รีวิวหนัง Dunkirk (2017)

รีวิวหนัง Dunkirk (2017) : เมื่อทหารไม่อาจกลับบ้าน บ้านจึงมาหาพวกเขา

#โรงหนังพันราตรี เรื่องที่ 37

Dunkirk (2017)

“สงครามไม่ได้ชนะด้วยการอพยพ” แต่บางครั้งการล่าถอยก็เป็นเรื่องที่สมควรทำเหมือนดังเช่น สมรภูมิดันเคิร์ก (Dunkirk) ในปี 1940 สมัยสงครามโลกครั้งที่สองที่เกิดเรื่องน่าประทับใจ เมื่อกองทัพฝ่ายสัมพันธมิตรประกอบด้วยพลทหารอังกฤษและฝรั่งเศสรวมกว่าสี่แสนนาย ถูกปิดล้อมอยู่ที่ชายหาดดันเคิร์กทางตอนเหนือของฝรั่งเศส ด้านหน้าและรอบข้างโอบล้อมโดยกองทัพเยอรมัน ส่วนด้านหลังก็เป็นทะเลที่มีเครื่องบินรบศัตรูบินอยู่เหนือน่านน้ำ

รีวิวหนัง dunkirk_beach

พวกเขาต้องทำการอพยพทหารฝ่ายสัมพันธมิตรจากชายหาดดันเคิร์กขึ้นเรือรบข้ามฟากไปยังเกาะอังกฤษอย่างปลอดภัย โดยมีเวลามีเพียง 2 วันเท่านั้นก่อนที่กองทัพเยอรมันจะบุกมาถึง ด้วยเวลาจำกัด ทีแรกพวกเขาคาดการณ์กันว่าจะสามารถอพยพทหารได้สำเร็จเพียง 45,000 นาย แต่ความจริงแล้วพวกเขาสามารถอพยพได้สำเร็จถึง 338,226 นาย มากกว่าที่คาดการณ์ตอนแรกถึง 7.5 เท่า!

Dunkirk (2017) ไม่ใช่หนังฮีโร่สงครามที่เราซาบซึ้งในความสละจนต้องเสียน้ำตาเหมือน Hacksaw Ridge (2016) หรือแอคชั่นมันส์เละเทะแบบ Black Hawk Down (2001) แต่ผู้กำกับแห่งยุคอย่าง Christopher Nolan (ผู้กำกับ Inception, Interstellar และหนังดังอีกมากมาย) นำเสนอหนังสงครามในรูปแบบสมจริง แม้ซิสจะไม่เคยไปออกรบแต่ก็รู้สึกว่ามันดูเรียลกว่าเรื่องอื่นๆ ตรงที่นำเสนอผ่านมุมมองของนายทหารและชาวบ้านธรรมดาหลายๆ คนที่อยากกลับบ้าน ไม่มีฉากสู้หวือหวา ไม่มีซาวน์เอฟฟเฟคระเบิดตู้มต้าม

รีวิวหนัง dunkirk_soldier

ความเจ๋งคือโนแลนไม่ได้ปูทางให้เรารู้จักภูมิหลังของตัวละคร ไม่มีแฟลชแบ็คว่าก่อนจะมาเป็นทหาร พวกเขามีครอบครัว มีความฝันรออยู่มั้ย ตลอดหนึ่งชั่วโมงครึ่งกว่าๆ มีแค่เรื่องราวเอาตัวรอดในดันเคิร์กจริงๆ แต่เราก็รู้สึกกดดัน ผูกพันกับตัวละครจนเหมือนว่าทหารเหล่านั้นเป็นเพื่อน เป็นครอบครัวของเราเอง สัมผัสได้ถึงความดิ้นรน หนีตาย ยอมทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้กลับบ้าน บางคนยอมเหนื่อยวิ่งแบกคนเจ็บฝ่าระเบิดเพื่อหวังแทรกคิวให้ตัวเองขึ้นเรือไปด้วย หวาดระแวงทุกครั้งที่เครื่องบินทิ้งระเบิดของฝ่ายศัตรูบินมา ไม่มีทางรู้เลยว่าระเบิดจะตกไปโดนส่วนไหนของหาด อยู่ผิดที่แค่มิลเดียวก็ไปเฝ้ายมบาลเลย

“เมื่อทหารไม่อาจกลับบ้าน บ้านจึงมาหาพวกเขา” คือทุกอย่างของหนัง เมื่อมีนายทหารที่ต้องอพยพเยอะเกินไป มีเรือรบสำหรับอพยพน้อยเกินไป ดังนั้นพลเรือนจึงได้ออกเรือมาร่วมด้วยช่วยอพยพเหล่าทหาร ทั้งเรือประมง เรือยอร์ชท่องเที่ยว รวมถึงเรือพักผ่อนส่วนตัว 

รีวิวหนัง dunkirk_little ships

เรือลำเล็กของพลเรือนเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้การอพยพสำเร็จและช่วยชีวิตนายทหารได้มากกว่าที่คาดไว้ เพราะเรืออพยพจากฝั่งทหารเป็นเรือพิฆาตลำใหญ่ จอดชิดชายหาดไม่ได้ ในขณะที่เรือของชาวบ้านเป็นเรือลำเล็ก สามารถจอดใกล้ชายหาดโดยไม่เกยตื้น จึงทำให้การอพยพรวดเร็วมากขึ้น

เมื่อเหล่าทหารเข้าเขตปลอดภัยในเกาะอังกฤษ แทนที่จะดีใจที่รอดชีวิต พวกเขาต่างเดินคอตกผิดหวังที่เป็นผู้แพ้ในศึกนั้น หนีตายอย่างคนขี้ขาด ณ ชานชาลารถไฟที่รอส่งทหารกลับบ้าน ชายชราคนหนึ่งยืนแจกผ้าห่มให้เหล่าทหารผ่านศึก พร้อมกล่าวชื่นชมว่า “ทำได้ยอดเยี่ยมมาก” อเล็กซ์ทหารผ่านศึกมาดๆ กล่าวตอบอย่างโกรธๆ ปนละอายใจใส่ชายชรา

อเล็กซ์: พวกเราไม่ได้ทำอะไรเลย ก็แค่หนีเอาตัวรอด
ชายชรา: นั้นมันดีพอแล้ว

รีวิวหนัง dunkirk_train back home

นี่คือความจริงจากมุมมองของพลเรือนที่ไม่ได้ไปร่วมต่อสู้ในสนามรบ พวกเขาต่างส่งเสียงเชียร์โห่ร้องอย่างดีใจที่ฮีโร่เหล่านี้กลับบ้านมาอย่างปลอดภัย มีชีวิตรอดกลับมาหาครอบครัวเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในสงครามแล้ว

หนังเรื่องนี้ทำให้ฉุกคิดถึงความเป็นจริงของสงครามมากขึ้น หนังสงครามหลายเรื่องมักเล่าแต่เรื่องของทหารเก่ง ทำความดี และเสียสละ เป็นวีรบุรุษตัวจริง ทำให้มุมมองต่อสงครามมันเป็นเรื่องเท่และน่ายกย่อง จนมองข้ามความจริงที่ว่ายังมีตัวประกอบที่ไม่เคยถูกเอ่ยชื่อในสงครามอีกเป็นหลายล้านคน ต่างหวาดกลัว อยากกลับบ้าน อยากให้สงครามจบลง บางคนอาจจะถูกหลงลืม ไม่มีแม้แต่หลุมศพที่สลักชื่อตัวเองไว้ เราโชคดีแค่ไหนที่เกิดมาในยุคแห่งสันติและเหตุผลที่เราควรสานต่อสันติภาพนี้ต่อไปเรื่อยๆ

ขอบคุณเสด็จพ่อโนแลนที่เปิดมุมมองต่อสงครามแง่ใหม่ๆ ผ่านหนังที่สร้างจากเรื่องจริงอย่าง Dunkirk (2017)


Fun Fact! รู้หรือไม่? ตัวละครบางส่วนได้แรงบันดาลใจมาจากตัวละครที่มีอยู่จริง จากข้อมูล History vs Hollywood

รีวิวหนัง dunkirk_bolton

คนแรกคือผู้การโบลท์ตัน (Kenneth Branagh) ที่ยืนหยัดอยู่เป็นคนสุดท้ายในสมรภูมิดันเคิร์ก โดยหลังจากที่อพยพทหารอังกฤษของตัวเองไปได้หมดแล้ว เขายืนยันที่จะอยู่ต่อเพื่อช่วยอพยพทหารฝรั่งเศสที่เป็นพันธมิตรกัน โดยตัวละครนี้ได้แรงบันดาลใจมากจากกัปตัน William Tennant ที่อยู่เป็นคนสุดท้ายในสมรภูมิดันเคิร์กจริงๆ จนได้ฉายาว่า ‘Dunkirk Joe’ 

รีวิวหนัง dunkirk_dawson

ต่อมาคือคุณดอว์สัน (Mark Rylance) ชายแก่ผู้กล้าหาญ ตัวแทนเรือพลเรือนในหนังที่ออกเรือมากับลูกชายพร้อมเพื่อนเพื่อมาช่วยอพยพทหารจากหาดดันเคิร์ก หลังจากที่เขาช่วยทหารคนแรกที่ลอยอยู่กลางน้ำเพราะเรืออพยพถูกจม ทหารคนนั้นก็พยายามโน้มน้าวให้คุณดอว์สันนำเรือกลับเข้าฝั่งอังกฤษ การไปที่ดันเคิร์กเป็นการฆ่าตัวตายชัดๆ 

นายทหาร: คนแก่อย่างคุณควรจะนอนอยู่ที่บ้านมากกว่า
คุณดอว์สัน: ถ้าหากเราไม่ไปช่วยพวกเขา เราจะไม่มีบ้านให้อยู่อีกต่อไป

เห็นใจกล้า นิ่งสงบได้แม้อยู่กลางสงครามแบบนี้ เพราะเขาเชื่อกันว่าตัวละครนี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก Charles Lightoller ซึ่งเป็นต้นหนเรือของเรือ Titanic ซึ่งเขาถูกชื่นชมในเรื่องการยึดมั่นในคำสั่งของกัปตันว่า ‘เรือชูชีพสำหรับเด็กและผู้หญิงเท่านั้น’ เขาคอยดูแลให้ผู้โดยสารทุกคนอพยพอย่างปลอดภัยตามลำดับ และขัดขวางเรืออพยพลำหนึ่งที่มีแต่ผู้ชายทั้งลำในขณะที่ยังอพยพเด็กและผู้หญิงไม่หมด 

หลังจากวีกรรมในครั้งนั้น เขาก็ไม่ได้หวาดกลัวมหาสมุทรหรือท้องทะเล ในช่วงที่เกิดเหตุดันเคิร์ก ตอนนั้นเขาเกษียณแล้ว แต่ยังนำเรือเล็กของเขามาร่วมออกเดินทางเพื่อช่วยเหลือเหล่าทหารที่ติดอยู่ในสมรภูมิอีกด้วย

รีวิวหนัง dunkirk_farrier

คนสุดท้ายคือ แฟร์ริเออร์ (Tom Hardy) นักบินกองทัพอากาศ (RAF – Royal Air Force) คนสุดท้ายที่เหลือรอดอยู่และคอยยิงไล่เครื่องบินฝ่ายศัตรูจนวินาทีสุดท้าย ถึงแม้ในหนังเราจะไม่รู้ชะตากรรมต่อไปของแฟร์ริเออร์ ที่หลังจากเครื่องบินตกในหาดของศัตรูเพราะน้ำมันหมด แต่คนที่เป็นแรงบันดาลใจตัวจริงอย่าง Alan Christopher “Al” Deere สามารถรอดไปได้ เขาเป็นนักบินชาวนิวซีแลนด์ที่ถูกส่งมาคุ้มครองน่านน้ำแถวสมรภูมิดันเคิร์ก เขาถูกยิงจนตกแถวชายหาดเหมือนในหนัง แต่ต่างกันที่เรื่องจริงเขารอดมาได้และเดินมาจนถึงหาดที่ทหารอังกฤษยืนรออพยพกันอยู่และได้ขึ้นเรืออพยพกลับไปด้วย

ฉาก Dogfight หรือการต่อสู้กันของเครื่องบินรบคือที่สุดของที่สุดในหนังแล้ว ไม่ใช่แค่เพราะพี่ทอมแสดงหรอกนะ อิอิ โดยเฉพาะฉากสุดท้ายที่เครื่องบินศัตรูลำสุดท้ายกำลังจะถล่มชายฝั่งดันเคิร์กใส่กลุ่มเรือพลเรือนและทหารที่ใกล้จะได้กลับบ้าน แต่นักบินแฟร์ริเออร์ที่เหลืออยู่คนสุดท้ายของฝูงก็จัดการยิงศัตรูร่วงลงทะเลได้ทัน เสียงตะโกนเชียร์ขอบคุณดังกึกก้องทั่วหาด แต่สุดท้ายเครื่องของแฟร์ริเออร์ก็ไปตกที่ฝ่ายศัตรูเพราะน้ำมันหมด – ทีแรกจำพี่ทอมไม่ได้เพราะปิดไปครึ่งหน้าเกือบทั้งเรื่อง แต่รู้สึกว่ามีบางอย่างที่ทำให้ตกหลุมรักนักบินแฟร์ริเออร์ทันที เพิ่งจำได้ตอนจบว่า อ้าว! พี่ทอมของซิสนี่เอง 😭 โดนจับไปซะแล้ว

Leave a Reply