20210504_Disneyland

5 เวทมนตร์แห่งความสุข : สรุปหนังสือ Disneyland ทำอะไร ทำไมใครๆ ก็หลงรัก

เล่มที่ 13

Disneyland ทำอะไร ทำไมใครๆ ก็หลงรัก

หลักการของสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ญี่ปุ่น คือเวทมนตร์แห่งความสุขในชีวิตจริง

หนังสือสีฟ้าพาสเทลเล่มนี้ กลายเป็นคู่มือแห่งความสุขอีกเล่มในใจซิส คุณซากุราอิ เอริโกะ ผู้เขียนถ่ายทอดประสบการณ์ทำงานกว่า 10 ปีในฐานะนักพัฒนาผลิตภัณฑ์และผู้ฝึกอบรมแคสต์ (พนักงานดิสนีย์) ออกมาเป็น “เวทมนตร์ 50 ข้อ” ที่จะเพิ่มความสุขในการทำงานและใช้ชีวิต แทนที่จะเรียกว่าสร้างความสุข เรียกว่าทำให้คุณมองเห็นความสุขที่อยู่รอบตัวชัดเจนขึ้นมากกว่า ขอเลือก 7 ข้อที่ชอบที่สุดมาแบ่งปันทุกคนกันค่ะ

1. เวลาทุกข์ใจ ให้ลองคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าหญิงดิสนีย์

เจ้าหญิงดิสนีย์ในความคิดคุณเป็นแบบไหน? สง่างาม ร่าเริง มองโลกในแง่ดี พึ่งพาตัวเอง แม้จะมีเจ้าชายขี่ม้าขาว หรือนางฟ้าแม่ทูลหัวมาช่วยเหลือ แต่พวกเธอจะพยายามทำสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเองก่อนเสมอ ไม่โทษคนอื่น รู้จักปรับตัว และสร้างเส้นทางชีวิตของตัวเองค่ะ เมื่อเจอเรื่องไม่สบายใจ ลองเลือกเจ้าหญิงดิสนีย์ในใจคุณมาเป็นต้นแบบ แล้วลองจินตนาการดูว่าพวกเธอจะฝ่าฟันสถานการณ์นั้นอย่างไร

2. สร้างการรับรู้ความสามารถของตัวเอง

บางคนอาจจะกำลังเจอโปรเจคที่ท้าทายความสามารถ เริ่มสงสัยในตัวเองว่า ฉันจะทำได้หรอ ทางจิตวิทยาสิ่งนี้เรียกว่า ‘การรับรู้ความสามารถของตัวเอง (Self-efficacy)‘ คนที่มี Self-efficacy สูงจะกระตือรือร้นและมองโลกในแง่ดี เพราะมองเห็นภาพความสำเร็จ กล้าลงมือทำอย่างไม่กลัวความยากลำบาก

การรับรู้ความสามารถของตัวเองจะเปลี่ยนแปลงไปตามคำพูดที่ใช้บ่อยๆ คำพูดในแง่ลบอย่าง “แต่ + ข้อแก้ตัว” “ไม่มีประโยชน์หรอก” “ทำไม่ได้หรอก” จะบั่นทอนกำลังใจ เกิดความสงสัยในตัวเอง และลงมือทำอย่างครึ่งๆ กลางๆ ในทางตรงกันข้าม วิธีที่จะเพิ่ม Self-efficacy มาจากการสั่งสมประสบการณ์ความสำเร็จเพื่อสร้างความมั่นใจในตัวเอง สะสมความสำเร็จทีละเล็กน้อย ตั้งไมล์สโตนที่เราทำได้เพื่อสร้างกำลังใจ

การแสดงโชว์ของ Tokyo Disneyland (เครดิตภาพ Tokyo Disney Resort)

3. คิดว่าทุกวันเป็นการแสดงโชว์ครั้งแรก

เรามักจะเตรียมตัวอย่างดีที่สุดวันไหนคะ? วันแรก! เปิดเรียนวันแรก ทำงานวันแรก เดทแรก ได้รับเชิญไปพูดครั้งแรก เพราะความอ่อนประสบการณ์ ทำให้พวกเราตั้งใจทำทุกอย่างให้ออกมาดีที่สุดเมื่อต้องทำสิ่งต่างๆ เป็นครั้งแรก เมื่อเวลาผ่านไป ประสบการณ์ทำให้เราทำงานดีขึ้นได้ แต่ความตื่นเต้นและความสุขอาจถูกแทนที่ด้วยความเบื่อหน่ายจากชีวิตประจำวันซ้ำซากได้

เมื่อเวลานั้นมาถึง ให้ลองนึกถึงการทำงานวันแรกดูสิค่ะ อะไรคือความประทับใจและความตั้งใจแรกของคุณ? หากยังนึกไม่ออก ลองออกไปพบเจอคนใหม่ๆ พูดคุยกับลูกค้า เพื่อนร่วมงาน หรือนั่งเงียบๆ คนเดียว ทบทวนตัวเอง ลองทำทุกวันให้เต็มที่เหมือนว่าเป็นครั้งแรก

4. เมื่อโกรธสุดๆ ให้นับ 1-6

คนเราจะโกรธปรี๊ดสุดๆ ได้เพียง 6 วินาทีเท่านั้น เมื่อรู้ว่าเรากำลังจะระเบิดอารมณ์ หายใจเข้าลึกๆ แล้วนับ 1 ถึง 6 ช้าๆ หรือขอเวลาผละออกไปก่อน อยากให้ทุกคนหวนกลับไปนึกถึงตัวเอง (หรือคนรอบข้าง) ตอนที่ระเบิดความโกรออกมา ตะโกนเสียงดัง ขว้างปาข้าวของ หน้าตาดุดัน ตอนนั้นเรารู้สึกยังไงคะ? ซิสนึกถึงตัวเองสมัยเด็กแล้วรู้สึกอาย และไม่มีประโยชน์เลย 😂

การระเบิดอารมณ์โมโหอย่างควบคุมไม่ได้เป็นการแสดงภาพลักษณ์ที่น่าอึดอัดใจให้ผู้อื่นเห็น ทำให้เราเสียใจเองในภายหลังด้วย ถอยห่างจากสิ่งที่ทำให้ไม่สบายใจจนกว่าจะใจเย็นลงดีกว่าค่ะ

5. ดูแลสุขภาพในวันนี้ เพื่อสบายในวันข้างหน้า

คิดดูว่าเวลาเห็นคนป่วยมาทำงาน เรารู้สึกอย่างไร? หากภาพลักษณ์ดูอ่อนแอ ป่วยบ่อย สามวันดีสี่วันไข้ จะทำให้ไม่มีเสน่ห์ รวมถึงไม่สามารถทำสิ่งที่อยากทำได้เต็มที่ ร่างกายเป็นสิ่งเดียวที่จะอยู่กับเราไปตลอดชีวิต จึงควรลงทุนดูแลให้ดีที่สุดทุกวันค่ะ เริ่มจากกินอาหารที่ดี ออกกำลังกายอย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ และนอนหลับให้เพียงพอค่ะ


สรุปแล้ว Recommended ค่ะ โดยเฉพาะคนที่อยากมองโลกให้สวยงามขึ้น ทุกสิ่งดีขึ้นได้เริ่มต้นจาก mindset ของเราเอง ซิสชอบที่คุณเอริกะเล่าผ่านประสบการณ์จริงในรั้วสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ อ่านแล้วสนุก อยากขอไปทำงานด้วยเลย หากสนใจอยากอ่านเต็มๆ 50 ข้อ สามารถอ่านได้ที่หนังสือ Disneyland ทำอะไร ทำไมใครๆ ก็หลงรัก

Leave a Reply