รีวิวหนัง Free Guy (2021) : ทุกคนล้วนต้องการเสรีภาพ แม้แต่ NPC ในเกม

#โรงหนังพันราตรี เรื่องที่ 63

Free Guy (2021) ขอสักทีพี่จะเป็นฮีโร่

ขอยกให้ Free Guy เป็นหนังสนุกที่สุดที่ได้ดูในครึ่งปีหลังของ 2021! มันส์ ฮา ซึ้ง อบอุ่นใจ เดี๋ยวก็ขำปอดโยก เดี๋ยวก็ซึ้งจนร้องไห้ เนื้อเรื่องเบาสมอง ไม่ดราม่า เหมาะสำหรับดูเพื่อผ่อนคลายในช่วงวันหยุดแบบนี้ ยิ่งใครชอบเล่นเกมแนว ‘GTA (Grand Theft Auto)’ ทำภารกิจห่ามๆ ในสังคมเถื่อนๆ น่าจะอินกับโลกของเกม ‘Free City’ มากขึ้น

เรื่องย่อ Free Guy (2021)

กาย (Ryan Reynolds) นายธนาคารแสนธรรมดา มีกิจวัตรเหมือนเดิมเป๊ะทุกวัน ตื่นนอน ทักทายปลาทองแสนรัก สวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้า สั่งกาแฟเมนูเดิม ไปทำงาน เจอโจรปล้นธนาคาร กลับบ้าน เข้านอน วนลูปไปทุกวัน

นั่นเพราะว่ากายเป็นเพียง NPC (non-player character) ของเกม ‘Free City’ เกมแนว open world ชื่อดังที่เมืองเต็มไปด้วยอาชญากรรม Player สามารถทำภารกิจป่วนเมืองหรือปกป้องเมืองเพื่อฟาร์มของและเก็บเลเวลได้ 

เหล่า Player จะสวมแว่นกันแดดเป็นสัญลักษณ์และถูกเรียกว่าฮีโร่ (แม้พวกนี้จะมาปล้นเมืองก็เถอะ) ส่วน NPC ต้องใช้ชีวิตไปตามบทบาทที่โค้ดเกมกำหนดไว้ กายก็เช่นกัน

จนกระทั่งกายได้พบกับสาวในฝันสวมแว่นกันแดด โมโลตอฟเกิร์ล (Jodie Comer) ผู้เล่นเกมและนักพัฒนาเกม โดยเธอกำลังตามหาหลักฐานเอาผิด แอนทวน (Taika Waititi) เจ้าของเกม Free City ที่ขโมยโค้ดเกมของเธอไป

โมโลตอฟเกิร์ลกลายเป็นชนวนที่ปลดแอกกายจากกิจวัตรซ้ำซาก เขาเริ่มทำในสิ่งที่อยากทำ เป็นเสมือนผู้เล่นเกมคนหนึ่ง แต่แทนที่จะก่อความวุ่นวายเหมือน Player ทั่วไป เขาเลือกที่จะปกป้องเมืองและเพื่อนๆ NPC จนกลายเป็นคนดังทั้งในเกมและโลกแห่งความจริง

ภารกิจสำคัญของเขาคือ ช่วยโมโลตอฟเกิร์ลตามหาหลักฐานเพื่อเอาผิดแอนทวนและปกป้องโลก Free City ไม่ให้ล่มสลายด้วยน้ำมือของผู้สร้างเกม

⚠️ รีวิวต่อไปนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาในหนังบางส่วน

Ryan Reynolds, the fun guy!

ไรอัน เรยโนลด์สท็อปฟอร์มอีกแล้ว! ฮาไม่หยุด แม้คาแรคเตอร์ของกายจะซื่อตรง ไม่ได้กวนโอ๊ยแบบหนังของไรอันเรื่องที่ผ่านมา แต่ก็ทำให้เราขำจนปวดแก้ม

ถึงพล็อตเรื่องจะไม่ซับซ้อน กายสามารถเคลียร์เควสทุกอย่างได้ง่ายดาย แต่หนังสนุกและลุ้นตลอดเกือบ 2 ชั่วโมง ลุ้นกับมุกโบ๊ะบ๊ะยิงมารัวๆ นี่แหละ การแสดงของไรอัน ทั้งสีหน้า ท่าทาง จังหวะการพูดทำให้ฮาธรรมชาติแบบไม่น่าเบื่อ รวมถึง CGI อลังการ คอสตูม ทรงผม เมคอัพตัวละคร เหมือนเราอยู่ในโลกของเกมจริงๆ

นอกจากกายแล้ว บัดดี้ (Lil Rel Howery) พี่รปภ. เพื่อนซี้ของกาย, มูสเซอร์ (Utkarsh Ambudkar) นักพัฒนาเกมที่สวมอวาตาร์ตำรวจกระต่ายจอมโหด, แอนทวน (Taika Waititi) ตัวร้ายของหนัง รวมถึงบรรดาเพื่อนๆ NPC ก็เป็นสีสันความฮาของเรื่อง แทบทุกซีนสามารถเป็นมีมได้

เซอร์ไพรส์กับทีมนักแสดงดัง รวมพลคนหน้าคุ้น

เนื่องจากไม่ได้ดูรายชื่อนักแสดงมาก่อน เห็นแค่หน้าไรอันก็คลิกแล้ว พอดูหนังถึงเซอร์ไพรส์ว่า Free Guy มีนักแสดงดังคุ้นหน้าหลายคนอย่าง Channing Tatum สุดหล่อสายฮาจาก 21 Jump Street, Joe Keery แบดบอยจาก Stranger Things และ Jodie Comer นางเอกทรงเสน่ห์ที่มองยังไงก็ไม่เบื่อ ยิ่งตอนสวมอวาตาร์โมโลตอฟเกิร์ล หลงรักเลย 

ยังมี cameo สุดหล่อโผล่หน้ามา 2 วินาที แต่ทำซิสขำค้างและเซอร์ไพรส์จนต้องอุทาน “Holy Sh*t!” รวมถึงเหล่าสตรีมเมอร์เกมที่เราติดตามอยู่อย่าง Ninja, Pokimane, Jacksepticeye และอีกมากมาย ทำให้ตื่นเต้นและรู้สึกเชื่อมโยงกับหนังมากขึ้น

โรแมนซ์มาน้อย แต่อบอุ่นใจมาก

ถึง Free Guy จะไม่ใช่หนังโรแมนติก แต่ซิสประทับใจบทโรแมนซ์มาก One of the best! โดยเฉพาะซีนส่งท้ายทลายเฟรนด์โซน คีย์สกับมิลลียืนจ้องตากันอยู่คนละฟากถนน ทำเอาใจฟูไปหมด 🤍

เล่นเกมอย่างให้เกียรติและเคารพซึ่งกันและกัน

ประเด็นหนึ่งที่ถูกพูดขึ้นมาในหนังคือ การเล่นเกมแบบให้เกียรติกัน ไม่เฉพาะแต่กับ Player ด้วยกันแต่รวมถึง NPC ด้วย ถึงเกมจะถูกออกแบบมาให้ใช้ความรุนแรงได้ เช่น ดักปล้น, ทำร้ายร่างกาย, ขับรถไล่ชน เป็นต้น แต่เราก็เลือกที่จะสนุกไปกับเกมโดยทำเรื่องดีๆ แทนได้ เหมือนกับกายที่เลือกจะเก็บเลเวลโดยปกป้องชาวเมือง

เรื่องนี้ซิสมอง 2 มุม มุมแรกเห็นด้วยกับการเล่นเกมแบบให้เกียรติกัน ไม่ได้หมายความว่าห้ามต่อสู้กันในเกมนะ แหม… จะให้เล่น ROV แบบพากันเดินอย่างสุภาพไปเคาะป้อมฝ่ายศัตรูโดยไม่ตีใครเลยคงไม่ใช่

การให้เกียรติคือการทำให้ผู้เล่นคนอื่นเล่นเกมได้อย่างสบายใจ ซิสเห็นโพสต์ใน Twitter บ่อยๆ เรื่องการใช้ถ้อยคำรุนแรงในเกม, การคุกคามทางเพศผ่านข้อความ, หรือการบูลลีฝีมือการเล่นเกม สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้เล่นคนอื่นหมดสนุกและได้รับประสบการณ์แย่ๆ

เกมเป็นโลกอีกใบที่มีอิทธิพลต่ออารมณ์และปลูกฝังนิสัยได้ สำหรับหลายคน เกมเป็นสถานที่ที่ได้มาเล่นสนุกกับเพื่อนๆ พบปะเพื่อนใหม่ ผ่อนคลาย หรือสร้างสรรค์ไอเดีย ดังนั้นการให้เกียรติกันย่อมทำให้สังคมการเล่นเกมสนุกและยั่งยืนมากขึ้น

ส่วนอีกมุมนึง เรื่องการใช้ความรุนแรงในเกม ซิสมองว่าการที่เราสามารถทำอะไรห่ามๆ ที่ไม่สามารถทำได้ในโลกแห่งความเป็นจริง นั่นล่ะคือความสนุกของเกม เช่น ใส่สูตร BIGBANG ระเบิดรถ แล้วฉกเงินจากชาวบ้านในเกม GTA หรือไล่ขับรถชนคู่แข่งให้คว่ำในเกมแข่งรถ Asphalt นั่นคือความสนุกในการเล่นเกมของซิส ซึ่งเราไม่ได้อยากจะทำสิ่งเหล่านี้ในโลกแห่งความจริง

สิ่งสำคัญคือการแยกแยะจริยธรรมและศีลธรรมในโลกของเกมและโลกแห่งความจริงให้ได้ โดยเฉพาะในวัยเด็ก ประสบการณ์, ความรู้ และการได้พบปะสังคมที่หลากหลายมากขึ้นจะช่วยให้เราเติบโตและแยกแยะสิ่งที่ควรหรือไม่ควรทำได้

ทุกคนล้วนต้องการเสรีภาพ

กายแสดงให้เพื่อนๆ NPC เห็นว่า เราไม่จำเป็นต้องยอมรับ ‘ชะตากรรม’ หรือสิ่งที่สังคมตีกรอบไว้ เราต่างมี ‘เจตจำนงเสรี’ (free will) หมายถึงอิสระและความสามารถในการเลือกใช้ชีวิต โดยไม่ต้องมีใครหรืออะไรมาบังคับ

กายยังแสดงให้ Player เห็นว่า แม้จะมีเป้าหมายเหมือนกัน เราไม่จำเป็นต้องเดินบนเส้นทางเหมือนกับคนอื่นก็ได้ โดยขณะที่ผู้เล่นคนอื่นๆ เลือกก่อกวนเมืองเพื่อเก็บเลเวล กายกลับเลือกปกป้องเมือง ซึ่งก็ให้ผลลัพธ์แบบเดียวกัน แต่วิธีนี้ทำให้กายมีความสุขมากกว่า 

Free Guy ตอกย้ำมุมมองของซิสที่มองว่า โลกใบนี้เปรียบเสมือนเกม เราเป็นตัวละครหนึ่งที่เลือกได้ว่าจะใช้ชีวิตแบบ NPC เดินไปตามบทบาทที่สังคมกำหนด หรือจะใช้ชีวิตแบบ Player ที่เลือกทางเดินของตัวเอง

แม้ตอนนี้เราอาจจะใช้ชีวิตแบบ NPC ถูกสังคม ครอบครัว เพื่อนฝูง ที่ทำงาน หรือแม้แต่ตัวเองตีกรอบอยู่ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องอยู่แบบนี้ตลอดไป ในวันที่พร้อม เราเลือกที่จะมีเสรีภาพเหมือนกายเลือกให้ชีวิตตัวเองได้

สุดท้ายนี้ “Don’t have a good day. Have a great day!”

สามารถชม Free Guy (2021) แบบถูกลิขสิทธิ์ได้ทาง Disney+ Hotstar