลายโคนัน ขนาดป้ายบอกชื่อสถานียังเขียนว่า Conan station ทั้งที่ชื่อทางการคือ Yura station รูปภาพกรอบทองที่ตกแต่งในสถานีรถไฟ ตู้ล็อกเกอร์ ขั้นบันไดข้ามฝั่งชานชาลา ทั้งหมดเป็นลายจากการ์ตูนโคนัน สวรรค์ชัดๆ!

ก่อนจะออกไปผจญภัย ขอแนะนำให้ทุกคนแวะไปที่ศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวที่อยู่ติดกับสถานีรถไฟ เพื่อปั้มแสตมป์เป็นที่ระลึก และหยิบแผนที่เส้นทางเที่ยวในเมืองโคนัน ซึ่งหากเราเดินเที่ยวตามถนนโคนัน จะได้เจอ 5 จุดเช็คอินสำคัญที่สาวกโคนันพลาดไม่ได้! อันที่จริงถึงไม่มีแผนที่ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะหลงทาง เพราะโฮคุเอย์เป็นเมืองเล็กๆ และเป็นเมืองท่องเที่ยว จึงมีป้ายบอกทางภาษาอังกฤษชัดเจน แต่ถ้ากลัวหลง ก็ไปแวะหยิบแผนที่ที่ศูนย์นักท่องเที่ยวได้นะ

สถานีรถไฟโคนัน

จุดเช็คอินที่ 1 คือ สถานีรถไฟโคนัน (Conan Station) แค่ก้าวเท้าออกมาก็มีจุดให้ถ่ายรูปได้ไม่รู้จบ รูปปั้นโคนันมีทั้งแบบตัวเล็ก ตัวใหญ่ มีรูปปั้นขบวนการนักสืบเยาวชนครบแก็ง ไฟริมถนน พื้นถนน ป้ายอาคาร ทุกอย่างเป็นลายโคนันทั้งหมด เจอโคนันเยอะกว่าคนท้องถิ่นอีก ถ้าตัดโคนันและบรรดานักท่องเที่ยวออกไป บริเวณนี้เราเจอคนท้องถิ่นเพียง 4 คนเท่านั่นคือนายสถานี เจ้าหน้าที่ศูนย์นักท่องเที่ยวสองคน และคุณยายที่มาทำความสะอาดถนนหน้าสถานี โฮคุเอย์เป็นชนบทที่ช่วยปัดเป่าความวุ่นวายในจิตใจออกไปได้หมดจด

ก่อนหน้านี้เราเคยบอกว่า เมืองโคนันเป็นจุดเริ่มต้นของทริปคริสต์มาสแห่งโชคชะตาสินะ คิดถึงทีไรก็ขำตัวเอง สาเหตุมาจากเราชอบดูโคนันก่อนนอน มักเปิดทิ้งไว้จนหลับไป ทำแบบนี้มาตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว จนจู่ๆ คืนหนึ่งโคนันก็มาเข้าฝัน ตอนนั้นเกิดคดีปริศนาบางอย่าง จำได้ว่าฝันเป็นเรื่องเป็นราวจนเหนื่อยแต่จำรายละเอียดอะไรไม่ได้เลย สิ่งเดียวที่จำได้คือ เราหันไปหาเจ้าเด็กแว่นที่แสนคุ้นเคยแล้วถามว่า “ใครเป็นคนร้ายอะ?” โคนันหันมาตอบด้วยสีหน้าอวดดีว่า “อยากรู้หรอ… มาที่ญี่ปุ่นสิ ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น!” แอ๊ด~ ตึ้ง! (เสียงเอฟเฟคประตูโคนัน) เราสะดุ้งตื่นอย่างงงๆ อ่อ… ไม่ได้ปิดโคนันก่อนนอน 😑

เช้าวันถัดมา เราก็กดจองตั๋วเครื่องบินในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้าไปแล้ว บินไปลงฟุกุโอกะและบินกลับจากโอซาก้า (เพราะชอบตอนที่มีฮัตโตริ เฮย์จิ) เมืองโคนันในจังหวัดทตโตริก็อยู่ใกล้กับจังหวัดโอชาก้าด้วย กลายเป็นทริปฉุกละหุกที่ตั้งใจมาตามหาความจริงมีเพียงหนึ่งเดียวที่เมืองโคนัน ส่วนอีก 8 เมืองที่เหลือ… ทางผ่านล้วนๆ 😂

ตอนที่บอกว่าจะไปญี่ปุ่นแล้วนะ ใครๆ ก็ว่าบ้าไปแล้ว จู่ๆ จะบินในอีกสองสัปดาห์ ไปตั้ง 7 วัน ไปคนเดียว ไม่เคยไปญี่ปุ่นมาก่อน ไม่มีเสื้อผ้าเมืองหนาวติดตัวสักชิ้น ยิ่งพอเล่าเรื่องความฝันให้ฟัง ทุกคนทำหน้าแบบ เอิ่ม ว่างสินะ… ถึงจะลังเลใจหลายครั้ง ขนาดมาถึงสนามบินแล้วยังคิดว่า จะหันหลังกลับบ้านดีมั้ย ขี้เกียจจัง หาเรื่องเหนื่อยแท้ๆ ตอนนั้นอารมณ์เหมือนนักเรียนที่ถูกบังคับให้ไปทัศนศึกษา

สุดท้ายแล้ว ตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้เหยียบประเทศญี่ปุ่นจนวินาทีสุดท้ายที่โบกมืออำลา มันคุ้มค่า สวยงาม ตราตรึงมาจนถึงทุกวันนี้ ที่สำคัญใครจะไปคาดคิดว่ามันจะเป็นการท่องเที่ยวครั้งสุดท้ายก่อนโควิด-19 ระบาดไปทั่วโลก หลังจากกลับมาไม่ถึงเดือนก็มีข่าวเรื่องโรคระบาดในจีนออกมาเบาๆ แล้ว ภายหลังเราจึงเรียกการเดินทางครั้งนี้ว่า ทริปแห่งโชคชะตา ถ้าคืนนั้นโคนันไม่มาเข้าฝัน ถ้าเรามัวแต่ผัดวันประกันพรุ่งเหมือนที่เคยทำ คงไม่มีโอกาสได้สัมผัสรอยยิ้มที่ไร้หน้ากากของชาวญี่ปุ่นไปอีกหลายปีแน่นอน

จงไขว้คว้าโอกาสที่มาถึง และหาทางสร้างโอกาสให้ตัวเอง

ห้องสมุดโคนัน

จุดเช็คอินที่ 2 คือ ห้องสมุดโคนันหรือห้องสมุดประจำเมืองโฮคุเอย์ (Hokuei Town Library) เดินตรงจากสถานีรถไฟมาเพียง 3 นาทีก็ถึงแล้ว เห็นพรีเซนเตอร์ก็เชื่อแล้วว่า ถ้ามานั่งอ่านหนังสือที่นี่จะต้องฉลาดขึ้นอย่างแน่นอน ไม่มีคดีปริศนาไหนที่ไขไม่ได้! ตรงทางเข้ามียอดนักสืบมัธยมปลาย คุโด้ ชินอิจิ ยืนต้อนรับคนรักการอ่านอยู่ด้วย น่าเสียดายที่ไม่ได้เข้าไป แต่ดูจากภายนอกแล้วบรรยากาศผ่อนคลายมาก ถ้ามีห้องสมุดแบบนี้อยู่ใกล้บ้าน เราคงไปสิงอยู่ทุกวันเลย

บ้านเบกะ

หิวกันหรือยัง~ มาแวะบ้านเบกะ (Beika House) สิ! ที่นี่เป็นจุดเช็คอินที่ 3 บ้านเบกะเป็นคาเฟ่ร้านอาหาร โชคดีที่เรามาถึงตอนร้านเพิ่งเปิดพอดี จึงได้ฝากท้องมื้อเช้าไว้ ที่นี่ขายอาหารฟาสต์ฟู้ดและของหวานอย่างซอฟต์ครีม เราสั่งชุดแฮมเบอร์เกอร์ไก่ เฟรนช์ฟรายส์และกาแฟดำ ราคา 1,050 เยน (~300 บาท)

คุณน้าพนักงานขายยิ้มแย้มแจ่มใสและสุภาพมาก แม้ตลอดทริปจะเจอพนักงานญี่ปุ่นนิสัยน่ารัก สุภาพ แจ่มใสอยู่ทุกครั้ง แต่เห็นกี่ครั้งก็ยังประทับใจ ได้พลังงานความสุขกลับมาเสมอและอยากส่งพลังงานนี้ให้คนรอบข้างบ้าง 😊

เราเดินถ่ายรูปเล่นในคาเฟ่ระหว่างรออาหาร บรรยากาศในร้านถูกตกแต่งภาพคู่รักจากโคนัน มีทั้งรัน-ชินอิจิ, โซโนโกะ-มาโคโตะ และไฮบาระ-สุบารุ (จงใจจัดแบบนี้ แสดงว่าต้องได้คู่กันจริงแล้วแหละ! ❤️)

ป้ายรถเมล์ไขคดี

จุดเช็คอินที่ 4 คือ ป้ายรถเมล์สุดโดดเด่นใจกลางเมือง เป็นจุดที่เราประทับใจมากที่สุดด้วย เพราะที่ป้ายรถเมล์มีตาลุงโมริกำลังนั่งหลับ เอ๊ย กำลังไขคดี หรือจะเรียกว่าโคนันกำลังไขคดีผ่านร่างทรงตาลุงโมริดี เห็นครั้งแรกแล้วหลุดขำออกมาเลย แบบนี้นั่งรอรถเมล์นานแค่ไหนก็ไม่มีเหงา

พิพิธภัณฑ์โกโช อาโอยามา

จุดเช็คอินที่ 5 ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางของถนนโคนันคือ พิพิธภัณฑ์โกโช อาโอยาม่า (Goshou Aoyama Manga Factory) ศูนย์รวมผลงานของอาจารย์โกโชไว้ตั้งแต่เริ่มต้นอาชีพนักเขียนการ์ตูนอย่าง จอมโจรอัจฉริยะ (Magic Kaitou), ไยบะ เจ้าหนูซามูไร (Yaiba), เธิร์ดเบอร์ 4 (Yonban Sādo) และผลงานสร้างชื่อไปทั่วโลกอย่าง เจ้าหนูยอดนักสืบโคนัน (Meitantei Conan) ดังนั้นโคนันจึงกลายเป็นพระเอก เรียกที่นี่อีกอย่างว่าพิพิธภัณฑ์โคนันก็ได้

ถ้าใครได้ดูแต่โคนัน อาจเข้าใจเหมือนเราว่าจอมโจรคิดมาทีหลัง แต่พอได้มาเที่ยวถึงได้ทราบว่า ที่จริงจอมโจรคิดถือกำเนิดขึ้นมาก่อนโคนันเกือบสิบปี ถือเป็นผลงานชิ้นแรกๆ ของอาจารย์โกโชเลย ดีใจมากที่อาจารย์นำตัวละครเก่าจากเรื่องที่ตัวเองเคยเขียนไว้มาใส่รวมกันในจักรวาลโคนันได้อย่างแนบเนียนและสนุก ไม่ใช่แค่จอมโจรคิด แต่ยังรวมถึงเหล่านักดาบจากเรื่องไยบะด้วย

สมกับเป็นพิพิธภัณฑ์ของนักเขียนการ์ตูนคดีปริศนา สนุกมาก มีทริคคดีดังๆ ให้เราได้ลองทำอย่าง ทริคโซ่คล้องประตูเพื่อสร้างห้องปิดตาย ทริคเงาคนแก่หน้าประตู เป็นต้น มีเกมสนุกๆ ให้เล่น ขนาดตั๋วยังสามารถสแกนโค้ด สุ่มโชว์ตัวละคร 3D ขึ้นอยู่ข้างๆ เราเพื่อถ่ายรูปได้ อย่างในภาพด้านบน ตั๋วของเราคือเจ้าหนูไยบะนั่นเอง นอกจากนี้ยังจัดแสดงผลงานตลอด 20 กว่าปีของอาจารย์ มีห้องทำงานที่เต็มไปด้วยหนังสือและแฟ้มข้อมูล

หากพูดถึงยอดนักเขียนแนวสืบสวนสอบสวน เรามักจะนึกถึง ‘เซอร์อาเธอร์ โคนัน ดอยลส์’ ผู้ให้กำเนิดนักสืบอัจฉริยะ ‘เชอร์ล็อก โฮล์มส์’ และ ‘อกาธา คริสตี’ ผู้ให้กำเนิดคุณลุงนักสืบเจ้าระเบียบ ‘แอร์กูล ปัวโรต์’ แต่ ณ ตอนนี้ที่สุดในใจขอยกให้อาจารย์โกโช อาโอยาม่า เขียนมาอย่างยาวนานเกือบ 20 ปี เมื่อเร็วๆ นี้ทั้งมังงะและอนิเมะก็เพิ่งครบ 1,000 ตอนไป ต้องคิดมุก คิดทริค ปริศนาใหม่ๆ ทุกตอน ยากบ้าง ง่ายบ้าง แต่รวมๆ แล้วสนุกทุกตอน เรากลับมาดูซ้ำไปไม่เคยเบื่อ รวมถึงเหล่าตัวละครหลักก็มีสเน่ห์เฉพาะตัว ลุ้นอยากให้ไขปริศนาองค์กรชุดดำให้ได้เร็วๆ แต่ก็ไม่อยากให้การ์ตูนจบลงเลย


เมืองโคนันเป็นเมืองที่เราเดินยิ้มแก้มปริ แอบกรี๊ดเรื่อยๆ ด้วยความตื่นเต้นตลอดช่วงเช้า นอกจากโคนันแล้ว ความเงียบสงบแบบชนบทของเมืองโฮคุเอย์ก็เป็นสเน่ห์ที่ทำให้เราหายวุ่นวายใจเป็นปลิดทิ้ง เป็นเมืองที่ทำให้ตกหลุมรักได้ง่ายๆ จริงๆ

โบกมือลาเมืองโคนันไปพร้อมกับท้องฟ้าแจ่มใส ช่วงบ่ายอากาศเกิดครึ้มฟ้าครึ้มฝนขึ้นมา เรากลับไปที่สถานีทตโตริเพื่อเดินทางไปชมแลนด์มาร์กของเมืองอย่าง เนินทรายทตโตริ (Tottori Sand Dunes) และชมพิพิธภัณฑ์ศิลปะทรายอันโด่งดัง อ่านเรื่องราวของเมืองที่ 6 ท่องเอเชียใต้ในเมืองแห่งทราย ทตโตริ (Tottori) ต่อเลย

Leave a Reply