รีวิวหนัง Maleficent Mistress of Evil_2

รีวิวหนัง Maleficent: Mistress of Evil แม่กลับมาร้ายกว่าเดิม!

#โรงหนังพันราตรี เรื่องที่ 41

Maleficent: Mistress of Evil (2019)

เปิดฉากสงครามระหว่างมนุษย์และอมนุษย์ ภาคนี้แม่มาเลฟิเซนต์กลับมาสวยแซ่บแถมร้ายกว่าเดิมเยอะ!

แม้การ์ตูน Sleeping Beauty เจ้าหญิงนิทรา จะจืดชืดไปหน่อยสำหรับเด็กสาวยุค 90s อย่างซิส แหม ก็การ์ตูนตั้งแต่ปี 1959 เลยนี่นา แต่ในฐานะแฟนเกิร์ลของคุณแม่แองโจกับน้องแอลนุ่มนิ่ม ก็จะต้องไม่พลาดไปดู Maleficent หรือเจ้าหญิงนิทราเวอร์ชั่นคนแสดง ซึ่ง Maleficent (2014) ภาคแรกที่ออกมา ถือว่าดิสนีย์ใจเด็ดมากที่เปลี่ยนตัวเอกในการดำเนินเรื่องจากเจ้าหญิงออโรร่า มาเป็นตัวร้ายอย่างมาเลฟิเซนต์ (เพิ่งรู้นี้แหละว่านางแม่มดมีชื่อด้วย!)

รีวิวหนัง-Maleficent-Mistress-of-Evil_8

พอมาเลฟิเซนต์เป็นตัวเอกปุ๊บ เนื้อเรื่องก็มีความแซ่บขึ้นทันที เข้ากับยุคสมัยที่ใครๆ ก็ชอบผู้หญิงร้าย ยิ่งได้คุณแม่ Angelina Jolie มาแสดง ยิ่งการันตีความแซ่บในหนังเจ้าหญิงใสๆ ซึ่งเรื่องนี้พิสูจน์ได้เลยว่ากาลเวลาทำอะไรคุณแม่แองโจไม่ได้จริงๆ ยิ่งแก่ยิ่งแซ่บยิ่งสวยค่ะ

โทนหนังยังคงความน่ารัก สดใส ละมุนตามสไตล์ดิสนีย์ โดยได้น้องแอล Elle Fanning ที่ลุคเพอร์เฟคพรินเซสมาแสดงเป็นเจ้าหญิงออโรร่า ผู้อ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ เจ้าหญิงของเราก็ถูกปรับให้เข้ากับเทรนด์ปัจจุบัน แม่นางไม่ได้ร้องเพลง โดนเข็มจิ้มงงๆ ในดงป่าไปวันๆ มีความสตรองขึ้นเยอะ

เป็นการตัดสินที่ถูกต้องของดิสนีย์ เพราะถือว่าประสบความสำเร็จอย่างสวยงามทั้งด้านรายได้และเสียงตอบรับ จนมีภาคต่ออย่าง Maleficent: Mistress of Evil (2019) มาให้เราชมกัน

ในตอนจบของภาคแรก มาเลฟิเซนต์ กับลูกทูนหัวสุดที่รัก ราชินีออโรร่า ปกครองอาณาจักรมัวร์ส ที่ซึ่งเหล่าภูตินางฟ้าอาศัยอยู่ในธรรมชาติอย่างมีความสุข ทุกอย่างเหมือนจะ Happily Ever After แล้ว

ทว่าความสงบสุขก็เริ่มสั่นคลอน เมื่อ เจ้าชายฟิลิป (Harris Dickinson) ขอราชินีออโรร่าแต่งงาน ออโรร่าตอบตกลงทันทีและหวังว่าความรักของทั้งคู่จะเป็นตัวประสานรอยร้าวระหว่างอาณาจักรมัวร์สแห่งภูตินางฟ้ากับอาณาจักรมนุษย์เข้าด้วยกัน

แต่ ราชินีอิงกริธ (Michelle Pfeiffer) แม่ของเจ้าชายฟิลิปมีแผนการร้ายเบื้องหลังการแต่งงาน โดยตั้งใจจะก่อสงคราม เพื่อกำจัดอมนุษย์อย่างภูตินางฟ้าและเฟย์ (เผ่าพันธุ์ของมาเลฟิเซนต์) ไปให้สิ้นซากจากโลกนี้

ราชินีออโรร่าต้องเลือกระหว่างแม่ทูนหัวที่ถูกมองว่าเป็นปีศาจกับเผ่าพันธุ์มนุษย์ของตัวเอง ไม่ต้องดูตัวอย่างก็รู้ว่านางเลือกฝ่ายไหน (เจ้าหญิงดิสนีย์ตัวจริง เรื่องความรักต้องมาเหนือทุกอย่างนะ)

ความดีงามของเรื่องนี้คือ ฉากสงครามระหว่างสองเผ่าพันธุ์ มันเดือดมากแก! แบบไม่น่าเชื่อว่านี้คือฉากสงครามในหนังเจ้าหญิงดิสนีย์ เป็น Avengers: Infinity War สนามย่อยๆ เลยอะ บทดราม่าก็ดี ดูแล้วอิน สะเทือนใจ น้ำตาคลอ

สรุปให้สามคำ มันส์-เดือด-มาก! Maleficent ภาคนี้ยังทำให้เราตระหนักถึงสถานการณ์โลกปัจจุบัน ที่คนทำลายสมดุลของธรรมชาติ และตอนนี้ธรรมชาติย้อนกลับมาทำร้ายคนและสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เหมือนกับการต่อสู้ของมนุษย์กับพวกเฟย์ในหนัง

หวังว่าสักวันคนกับธรรมชาติจะอยู่ร่วมกันอย่างสันติและสมดุลยั่งยืนได้เหมือนตอนจบใน Maleficent ถึงจะเหมือนเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ หรือใช้เวลานานทั้งชีวิตของคนๆ หนึ่งก็ตาม แต่เชื่อว่ามันจะเกิดขึ้นได้ ถ้าทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของธรรมชาติและเพื่อนร่วมโลก สันติและสมดุลจะเกิดขึ้นแน่นอน

Leave a Reply