25_รีวิวหนัง Blackpink Light Up The Sky

บทเรียนชีวิตจาก BLACKPINK: Light Up The Sky (2020)

  • Reading time:1 mins read
  • Post category:Theatre Club

หากคุณกำลังมองหากำลังใจ อยากเติมไฟในการใช้ชีวิต ซิสขอแนะนำหนังสารคดีเรื่องแรกของ Blackpink ในชื่อเรื่อง BLACKPINK: Light Up The Sky (2020) เผยหมดเปลือกถึงเส้นทางของสี่เด็กสาวธรรมดาที่มีความฝันร่วมกัน ผ่านการเทรนสุดโหดหลายปี จนกลายเป็นเวิลด์สตาร์ที่แฟนๆ หลงรักไปทั่วโลก

นอกจากเราจะได้รู้จักชีวิตก่อนหน้าสปอตไลท์ของจีซู, เจนนี่, ลิซ่า และโรเซ่มากขึ้นแล้ว ยังได้เติมพลังบวกและบทเรียนชีวิตที่ไม่มีสอนในตำรา ทัศนคติและวิธีการใช้ชีวิตให้ได้อย่างที่ต้องการ ไม่ว่าคุณจะเป็นบลิ้งค์ หรือไม่บลิ้งค์ ก็ต้องได้พลังไปจากสาวๆ แน่นอน ซิสเองก็ได้พลังใจมาเต็มเปี่ยม เลยอยากแบ่งปันบทเรียนที่ได้จากเมมเบอร์ไว้ที่นี่ค่ะ

1. เสียสละความสบายเพื่ออนาคต

จุดเริ่มต้นของเมมเบอร์มาจากแพชชั่นล้วนๆ ทุกคนตัดสินใจมาออดิชั่นด้วยตัวเองกับทาง YG Entertainment เราล้วนได้ยินความเลื่องชื่อเรื่องการเทรนสุดโหดของค่ายเพลงคุณภาพนี้มาเยอะ แต่พอได้ฟังคำบอกเล่าจากปากคนที่ผ่านจุดนั้นมาโดยตรง ยิ่งหนักหน่วงในใจ เหล่าเด็กสาวสิบกว่าขวบต้องแลกชีวิตวัยเยาว์ ความสบายส่วนตัว ออกจากอ้อมอกพ่อแม่ และการสร้างความทรงจำสนุกๆ แบบเด็กวัยเดียวกัน เพื่ออนาคตที่พวกเธอต้องการ

เทรนนี่ส่วนใหญ่ออกจากโรงเรียนกลางคัน เพื่อให้มีเวลาฝึกซ้อมได้เต็มที่ โดยฝึกกว่า 14 ชั่วโมงต่อวัน ทั้งร้องเพลง เต้น แต่งเพลง ออกแบบท่าเต้น การวางตัว ทุกสิ่งที่จำเป็นต่ออาชีพไอดอลไปอีกอย่างน้อย 10 ปีข้างหน้า เด็กๆ ได้หยุด 1 วันทุกๆ สองอาทิตย์ เรียกว่าได้หยุดน้อยกว่าคนทำงานทั่วไปอีก

เจนนี่และโรเซ่เล่าว่า มีช่วงเวลาที่พวกเธอคิดถึงโรงเรียนและเพื่อนๆ ยิ่งกว่านั้นคือครอบครัว อยากใช้เวลาอยู่กับครอบครัวมากกว่านี้ แต่ก็ไม่เคยเสียดายเวลาที่ใช้ไปเพื่อการฝึกซ้อมสุดเกือบทุกวันตลอด 4-6 ปี เพราะรู้ว่ามันเป็นสิ่งที่รักและเป็นสกิลที่จะติดตัวพวกเธอไปตลอดชีวิต นั้นทำให้มันคุ้มค่า

2. ไม่ไล่ไม่ออก! ไม่ยอมแพ้จนถึงที่สุด

รีวิวหนัง BLACKPINK: Light Up The Sky (2020)

พลังกายเป็นสิ่งจำเป็นในการทำงาน แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือการมีพลังใจที่ยิ่งใหญ่ เทรนนี่ทุกคนต้องฝึกรับมือกับความกดดันมหาศาล เหล่าผู้บริหารและ CEO จะประเมินเด็กฝึกทุกเดือน ทุกการแสดงถูกตัดเกรด A B C D… เหมือนในโรงเรียน เพียงแต่ในโลกความจริงนี้ไม่มีการสอบซ่อมจนกว่าจะผ่าน ไม่มีการซ้ำชั้น หากไม่ผ่านมาตรฐาน จะถูกส่งกลับบ้านเท่านั้น

“มันเป็นเรื่องยากที่ต้องบอกลาเพื่อนทุกเดือน” เจนนี่เผยความในใจ ไม่มีทางรู้เลยว่าใครจะถูกส่งกลับบ้านเป็นคนต่อไป มันอาจเป็นตัวเราเอง ส่วนคนที่อยู่ต่อก็ไม่รู้ว่าจะต้องฝึกไปอีกกี่ปี โลกความจริงต่างกับโรงเรียนที่ไม่มีสูตรตายตัวว่า เทรนครบสามปี หกปี แล้วจะจบหลักสูตรได้เดบิวต์ บางคนฝึกเป็นสิบปียังไม่ได้เดบิวต์ก็มี

จีซู: “เธอจะยอมแพ้ แค่เพราะมันยากอย่างนั้นหรอ?”
ลิซ่า: “เราจะต้องสู้กับเขาให้ถึงที่สุด เอาให้มันรู้กันว่าจะต้องเทรนไปอีกสักกี่ปี”
โรเซ่: “มาถึงขนาดนี้แล้ว ฉันจะไม่หันหลังกลับโดยไม่ลงมือทำอะไร นั้นเป็นเรื่องที่น่าอับอายที่สุดสำหรับฉัน”
เจนนี: “ฉันรู้ว่าฉันสามารถทำได้ ยิ่งพวกเขาโหดใส่ฉันเท่าไหร่ ฉันยิ่งต้องผ่านมันไปให้ได้ และฉันจะแสดงให้พวกเขาเห็นว่า ฉันคู่ควร”

หากคุณมีช่วงเวลาที่ท้อแท้ นี้เป็นคาถาเรียกพลังใจของเมมเบอร์ค่ะ ภายนอกสาวๆ ดูอ่อนโยน นุ่มนิ่ม แต่ภายในสตรองกันมาก! ซิสขอคารวะ ถ้าเราฝึกพลังใจให้ได้ระดับสาวๆ Blackpink รับรองว่า ไม่ว่าจะเลือกเส้นทางไหนก็ประสบความสำเร็จได้แน่นอนค่ะ 🥰

3. เน้นผลงานคุณภาพมากกว่าปริมาณ

รีวิวหนัง BLACKPINK: Light Up The Sky (2020)

แม้ชาวบลิ้งค์จะต้องทนคิดถึงเพลงใหม่ๆ อยู่บ้าง เพราะนานน๊านจะปล่อยที แต่พอได้ฟัง ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าคุ้มค่ากับการรอคอย คุณภาพทุกเพลง การันตีจากยอดฟัง ยอดขายและสถิติ PAK (Perfect All-Kill) กวาดอันดับหนึ่งเรียบบนชาร์ตเพลงเกาหลีเกือบทุกครั้ง และยังติดชาร์ตเพลงสากลอย่าง Billboard

พี่เท็ดดี้ (Park Teddy) โปรดิวเซอร์มือทองของแบล็กพิ้งค์ยึดมั่นในอุดมการณ์ทำเพลง “ไม่เป๊ะ ไม่ปล่อย” เพราะเขาอยากให้ทุกคนได้ฟังเพลงในเวอร์ชันที่ดีที่สุด ตัวสาวๆ เองก็เห็นด้วย แค่เสียงผิวปากจากเพลง Whistle ก็อัดเสียงกันไปมากกว่า 1,000 ครั้ง!

4. เชื่อมั่นในตัวเองและทีม ไม่คล้อยตามความเคลือบแคลงใจจากคนอื่น

เพลงเปิดตัวของ Blackpink อย่าง Whistle สามารถทะยานขึ้นสู่อันดับหนึ่งได้ในเวลาเพียงสองสัปดาห์ เกิดเป็นรุกกี้หน้าใหม่มาแรงที่สุดแห่งปี 2016 แต่รู้มั้ยว่าก่อนปล่อยเพลงผิวปากติดหูนี้ออกมา คนในส่วนใหญ่ต่างคัดค้าน ด้วยความเป็นห่วงว่าแนวเพลงฉีกออกจากเคป็อปปกติมากเกินไป ไม่เหมาะสำหรับเดบิวต์ แต่ตัวเมมเบอร์และโปรดิวเซอร์ยืนกรานว่า ต้องเป็นเพลงนี้เท่านั้น

สุดท้ายอันดับหนึ่งในชาร์ตเพลง รวมถึงประชากรบลิ้งค์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วก็เป็นตัวการันตีว่า ความเชื่อมั่นที่มีต่อวงและทีมงานที่สร้างผลงานมาด้วยกันเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว

5. ค้นหาตัวเองให้เจอ หาทีมที่เหมาะสม ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

BLACKPINK งาน Coachella

ช่วงเป็นเด็กฝึก ทุกคนถูกจับกลุ่มเวียนไปเรื่อยๆ เพื่อหาที่ที่เหมาะสมที่สุด เจนนี่เล่าว่า “การจับผู้หญิงหลายคนมาอยู่บนเวทีเดียวกันมันไม่ง่ายเลยนะ บางคนอยากร้องเยอะกว่านี้ บางคนอยากอยู่แต่ตรงกลาง… แต่พอเป็นพวกเราสี่คน มันลงตัวที่สุดแล้ว” นั้นเพราะทุกคนรู้ว่าจุดเด่นของตัวเองคืออะไร ไม่มีใครแย่งสปอตไลท์กับใคร แค่ขอทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดในฐานะทีม

การทำงานในทุกอาชีพก็เช่นกัน งานส่วนใหญ่ล้วนทำเป็นทีม การจะทำงานเป็นทีมได้อย่างสนุกและยั่งยืนนั้น เราต้องค้นหาตัวเองให้เจอว่าบทบาทไหนที่เราทำได้ดีและพอใจ เมื่อเราพอใจจริงๆ จะไม่เกิดการเปรียบเทียบว่า บทฉันน้อยไป บทเธอเยอะไป ทุกบทบาทล้วนมีความหมาย สิ่งสำคัญคือหาทีมที่เหมาะสม ทีมที่ทุกคนสามารถสยายปีกได้อย่างเต็มที่ โดยไม่บดบังกัน ไม่ต้องชิงดีชิงเด่นกัน อาจต้องใช้เวลาลองผิดลองถูกบ้าง แต่ดูสิ! สาวๆ เองก็ใช้เวลากันอย่างน้อย 4 ปี ถ้าไม่ยอมแพ้ถอดใจไปซะก่อน จะต้องเจอที่ที่เป็นของเราแน่นอน


ก่อนดูหนัง เมนซิสคือมังเน่สองคนค่ะ เพราะรักเสียงแรป + ไลน์เต้นของลิซ กับเสียงหวานทรงพลังของน้องแชง หลังดูจบโดนเจนนี่กับจีซูตกเรียบร้อย 🖤 แบบว้าว! จีซูเป็นสาวแล้วจริงๆ มีแสดงสเน่ห์แบบผู้ใหญ่ ใบหน้าเป็น Girl แต่นิสัยเป็น Woman แถมเป็น Superwoman ด้วย! โตทั้งความคิดความอ่าน แถมมีไหวพริบ สำหรับเจนนี่ ตกหลุมรักทัศนคติและความใจดีของน้อง น้องทำให้นึกถึงคุณหนู Ririchiyo Shirakiin จากเรื่อง Inu x Boku อารมณ์คุณหนูที่ภายนอกดูเข้าถึงยาก แต่จริงๆ เป็นคนอ่อนโยน ใจดีที่สุดคนหนึ่งเลย

ขอบคุณต้าวก้อนทั้งสี่ที่ไม่ยอมแพ้ จนกลายมาเป็นความรักและแรงบันดาลใจของชาวบลิ้งค์ในทุกวันนี้ ใครได้รับพลังอะไรจากหนัง BLACKPINK: Light Up the Sky บ้าง มาแชร์กันได้นะคะ

Leave a Reply