วิธีสร้างรายได้จาก Affiliate Marketing: เปลี่ยนคอนเทนต์ให้เป็นเครื่องผลิตเงิน 24/7

จะดีแค่ไหนถ้าคุณสามารถทำเงินได้ แม้ในเวลาที่คุณไม่ได้ทำงาน

ในยุคที่เงินเฟ้อแซงหน้า ค่าครองชีพพุ่ง ทุกอย่างแพงขึ้นหมด ยกเว้นรายได้ของคุณ ถึงจะทำงานหนักขึ้น แต่เงินเดือนเท่าเดิม

การมีรายได้หลายทางจึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็น ทางรอด ของพวกเรา แล้วหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดสำหรับคนชอบทำคอนเทนต์คือ…

Affiliate Marketing

Affiliate Marketing สร้างรายได้แม้ตอนคุณหลับ

หากคุณชอบทำคอนเทนต์ ชอบขายของแต่ไม่อยากลงทุน คงจะไม่มีวิธีหาเงินไหนสนุกไปกว่า Affiliate Marketing หรือ นายหน้าขายของออนไลน์ แล้ว

ระบบของ Affiliate Marketing ก็เรียบง่าย:

  1. คุณแนะนำสินค้า
  2. มีคนซื้อสินค้าผ่านลิงก์ของคุณ
  3. คุณรับค่าคอมมิชชั่น

ความสนุกคือ คุณเลือกที่จะขายอะไรก็ได้! ตั้งแต่สินค้าแฟชั่น ของใช้ในบ้าน อาหาร อิเล็กทรอนิกส์ ท่องเที่ยว คอร์สเรียนออนไลน์ ประกัน ไปจนถึงบัตรเครดิต

ไม่ต้องมีสินค้าเอง ไม่ต้องบริการลูกค้า ไม่ต้องส่งของ แค่แชร์ลิงก์ แล้วรอรับเงิน

ที่สำคัญระบบนี้สามารถทำงานให้คุณตลอด 24 ชั่วโมง สร้างรายได้แม้ในตอนที่คุณหลับ เที่ยว หรือทำงานประจำอยู่

ขอพามาชมตัวเลขกันสักหน่อย Bangkok Post คาดการณ์ว่า Affiliate Marketing ในไทยจะโตขึ้นอีก 50% ในปี 2025 จากมูลค่า 555 ล้านบาท ซึ่งมาจากเทรนด์การช้อปปิ้งบน TikTok Shop ที่มีการปักตะกร้าและมูลค่าการขายสินค้าที่สูงขึ้น

แล้วตัวเลขนี้เกี่ยวกับคุณยังไง?

หมายความว่า ร้านค้าต่างๆ หันมาทำ Affiliate Marketing กันมากขึ้น เต็มใจจ่ายค่าคอมมิชชั่นมากขึ้น และคุณก็มีโอกาสทำเงินจาก Affiliate มากขึ้นเช่นกัน

เราทำเงิน 10,000+ บาท จากคลิปเดียวบน TikTok ได้ยังไง?

เราทดลองทำ Affiliate Marketing มาตั้งแต่ยังเป็น First Jobber เพราะออฟฟิศแรกของเราเป็นแพลตฟอร์ม Affiliate ชื่อดังค่ะ เลยขอเอาความรู้จากงานมาลองสร้างตัวบ้าง โดยแปะลิงก์แนะนำสินค้าแบบขำขันไม่จริงจัง รายได้ก็เลยขำขันไปด้วย หลักร้อยนิดๆ และไม่ได้มีเข้ามาทุกเดือน จึงเลิกทำไป

จนกระทั่งการมาถึงของ TikTok แพลตฟอร์มที่คอนเทนต์ของคุณดังได้ โดยไม่ต้องเป็นอินฟลูเอนเซอร์ ไม่ต้องมีผู้ติดตามเยอะ

สิ่งนั้นเกิดขึ้นกับเรามาแล้ว

@sisacademy.blog

บ้านเหมือนโดนพายุซัด (พายุงานใหม่) 🫠 พอได้เห็นบ้านกลับมาเป็นระเบียบอีกครั้ง ก็รู้สึกดีขึ้นว่าเราสามารถจัดระเบียบงานและชีวิตแบบนี้ได้เหมือนกัน 🧹🫧🧽 #housecleaning #productivity #คอนโดสองชั้น #คอนโด

♬ 티라미수 케익 – 위아더나잇

วันหนึ่งเราโพสต์วิดีโอ Big Cleaning Day เกี่ยวกับการจัดบ้าน ตั้งใจเก็บไว้เป็นความทรงจำ (ครั้งหนึ่งบ้านฉันเคยรกจนอยู่ไม่ไหว) คลิปนั้นกลายเป็นไวรัล ยอดวิวทะลุ 1 ล้าน ใน 1 เดือน

คนเริ่มถามหาพิกัดไอเทมแต่งบ้านในคลิป เราเลยแปะโค้ด Shopee Affiliate ไว้ในคอมเมนต์ พอจบเดือนก็มีค่าคอมมิชชั่น 10,000+ บาท โอนเข้ามาในบัญชี ไม่ต้องพูดขายของ แค่ทำคอนเทนต์ที่ชอบแล้วแนะนำสินค้า

ความรู้สึกที่ตื่นมาในตอนเช้า เปิดเข้าแอป Shopee แล้วเห็นว่ามีรายได้จาก Affiliate เข้ามาตอนที่เรากำลังหลับฝันหวาน มันทำให้เช้านั้นสดใสมาก

ถึงแม้ว่าหลังจากคลิปนั้นหมดกระแส รายได้ลดลงเหลือหลักร้อย แต่นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราเห็นโอกาสว่า ถ้าวางระบบ Affiliate Marketing ดีๆ เราสามารถเปลี่ยนคอนเทนต์ให้กลายเป็นเครื่องผลิตเงิน 24/7 ได้

วิธีสร้างรายได้จาก Affiliate Marketing

การแปะลิงก์แนะนำสินค้านั่นง่าย แต่ความท้าทายคือ…

คุณจะทำยังไงให้คนเห็นคอนเทนต์ของคุณ คลิกลิงก์ และซื้อสินค้าผ่านคุณตลอด?

การสแปมลิงก์ใต้โพสต์ดังๆ ของคนอื่น หรือโพสต์คอนเทนต์ทุกวัน ก็ไม่ได้ผลเสมอไป ยิ่งในยุคที่ แก็ง Call Center ระบาด ทุกคนต่างก็ระวังตัวจากการกดลิงก์ของคนแปลกหน้า

แนะนำให้คุณเริ่มต้นจากตั้งเป้าหมายรายได้ต่อเดือนจาก Affiliate แล้วแยกเป็นขั้นตอนย่อยๆ ตามภาพข้างบน แล้วคุณจะเห็นแนวทางชัดขึ้นว่า ควรเลือกสินค้าแบบไหน ราคาเท่าไหร่ %ค่าคอมมิชชั่นเท่าไหร่ และต้องโพสต์กี่ครั้ง ผ่านช่องทางไหน เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายรายได้ที่ต้องการ

ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้ต้องการทำให้คุณปวดหัว หรือรู้สึกยุ่งยาก แต่เพื่อให้คุณเห็นภาพว่า ยังมีกลยุทธ์เพิ่มรายได้จาก Affiliate อีกมากที่ซ่อนอยู่ นอกเหนือจากการแค่สแปมลิงก์ไปเรื่อยๆ

ถ้าคุณยังไม่รู้จะเริ่มยังไง ขอแนะนำ Affiliate Marketing Roadmap เริ่มต้นจาก 0 บาท สู่รายได้ 10,000+ บาทต่อเดือน

1. เลือกสินค้าที่ชอบ (Niche) และโปรแกรม Affiliate ที่ใช่

เลือกสินค้าที่คุณสนใจจริงๆ ให้ผู้ติดตามเชื่อถือเวลาคุณแนะนำสินค้านั้น หากนึกไม่ออก ลองเปิดดูประวัติการสั่งซื้อ ไอเทมในตะกร้า หรือไลฟสไตล์ในชีวิตประจำวัน

จากนั้นเลือกโปรแกรม Affiliate ที่เหมาะสมกับสินค้าของคุณ เช่น

Affiliate Programจุดเด่นเงื่อนไข
Shopee Affiliate• มีสินค้าทุกหมวด
• โปรโมทได้ทั้งร้านเล็กและแบรนด์
• ฐานลูกค้าเยอะ ขายง่าย
• ช่วงแคมเปญมีค่าคอมมิชชั่นเพิ่มพิเศษ
• ไม่มีผู้ติดตามก็โปรโมตได้
• จ่ายทุกวันที่ 1 และ 16
• ถอนขั้นต่ำ 100 บาท
Lazada Affiliate• มีสินค้าทุกหมวดหมู่
• โปรโมทได้ทั้งร้านเล็กและแบรนด์
• ฐานลูกค้าเยอะ ขายง่าย
• ช่วงแคมเปญมีค่าคอมมิชชั่นเพิ่มพิเศษ
• ไม่มีผู้ติดตามก็โปรโมตได้
• จ่ายเดือนละ 2 ครั้ง ช่วงกลางเดือนและช่วงสิ้นเดือน
• ถอนขั้นต่ำ 300 บาท
TikTok Affiliate• สินค้าราคาถูก ขายง่าย
• ปักตะกร้าในคลิป TikTok ง่าย
• คอนเทนต์ไวรัลได้ง่าย = เพิ่มโอกาสขาย
• มีผู้ติดตาม >1,000 คน หรือมีร้าน TikTok Shop
• จ่ายทุกวันที่ 1 และ 16
• ไม่มีขั้นต่ำในการถอน
AccessTrade• มีแบรนด์ให้เลือกเยอะ
• เช่น Klook, SHEIN, Expedia, Traveloka, HomePro, Lotus’s
• ไม่มีผู้ติดตามก็โปรโมตได้
• จ่ายทุกวันที่ 15
• ถอนขั้นต่ำ 500 บาท
Involve Asia• มีแบรนด์ให้เลือกเยอะ
• เช่น Temu, Air Asia, Udemy, Central, King Power, AliExpress
• ไม่มีผู้ติดตามก็โปรโมตได้
• จ่ายทุกวันที่ 15
• ถอนขั้นต่ำ 80 ริงกิต (~600 บาท)

แล้วคุณควรเลือกโปรแกรม Affiliate จากอะไรดี?

  1. เลือกจากสินค้าหรือแบรนด์ที่คุณอยากโปรโมท
  2. เลือกจากฐานลูกค้าของแพลตฟอร์ม
  3. เลือกจาก %คอมมิชชั่น หรือส่วนแบ่งรายได้จากการขาย

คุณสามารถเลือกได้ว่าจะขายของให้ได้ 100 ชิ้น เพื่อส่วนแบ่ง 100 บาท หรือขายของเพียง 1 ชิ้น เพื่อส่วนแบ่งที่เท่ากัน โดยคำนวณจาก

รายได้ Affiliate = ราคาสินค้า x จำนวนที่ขาย x %คอมมิชชั่น

ตัวอย่างเช่น

ราคาสินค้าจำนวนขาย%คอมมิชชั่นรายได้รวม
100 บาท100 ชิ้น1%100 บาท
10,000 บาท1 ชิ้น1%100 บาท
1,000 บาท1 ชิ้น10%100 บาท

ทุกกรณีในตารางนี้มีรายได้รวมเท่ากัน แต่กว่าจะปิดการขายได้ต่างกัน

  • กรณีแรก: สินค้าราคาถูก ขายง่าย ค่าคอมฯ น้อย ต้องปั่นออเดอร์ให้ได้จำนวนมาก
  • กรณีที่สอง: สินค้าราคาแพง ขายยาก คนใช้เวลาคิดนานกว่าจะซื้อ ค่าคอมฯ น้อย
  • กรณีที่สาม: สินค้าราคากลาง ขายง่าย ค่าคอมฯ สูง

แล้วคุณจะรู้ได้อย่างไรว่าสินค้าประเภทไหน แพลตฟอร์มไหนให้คอมมิชชั่นสูงสุด?

นั่นคือสิ่งที่คุณต้องหาข้อมูล เปรียบเทียบค่าคอมมิชชั่นของสินค้าที่คุณอยากแนะนำ และจำนวนผู้ซื้อของแต่ละแพลตฟอร์ม

ลองคิดแบบนักลงทุน คุณคงจะไม่ใส่เงินไปในหุ้นที่ไม่รู้จัก เช่นเดียวกันกับ Affiliate Marketing คุณต้องรู้ก่อนว่าสินค้าไหนคุ้มค่า และแพลตฟอร์มไหนให้ผลตอบแทนดีที่สุด

เช่น สินค้าหลักของเราคือ หนังสือ หลังจากลองโปรโมทลิงก์หลายร้าน หลายแพลตฟอร์ม ก็พบว่าคนสั่งซื้อจาก ร้านนายอินทร์ มากที่สุด เมื่อเปรียบเทียบค่าคอมมิชชั่นของนายอินทร์ในแต่ละโปรแกรมก็พบว่า

  • นายอินทร์ผ่านระบบ Accesstrade = ค่าคอมฯ 5.6%
  • นายอินทร์บน Shopee = ค่าคอมฯ 8%

Shopee ให้ค่าคอมฯ สูงกว่า มีผู้ซื้อเยอะกว่า และมี UX/UI ที่ทำให้คนตัดสินใจซื้อได้ง่ายกว่า ดังนั้นเราจึงเลือกโปรโมตร้านนายอินทร์บน Shopee เป็นหลัก

2. สร้างระบบคอนเทนต์ให้เป็นเซลส์ขายของแทนคุณ

ถ้าคุณอยากมีรายได้สม่ำเสมอจาก Affiliate คุณต้องสร้างระบบคอนเทนต์ ทำหน้าที่เป็นเซลส์ขายของแม้ในตอนที่คุณไม่ได้ทำงาน

เมื่อพูดถึงการทำคอนเทนต์ที่ดึงดูดผู้ติดตาม สร้าง Engagement และทำรายได้ ขอแนะนำเทคนิคจาก Dan Koe ครีเอเตอร์สาย One Person Business ที่ทำรายได้กว่า 1 ล้านดอลลาร์ต่อปี ซึ่งเขาแบ่งปันเทคนิคดีๆ ไว้เยอะมาก สามารถศึกษาได้จาก YouTube หรือ Blog ของ Koe ได้เลยค่ะ

เทคนิคหนึ่งที่เราชอบคือ ผสม Bite-sized content กับ Long-form content

  • Bite-sized content: คอนเทนต์สั้น ย่อยง่าย เช่น TikTok, IG Reels, X (Twitter), Threads สามารถดึงดูดคนให้สนใจ เพิ่มการมองเห็นได้มาก ปิดยอดขายจาก Affiliate ได้ไว แต่รายได้ไม่สม่ำเสมอ ขึ้นอยู่กับกระแสของโพสต์
  • Long-form content: คอนเทนต์ยาว ดึงดูดให้คนใช้เวลากับคอนเทนต์นานๆ เพื่อสร้างฐานแฟนคลับ เช่น บทความบนเว็บไซต์, วิดีโอ YouTube เน้นทำ SEO (Search Engine Optimization) เพื่อให้คอนเทนต์ติดการค้นหาหน้าแรกบน Google แม้ใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล แต่ถ้าติดอันดับแล้ว ก็สร้างรายได้ต่อเนื่อง

ถ้าคุณทำคอนเทนต์รีวิวของแต่งบ้าน คุณสามารถทำ 1 คอนเทนต์ หลายรูปแบบ กระจายหลายแพลตฟอร์มได้ เช่น

  • ทำวิดีโอยาวรีวิวบ้านต้อนรับคริสต์มาสบน YouTube
  • ตัดคลิปไฮไลต์สั้นลง TikTok, IG Reels, Facebook video
  • เขียนเล่าเรื่องบ้าน พร้อมแนะนำไอเทมแต่งบ้านลง Blog
  • เลือกไฮไลต์สั้นๆ จากบล็อกมาโพสต์ลง Facebook, X และ Thread

คอนเทนต์เดียว แต่เพิ่มโอกาสสร้างรายได้จากทุกช่องทาง

3. เพิ่มยอดเข้าชม = เพิ่มยอดขาย

ก่อนอื่นขอแนะนำ Affiliate Funnel หรือเส้นทางสร้างรายได้จาก Affiliate คือ

ยอดเข้าชม (Traffic) → คำสั่งซื้อ (Conversions) → ยอดขาย (Sales) → ค่าคอมมิชชั่น (Commissions)

ต่อให้คอนเทนต์ดีแค่ไหน ถ้าไม่มีคนเห็น ไม่มีคนคลิก ก็ไม่มีรายได้ ในทางกลับกัน ยิ่งคนเห็นเยอะขึ้น = โอกาสขายได้เยอะขึ้น

วิธีเพิ่มยอดเข้าชมมี 2 แบบ:

  1. Organic Traffic: ฟรี ใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล แต่ยั่งยืนกว่า เช่น การทำ SEO, โซเชียลมีเดีย, อีเมลมาร์เก็ตติ้ง ช่องทางที่เราแนะนำเป็นพิเศษคือ Pinterest โดยยอดเข้าชมเว็บไซต์และโซเชียลมีเดียของ Sis Academy มาจาก Pinterest เป็นหลัก เหมาะสำหรับการแชร์คอนเทนต์ทุกรูปแบบ ทั้งบทความ รูปภาพ วิดีโอ
  2. Paid Traffic: เห็นผลไวแต่ต้องจ่ายเงิน เช่น การยิงโฆษณาบน Facebook, Google และ TikTok

หากคุณไม่อยากลงทุน เริ่มจากสร้าง Organic Traffic ก่อนก็ได้ แต่เมื่อเริ่มมีรายได้แล้ว เราแนะนำให้แบ่ง 20-30% ของรายได้ Affiliate ไปยิงโฆษณา เพื่อเร่งปฏิกิริยาให้ช่องทางของคุณโตไว เพิ่มการมองเห็น ขยายฐานผู้ติดตาม เป็นการเพิ่มโอกาสขายในระยะยาว

จ่ายเพียงหลักร้อย ก็เข้าถึงกลุ่มคนได้ 1,000 – 10,000 reaches เมื่อคุณคิดว่าช่องทางของคุณมีฐานผู้ติดตามที่มั่นคงแล้ว จะหยุดยิงโฆษณาและทำแต่ Organic Traffic ก็ได้

กับดัก Algorithm ถูกปิดกั้นการมองเห็น

ปัญหาของการทำ Affiliate บนโซเชียลมีเดียคือ โพสต์ที่แปะลิงก์มักมียอด Reach ต่ำกว่าปกติ เพราะแพลตฟอร์มโซเชียลไม่อยากให้คนออกจากระบบไปเว็บไซต์อื่น

นี่คือเหตุผลที่คุณควรสร้างทั้ง Bite-sized และ Long-form content ควบคู่กัน รวมถึงทำช่องทางส่วนตัว เช่น เว็บไซต์ อีเมลมาร์เก็ตติ้ง เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกจำกัดการมองเห็นโดยแพลตฟอร์มต่างๆ

แต่โซเชียลมีเดียก็ยังเป็นช่องทางที่สร้างโอกาสอยู่

คำแนะนำคือ อย่าแปะลิงก์ Affiliate ไว้ในโพสต์ตั้งแต่แรก ให้โพสต์มียอด Reach และ Engagement ก่อน แล้วค่อยใส่ลิงก์ในคอมเมนต์เมื่อมีคนถามถึงสินค้าในวิดีโอ เหมือนกับคลิปจัดบ้านของเรา

การเสียภาษีจากรายได้ Affiliate

บางคนอาจมองว่ารายได้จาก Affiliate นั่นเล็กน้อย และเรื่องภาษีก็ยุ่งยากเกินไปจนละเลย แต่เชื่อเถอะว่า ถ้าคุณถูกปรับย้อนหลัง คุณอาจจะเสียเงินมากกว่ารายได้ที่ได้ และการยื่นภาษีย้อนหลังก็ยุ่งยากกว่ายื่นตั้งแต่แรกอีก

ถ้าคุณสามารถสร้างรายได้ 10,000+ ต่อเดือนจาก Affiliate ได้ การทำความเข้าใจภาษีก็ไม่ยากเกินความสามารถของคุณเลย

คุณสามารถศึกษาการเสียภาษีจากรายได้ Affiliate ที่ Easy Sunday เลยค่ะ ครบถ้วน เข้าใจง่าย โดยขอสรุปเรื่องสำคัญเกี่ยวกับภาษีดังนี้:

  • รายได้จาก Affiliate = รายได้ที่ต้องยื่นภาษี
  • ยื่นรายได้ในหมวดเงินได้พึงประเมิน มาตรา 40(2)
  • หากรายได้รวม (รายได้จาก Affiliate + รายได้อื่นๆ) ไม่เกิน 150,000 บาท/ปี → ไม่ต้องเสียภาษี แต่ยังต้องยื่นแสดงรายได้
  • หากรายได้รวมเกิน 150,000 บาท/ปี → ต้องเสียภาษีตามอัตราก้าวหน้า
  • หากไม่มีเงินเดือน มีแต่รายได้จาก Affiliate สามารถหักค่าใช้จ่าย 50% (สูงสุด 100,000 บาท)
  • หากมีเงินเดือน ต้องนำรายได้จาก Affiliate ไปรวมกับเงินเดือน และไม่สามารถหักค่าใช้จ่าย 50% ได้

โพสต์ลิงก์แรก (และอีกหลายลิงก์) ให้คอนเทนต์ทำเงินแทนคุณ

ถ้าให้สรุปเนื้อหาทั้งหมด คุณสามารถเปลี่ยน 0 บาท เป็น 10,000 บาท หรือ 100,000 บาทจาก Affiliate Marketing ได้ โดยไม่ต้องเป็นอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ไม่ต้องมีผู้ติดตามเยอะ 

แค่มีระบบคอนเทนต์ที่ดีเป็นเซลส์ขายของแทนคุณ

  • สินค้าแบบไหนที่ขายได้ง่าย
  • แพลตฟอร์มไหนให้ผลตอบแทนดีที่สุด
  • กลุ่มเป้าหมายของคุณอยู่ที่ช่องทางไหน
  • คอนเทนต์แบบไหนดึงดูดให้คนคลิก

แต่ระบบไม่ได้เกิดขึ้นเอง คุณต้องเป็นคนสร้างมัน

การวางระบบที่ดีต้องใช้เวลา ทดลอง และเก็บข้อมูล แต่เมื่อมันเริ่มทำงานแล้ว มันจะกลายเป็นรายได้ที่ไม่ต้องแลกกับเวลาทั้งหมดของคุณ

  • โพสต์ลิงก์แรก (และอีกหลายลิงก์) ของคุณวันนี้
  • ทดลอง เก็บและวิเคราะห์ข้อมูล
  • ทำซ้ำในสิ่งที่ได้ผล

ทุกคอนเทนต์คือ Asset ที่สร้างรายได้ แม้ในวันที่คุณหยุดทำงาน

คุณเลือกได้ว่าจะเป็นคนที่แปะลิงก์โปรโมตสินค้าทั่วไป หรือเป็นคนที่สร้างระบบที่ทำเงินให้คุณตลอด 24 ชั่วโมง



Total
0
Shares
Picture of Cookie

Cookie

นักการตลาดโดยอาชีพ นัก Artistic Pole & Aerialist สมัครเล่น ชอบสร้างสรรค์ digital template แจกโดยสมัครใจ และสมัครไปปีนเขาทุกปี

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

CREATIVE LAB

LIFE DESIGN TEMPLATES

Track your growth. Organize your mind. Design a life that works for you.

digital Notebook

Travel Planner Template

Notion Template

Wallpaper & Folder Icon

Self-design. Infinite possibilities. Spread Kindness.

คาเฟ่ดิจิทัล ☕︎ เสิร์ฟคอนเทนต์ทักษะชีวิต ปลดล็อกศักยภาพ และเครื่องมือออกแบบชีวิต ที่จะช่วยให้คุณค้นพบเป้าหมาย เป็นได้ทุกอย่างที่ใจต้องการ และใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ

© All Rights Reserved.

2020 – 2025 SIS ACADEMY | by Ponglada Niyompong