รีวิวหนัง Loki (2021) : ไขความลับแห่งเส้นเวลาในจักรวาลมาร์เวล

เรื่องที่ 36

Loki (2021)

วายร้ายที่น่าเอ็นดูที่สุดถูกจับมาทำภารกิจกอบกู้จักรวาล พาไขความลับเรื่องเส้นเวลาและโลกคู่ขนานในจักรวาลมาร์เวล

ขอเจิม Disney+ Hotstar ด้วยซีรีย์ของหนุ่มอังกฤษคนโปรดที่เกิดวันเดียวกับซิส พี่ทอม (Tom Hiddleston) ในเรื่องโลกิ (Loki) แม้บทที่ผ่านมาโลกิจะเป็นตัวร้ายสายคุณชายน้อยเอาแต่ใจ ทำเรื่องร้ายๆ เพื่อเรียกร้องความสนใจจากพี่ธอร์และท่านพ่อท่านแม่ (?) แต่กลับมาในซีรีย์ของตัวเองคราวนี้ โลกิโตขึ้นมาบ้างแล้วนะ แต่ก็ไม่วายป่วนจักรวาลจนป่านนี้ดอกเตอร์สเตรนจ์นอนร้องไห้แล้ว

เรื่องย่อซีรีย์ Loki

เรื่องราวของโลกิต่อจากหนัง Avengers: Endgame หลังจากที่หนีการจับกุมของอเวนเจอร์สเพราะบังเอิญเก็บ ‘เทสเซอร์แรคต์’ (Tesseract) ที่ตกอยู่มาได้ เป็นฉากที่ชอบกลับไปดูซ้ำๆ ขำฮัลค์ “No stairs!!!!!” 🤣 ซึ่งเทสเซอร์แรคต์เป็นหนึ่งในอินฟินิตี้สโตนที่ชื่อ ‘มณีอวกาศ’ (Space Stone) ก้อนสีฟ้า มีพลังในการวาร์ปมวลสารไปไหนก็ได้ในพริบตา โลกิไม่รอช้า วาร์ปไปโผล่กลางทะเลทรายโกบีแห่งมองโกเลียทันที นั่นคือจุดเริ่มต้นของความอลม่านทั้งหมดในซีรีย์

ลิ้มรสชาติของอิสระได้ไม่ถึงนาที โลกิก็ถูกจับไปอีกครั้งโดยกลุ่มเจ้าหน้าที่ที่สามารถควบคุมเวลาได้เรียกว่าองค์กร TVA (Time Variance Authority) โลกิถูกจับในข้อหาหลบหนีออกจากเส้นเวลาหลักตอนที่วาร์ปหนีมานั้นเอง เราได้รับรู้เรื่องการมีอยู่ของโลกคู่ขนานเป็นล้านๆ ในจักรวาลมาจากดอกเตอร์สเตรนจ์ในหนัง Avengers: Infinity War มาบ้าง ซึ่งเดิมคิดว่าแต่ละโลกต่างคนต่างอยู่ ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกัน คิดไม่ถึงว่าจะมีองค์กร TVA ที่ทำหน้าที่คอยควบคุมระเบียบของเส้นเวลา โลกคู่ขนานอยู่ นี้มันพลังพระเจ้าชัดๆ โดยผู้ที่ควบคุม TVA อยู่อีกทีก็คือ Time Keepers หรือกิ้งก่ากาลเวลา 3 ตัวนี้

ถ้าใครแตกแถว หลบหนีจากเส้นเวลาหลักของตัวเองจะเกิดโอกาสเสี่ยงทำให้เส้นเวลาอื่นๆ แตกแยกออกไปและอาจเกิดสงครามระหว่างโลกคู่ขนานได้ TVA จึงคอยจับตาและจับตัวพวกตัวป่วนเส้นเวลาที่ถูกเรียกว่า ‘ตัวแปร’ (Variant) อย่างโลกิมากำจัดทิ้ง แต่ ‘มอเบียส’ เจ้าหน้าที่หัวกะทิได้ไว้ชีวิตโลกิเพื่อให้มาช่วยในภารกิจสำคัญคือ ตามจับตัวแปรวายร้ายคนหนึ่งที่หลบซ่อนอยู่ในเส้นเวลา ซึ่งไม่ว่าจะส่งเจ้าหน้าที่ไปกี่คนก็ตายเรียบ งานนี้จะจับวายร้าย ก็ต้องใช้วายร้ายเข้าสู้

⚠️ รีวิวต่อไปนี้มีการสปอยเนื้อหาบางส่วนของหนัง

ฉันมันแค่วายร้าย เป็นได้ก็แค่นั้น~

น่าน้อยใจหนัก โชคชะตากำหนดมาให้เป็นตัวร้าย ไปที่ไหนวายป่วงทุกที่ เปิดมาก็ดราม่าเลย โลกิที่ได้เห็นอนาคตของตัวเองว่า ไม่ว่ายังไงก็ไม่มีวันได้ครองบัลลังก์ ไม่มีวันชนะศึก แถมตัวเองจากหลายๆ โลกคู่ขนานก็พบชะตาเดียวกัน ไม่ว่าจะช้าจะเร็วก็ต้องละเมิดกฏเส้นเวลาจนถูก TVA จับตัวมากำจัดทิ้ง แอบสงสารเบาๆ

แต่มีหรอที่คนหลงตัวเอง หลงอำนาจ ชอบปั่นหัวคนอื่นอย่างโลกิจะยอมแพ้ ใครจะยอมให้โชคชะตามาควบคุม ฉันตางหากที่เป็นผู้ควบคุมโชคชะตา! ชอบจุดนี้ในตัวโลกิมาก ให้มันได้อย่างงี้ ตอนจบเลยเละระเบิดเป็นโกโก้ครั้นช์ ถ้าดอกเตอร์สเตรนจ์วาร์ปมาตบได้คงมาแล้ว 😂 ไม่หนีคอนเซปต์ตัวร้าย ไปที่ไหนหายนะทุกที่

โลกิมีความรัก น้องโตแล้ว

สิ่งหนึ่งที่ชอบคือได้เห็นโลกิมีความรัก ❤️ ซึ่งพลังรักทำให้เจ้าหนูโลกิโตขึ้นและมีความสุขบ้างจริงๆ สักที หลังจากได้เห็นโลกิผลุบๆ โผล่ๆ ในหนังมาร์เวล 6 เรื่อง จะร้ายก็ร้ายแบบคุณชายเอาแต่ใจ อยากจะทำตัวดีเพื่อครอบครัวบ้างแต่ก็วนกลับไปร้ายใหม่ เฮ้ออ ชะตาลิขิตให้น้องเกิดมาเป็นตัวร้ายน่ะนะ ทำให้เอ็นดูตัวละครนี้มาก

แล้วยอมการแสดงของพี่ทอมเลย แม้จะอายุขึ้นเลข 4 แล้ว แก่กว่าพี่คริส (Chris Hemsworth) หรือธอร์อีก แต่ทุกครั้งที่โลกิโผล่มาในหนังมักให้ความรู้สึกเหมือนน้องชายวัยรุ่น เพิ่ง 18 หมาดๆ กำลังแสบสัน ทั้งน่าตีและน่าโอ๋ในเวลาเดียวกัน ช่วงแรกของซีรีย์ก็ยังรู้สึกแบบนี้ แต่พอช่วงหลังที่โลกิมีความรัก รู้สึกเลยว่าน้องโตเป็นชายเต็มตัวแล้ว จาก a boy เป็น a man คิดถึงคนอื่น มีความอยากปกป้อง อยากดูแลคนรอบข้าง โอ้ย ฉันรักเขา จบนะ 😂

โลกิตามตำนานนอร์ส

ชื่อในจักรวาลหนังของธอร์ส่วนใหญ่ถูกอิงมาจากตำนานปรัมปราเทพนอร์สของชาวยุโรปตอนเหนือ ทั้งเมืองแอสการ์ด เทพโอดิน เทพธอร์ นักรบวัลคีรี มหาสงครามวันสิ้นโลกแร็กนาร็อก รวมถึงตัวโลกิ ซึ่งในซีรีย์เราจะได้เห็นจุดอ้างอิงจากตำนานเทพเพิ่มขึ้น เช่น ตามตำนาน โลกิสามารถเปลี่ยนเพศและแปลงร่างเป็นอะไรก็ได้ ซึ่งปรากฏใน Episode 5: Journey Into Mystery ที่โลกิจากโลกคู่ขนานมาเจอกัน มีทั้งร่างเด็ก ร่างคนแก่ ร่างคนผิวดำ ร่างอัลลิเกเตอร์ก็มา 🤣

น้องอัลลิเกเตอร์ตัวแย่งซีนมาก โผล่มาตอนเดียวเอาใจไปเลย น่ารัก เลี้ยงง่าย ชอบกินมือคน แม้มอเบียสจะบอกว่า ‘ฉันจำโลกิร่างอัลลิเกเตอร์ไม่ได้นะ พวกนายแน่ใจหรอว่านั่นโลกิ’ โลกิร่างแก่เลยบอกว่า ‘ก็มัน… ตัวเขียวนะ’ เดี๋ยวนะลุง ดูจากสีผิว งี้ฮัลก์ก็เป็นโลกิเรอะ! โอ้ย ความโลกิ

ชอบโซเฟีย (Sophia Di Martino) ที่แสดงเป็นซิลวี (Slyvie) หรือโลกิในร่างสาว ดูไปดูมาหน้าคล้ายโลกิชายอย่างกับแฝดจริงๆ ดูแล้วเชื่อว่าเป็นคนเดียวกันในโลกคู่ขนาน แล้วการที่โลกิจะมาตกหลุมรักซิลวีมันดูเมกเซนส์ เหมือนที่มอเบียสว่า ‘นายหลงรักตัวเอง นี้มันที่สุดของการหลงตัวเองจริงๆ’ ซึ่งตามตำนานนอร์ส โลกิก็เป็นเทพขึ้นชื่อเรื่องหลงตัวเองเช่นกัน

Owen Wilson กลับมาแล้ว!

โอเว่นกลับมาแล้ว! หลังจากปลาบปลื้มกับพี่โอเว่นเมื่อเกือบยี่สิบที่แล้ว สมัยที่เล่นเป็นคาวบอยคู่หูเฉินหลงในเรื่อง Shanghai Knights (2003) กลับมารอบนี้เป็นคุณลุงมอเบียสคาวบอยอวกาศไปแล้ว ที่จริงเค้าไม่ได้ไปไหนหรอก แสดงหนังมาตลอด แต่ได้เห็นมาเล่นในจักรวาลหนังฮีโร่แบบนี้แล้วดีใจ แถมยังมาดเท่กวนโอ๊ยไม่เปลี่ยนไปเลย

ระเบียบจากเผด็จการ vs อิสระชนที่วุ่นวาย

ใน Episode 6 หรือตอนสุดท้าย มอเบียสและเจ้าหน้าที่ TVA บางคนได้รู้ความจริงเบื้องหลังองค์กรว่า พวกเขาไม่ได้ถูกเทพกาลเวลากิ้งก่าสามตัวสร้างขึ้นมา แต่พวกเขาเป็นมนุษย์ปกติทั่วไปที่ถูกลักพาตัวมาและล้างสมองให้เป็นเจ้าหน้าที่ TVA ที่ไร้อิสระและมีอยู่เพื่อหน้าที่ควบคุมเส้นเวลาเท่านั้น

กลายเป็นสงครามโต้วาทีระหว่างมอเบียส ฝ่ายอิสรชน vs สหายเก่าราวอนน่า ฝ่ายเผด็จการ มอเบียสเปิดประเด็นเรื่องการโกหกหลอกลวงตัวตนขององค์กร การลักพาตัวคนมาล้างสมอง ลบความทรงจำ ราวอนน่าแก้ต่างว่า นั่นก็เพื่อความเป็นระเบียบและความปลอดภัยของทุกคนในเส้นเวลา มันต้องการเสียสละ ถ้าเอาเผด็จการออกไปแล้วจะเอาอะไรมาใส่แทน! “มีคนเดียวที่จะมีเสรีได้ คนที่มีอำนาจไง” อุ้ย มาถึงประโยคนี้ถึงกับสะดุ้ง นี้ TVA อยู่ใกล้ๆ แถวนี้หรือเปล่า 😂

We can’t take away people’s free will, Ravonna.

― Mobius in Loki (2021)

“แต่เราจะพรากเสรีไปจากทุกคนไม่ได้ ราวอนน่า เธอไม่เห็นหรือไง” ใช่ ราวอนน่า! ไม่เห็นเรอะว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง!? อยากจะทะลุจอเข้าไปเขย่าคอยัยราวอนน๊า อินไปหน่อย 🤭

ชายผู้คงอยู่และการตัดสินใจของซิลวี

ตัวเอกในซีรีย์จริงๆ คือ ซิลวีมากกว่าโลกิ (แต่ซิลวีก็คือโลกิจากอีกโลกนี่นะ) ความวุ่นวายทั้งหมดเกิดจากที่ซิลวีถูก TVA จับตัวมาตั้งแต่ยังเด็กเกินกว่าจะรู้เรื่องอะไร ถึงหนีมาได้ก็ถูกตามล่าตลอดชีวิต ไม่แปลกใจที่ซิลวีจะโตมาด้วยความแค้น ยิ่งตอนราวอนน่าที่เป็นคนจับซิลวีมาตอนเด็กบอกว่า ‘ฉันก็จำไม่ได้แล้วว่าตอนนั้นเธอทำอะไรผิด’ อยากจะทะลุจอไปเขย่าคอยัยราวอนน๊าอีกรอบ

ซิลวีก็ได้เจอตัวการที่อยู่เบื้องหลังองค์กร TVA และผู้ควบคุมเส้นเวลาทั้งหมด เขาคือ ‘ชายผู้คงอยู่’ (He who remains) ชื่ออย่างเท่ นึกถึงท่านลอร์ด You know who เลย ฮ่าๆ มันน่าเจ็บใจที่ซิลวีและโลกิฝ่าอันตรายหลายตอนมาเพื่อตามหาตัวการเพราะต้องการลิขิตชีวิตตัวเอง กลายเป็นสิ่งที่ถูกกำหนดไว้แล้ว ชายผู้คงอยู่ต้องการเจอพวกเขาอยู่แล้ว

สุดท้ายชอบการตัดสินใจของซิลวีนะ เลือกลิขิตชีวิตตัวเอง ถึงจะทำให้หมอแปลกร้องไห้แล้วก็เถอะ 🤣

ไม่วายป่วง ไม่ใช่โลกิ แล้วพบกันซีซัน 2 🙂

Leave a Reply