You are currently viewing สรุปหนังสือ Rich Woman สอนผู้หญิงให้รวย สวย และสตรอง!

สรุปหนังสือ Rich Woman สอนผู้หญิงให้รวย สวย และสตรอง!

“เงินไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต มันอาจจะถูกก็ได้ แต่เงินก็มีผลกระทบกับทุกสิ่งที่มีความสำคัญ ทั้งสุขภาพ การศึกษา และคุณภาพชีวิตของเรา”

— Kim Kiyosaki

หนังสือ Rich Woman สอนผู้หญิงให้รวย เป็นคู่มือสอนการเริ่มต้นลงทุนสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ อ๊ะ! ถึงคุณยังไม่สนใจเรื่องการลงทุนเลยก็อยากให้ลองอ่านนะคะ มันมีแนวคิดการใช้ชีวิตแบบสาวแกร่งที่ไม่พึ่งพาใครด้วย เล่าเรื่องแบบพูดคุยกับเหล่าเพื่อนสาวที่กำลังประสบปัญหาชีวิตเรื่องการเงิน พร้อมสอดแทรกความรู้เรื่องการลงทุน ทำให้เป็นหนังสือเรื่องการเงินที่สนุก ไม่น่าเบื่อ เข้าใจง่าย เหมาะกับสาวๆ โดยเฉพาะคนที่ชอบอ่านนิยาย

เห็นสไตล์ของปกหนังสือแล้วคุ้นๆ ไหมเอ่ย? ใช่แล้ว เหมือนกับหนังสือ Rich Dad Poor Dad หรือพ่อรวยสอนลูก หนังสือการลงทุนขายดีตลอดกาลที่เปลี่ยนชีวิตคนทั่วโลก Rich Woman เล่มนี้เขียนโดยคุณ Kim Kiyosaki ภรรยาของผู้เขียนพ่อรวยสอนลูกค่ะ

คุณ Robert และคุณ Kim Kiyosaki
คุณ Robert และคุณ Kim Kiyosaki (แหล่งที่มา)

คุณ Robert Kiyosaki สามีและนักลงทุนผู้ร่ำรวยจากการสร้างตัวเอง กล่าวถึงภรรยาไว้ว่า “ความงามภายนอกทำให้ผมอยากรู้จักเธอ ความฉลาดและจิตใจดีทำให้ผมตกหลุมรักเธอ ความแข็งแกร่งและกล้าหาญในช่วงวิกฤตทำให้เธอเป็นคู่แท้ของผม”

ทั้งคู่พบกันในวันที่ยังไม่มีอะไรเป็นของตัวเอง ผ่านความผิดพลาด ถังแตก ไร้บ้าน เรียนรู้ ทำงานหนักมาด้วยกันจนร่ำรวยและมีอิสรภาพทางการเงินอย่างในทุกวันนี้ คุณคิมไม่เพียงเป็นผู้สนับสนุนเบื้องหลังความสำเร็จของสามี แต่เธอยังเป็นนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่เดินมองหาตึก ตรวจตรา จัดซื้อ ดำเนินการเองทุกอย่าง เพราะเธอต้องการมีชีวิตที่ไม่ต้องพึ่งพาใครและสนุกไปกับการสร้างตัวเอง

สรุปหนังสือ Rich Woman สอนผู้หญิงให้รวย

อิสรภาพทางการเงินเป็นอิสระจากอะไร

คำว่า ‘อิสรภาพทางการเงินของคุณ’ หมายถึงอะไร? คุณอยากมีมันไปทำไม? คำถามสำคัญที่จะต้องตอบตัวเองให้ได้ ​หากเราไม่ได้คิดต่อว่า มีอิสรภาพแล้วชีวิตของฉันจะเป็นยังไง ความทุ่มเทจะเบาบาง แล้วเราจะหมดความสนใจอย่างรวดเร็ว

เปรียบเทียบเหมือนเราเห็นดาราใช้กระเป๋า Hermès แล้วรู้สึกอยากได้บ้าง ถ้าเราคิดถึงมันจริงจังว่า ถ้าฉันได้มาแล้วจะพาน้องไปออกงานไหนบ้าง มองเห็นภาพตัวเองตอนได้ถือมัน หมกหมุ่นหาข้อมูล ราคา แหล่งซื้อ ออกไปที่หน้าร้าน ลองหยิบลองถือแล้วยิ่งรู้สึกใช่ เราจะมีใจสู้ ทำงานหนักเพื่อคว้ามันมาให้ได้ แต่หากเราอยากได้เพียงเพราะเห็นคนอื่นมีมัน พอเลื่อนฟีดผ่านไป ก็ลืมและหมดความสนใจอย่างรวดเร็ว ดังนั้นจึงอยากให้ทุกคนตอบตัวเองให้ได้ว่า อิสรภาพทางการเงินของคุณคืออะไร

สำหรับคุณคิม อิสรภาพทางการเงินคือการที่เราจะทำอะไรก็ได้! จะใช้ชีวิตตามสบาย หรือเริ่มต้นทำธุรกิจใหม่ๆ ที่อยากทำ อิสระที่จะอยู่กับคนที่เราเลือก ออกไปพบปะเพื่อนฝูงที่ไหน เมื่อไหร่ก็ได้ เรากลายเป็นเจ้าของเวลาของเราอย่างแท้จริง แล้วการที่จะมีอิสระเช่นนี้ได้ เราจะต้องเป็น Rich Woman

Rich Woman แค่ไหนที่เรียกว่า Rich

ต้องมีเงินในบัญชีกี่ล้าน มีกระเป๋าหลุยส์ลิมิเต็ดกี่ใบ มี Supercar จอดทิ้งไว้กี่คัน คฤหาสน์หลังใหญ่แค่ไหน สามารถคำนวณความร่ำรวยของเราได้ดังนี้

ค่าความร่ำรวย = (เงินออม + รายได้ที่เข้ามาโดยไม่ต้องทำงาน)/ค่าใช้จ่ายต่อเดือน

ตัวอย่างเช่น เรามีเงินออมอยู่ 50,000 บาท ไม่มีรายได้ที่เข้ามาโดยไม่ต้องทำงาน (passive income) และค่าใช้จ่ายต่อเดือน 25,000 บาท ความร่ำรวยจะเป็น (50,000 + 0)/(25,000) = 2 ค่าความร่ำรวย = 2 หมายความว่า หากเราหยุดทำงานตั้งแต่วันนี้ เราจะอยู่ได้ 2 เดือน

จากสูตรข้างบนจะเห็นว่า ขอเพียงเรามี PASSIVE INCOME มากกว่าค่าใช้จ่ายต่อเดือน ก็รวยไปตลอดชีวิต พร้อมมีอิสรภาพทางการเงินแล้ว แต่การมีอิสรภาพไม่ได้ความว่าเราไม่ต้องทำงานอีกเลย ลองคำนึกถึงความไม่แน่นอน ใช่ว่า passive income แหล่งเดียวจะมั่นคงตลอดไป เช่น เรามีอพาร์ตเมนต์ให้เช่า แต่ดันเกิดโควิด-19 ราคาห้องตก หาผู้เช่าไม่ได้ สูญเสียรายได้ ดังนั้นจึงต้องเลือก passive income ที่ดี หมั่นคอยดูแลรักษา ขยับขยายเมื่อมีโอกาส

สรุปหนังสือ Rich Woman สอนผู้หญิงให้รวย

แหล่งการลงทุนและ Passive Income

เราจะลงทุนหรือหา passive income ด้วยวิธีไหนดี? คำแนะนำคือ เลือกสิ่งที่เราถนัดและสนใจจริงๆ มากกว่าเลือกตามสิ่งที่คนอื่นบอกว่าดี เพราะเมื่อมันเป็นสิ่งที่เราชอบ เราจะทุ่มเทค้นคว้าหาข้อมูลและลงมือทำจริงจัง เราจะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในสิ่งนั้นและมีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่า

ตัวอย่างประเภทของการลงทุน :

  1. อสังหาริมทรัพย์ – เช่น บ้านเดี่ยว, คอนโด, อาคารสำนักงาน, โกดังสินค้า, ที่ดินเปล่า เป็นต้น
  2. ทรัพย์สินที่เป็นกระดาษ – เช่น หุ้น, ตราสารสิทธิ, พันธบัตร, กองทุนรวม เป็นต้น
  3. ธุรกิจ – เช่น บริษัทเอกชน, แฟรนไชส์, การตลาดแบบเครือข่าย เป็นต้น
  4. สินค้าอุปโภคบริโภค – เช่น โลหะมีค่า,​ น้ำมัน, ข้าวสาลี, น้ำตาล เป็นต้น
  5. บุคคล – เช่น ลงทุนในตัวนักกีฬาที่มีแววเป็นดาวรุ่ง สนับสนุนการฝึกอบรม ค่าเดินทาง การแข่งขัน นักลงทุนจะได้ส่วนแบ่งเมื่อนักกีฬาชนะ

นอกจากนี้ยังมี passive income ที่เราลงแรง ลงเวลาเพียงครั้งเดียวก็สร้างรายได้ได้ยาวๆ เช่น ค่าลิขสิทธิ์หนังสือ, ขายคอร์สเรียนออนไลน์,​ ขายสินค้าดิจิตอลอย่าง รูปภาพ, วิดีโอ, โลโก้, ขายแอปพลิเคชั่น เป็นต้น

คุณคิมถนัดเรื่องลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ซื้อบ้านและอพาร์ทเมนต์เพื่อปล่อยให้เช่า เธอชอบที่จะขับรถสำรวจหาตึกแถวละแวกบ้านตัวเอง เพราะมีความรู้ คุ้นเคยกับทำเลดี หากเกิดปัญหา ก็สามารถเข้าไปดูแลจัดการได้ทันที

ในขณะที่คุณคิมมีเพื่อนซึ่งเธอพยายามกระตุ้นให้ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เหมือนเธอมาเป็นปี แต่เพื่อนก็ไม่เริ่มเสียที จนเพื่อนคนนั้นได้ไปอบรมเกี่ยวกับการเล่นหุ้น ปรากฏว่าเธอชอบมัน เธอชอบสิ่งที่เป็นออนไลน์ หมกหมุ่นหาข้อมูลและเริ่มลงทุนหุ้นตัวแรก จนตอนนี้เธอกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญแล้ว

สิ่งที่จะบอกคือ คนเรามีความชอบ ความถนัดที่แตกต่างกัน สิ่งที่ดีสำหรับเขาอาจไม่ดีสำหรับเราก็ได้ เปิดใจมองหาวิธีลงทุนแบบต่างๆ ใช้เวลากับมัน เครื่องมือการลงทุนไหนที่ทำให้คุณรู้สึกโดนใจ จนหมกหมุ่นหาข้อมูลและอยากลงมือทำมัน นั้นแหละคือเครื่องมือที่ใช่สำหรับคุณ!

สรุปหนังสือ Rich Woman สอนผู้หญิงให้รวย

เริ่มต้นกระบวนการลงทุน

1. หาเหตุผลจูงใจ

ขั้นตอนแรกนี้สำคัญที่สุด เหมือนตัวอย่างกระเป๋า Hermès ข้างต้น ถ้าเราไม่รู้ว่าจะรวยไปทำไม เราจะขาดแรงจูงใจและความทุ่มเทเต็มร้อย สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ไว้พรุ่งนี้ค่อยทำก็ได้ และวันพรุ่งนี้ไม่มีอยู่จริง

เขียนเหตุจูงใจแบบละเอียดยิบว่า ทำไมถึงอยากรวย เหตุผลที่คุณพร้อมแล้วที่จะทุ่มเททุกอย่างเพื่อสร้างตัวเองในวันนี้

หลายคนอยากรวย แต่ยังไม่ลุกขึ้นมาทำอะไร เพราะรู้สึกว่าชีวิตในปัจจุบันก็ไม่ได้แย่นะ มีบ้าน รถที่ผ่อนได้สบาย มีครอบครัวเพื่อนฝูงที่อบอุ่น มีงานที่รักและเลี้ยงตัวเองได้ การพอใจในสิ่งที่มีเป็นสิ่งที่ดีมากแล้ว แต่อยากให้ลองนึกดูว่า ความพอใจในสิ่งที่มีของคุณมันมั่นคงหรือยัง หากวันพรุ่งนี้คุณไม่ได้ทำงานแล้ว คุณจะยังมีทุกอย่างที่มีอยู่ตอนนี้ไหม ยังร่ำรวยพอที่จะเลี้ยงตัวเองได้หรือเปล่า

“เงินซื้อความสุขไม่ได้ แต่มันช่วยให้คุณรู้สึกสบายดีอยู่ ในวันที่คุณรู้สึกแย่มากได้”

— Clare Boothe Luce (อดีตสมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ)

ลองดูตัวอย่างของเหตุจูงใจของสาวๆ แต่ละคนกันค่ะ

  • เทรซี — พนักงานบริษัทที่ได้ทำงานที่เธอรักในทุกๆ วัน แต่เหตุไม่คาดฝันก็มาถึง เมื่อบริษัทของเทรซีถูกขายกิจการ แม้เจ้านายบอกว่าจะพยายามเต็มที่เพื่อไม่ให้มีการลดงาน แต่เธอรู้ดีว่าเมื่อกิจการถูกขาย เจ้าของใหม่ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่จะเอาคนของตัวเองมาทำงานแทน ตอนนี้เทรซีอาจเป็นเพียงรายชื่อหนึ่งที่จะถูกขีดฆ่าออกเมื่อไหร่ก็ได้ อนาคตของเธออยู่ในมือของคนที่ไม่รู้จัก เธออยากมีอำนาจควบคุมชีวิตของตัวเอง
  • เลสลี — ศิลปินสาวที่รักการวาดรูป เธอทำงานที่แกลอรีศิลปะ ใช้วันหยุดไปกับการเข้าคอร์สเรียนวาดรูป แล้วในที่สุดเธอก็ได้ลงเรียนคอร์สที่ใฝ่ฝันในต่างประเทศ เธอจัดแจงลาหยุดและเตรียมบินเรียบร้อย แต่เจ้านายของเลสลีโทรตามเธอกลับไปทำงานกะทันหัน แม้เจ้านายจะไม่ได้พูด แต่เธอสามารถได้ยินเสียงในใจว่า ถ้าเธอไม่มาทำงานวันพรุ่งนี้ ก็ไม่ต้องมาอีกเลย! นั้นทำให้เธอต้องทิ้งสิ่งที่ฝันมาตลอดเพื่อกลับไปทำงาน เธอแค่อยากมีเวลาทำสิ่งที่รัก
  • แพ็ต — เคยเป็นนักข่าวสาวผู้มุ่งมั่น ปัจจุบันเธอเป็นแม่บ้านเต็มเวลา ใช้ชีวิตทั้งหมดไปตามความฝันและเป้าหมายของสามีและลูกๆ เธอจะเอาตัวเองมาไว้ลำดับสุดท้ายเสมอ แม้ฐานะแพ็ตจะมั่นคงจากเงินเดือนในตำแหน่งสูงของสามี แต่หากวันหนึ่งสามีทำงานไม่ได้แล้วจะเกิดอะไรขึ้น และเสียงของเธอในครอบครัวก็ช่างเบาบางเพียงเพราะเธอไม่ได้เป็นคนหาเงิน เธอจึงอยากเปลี่ยนแปลง เริ่มสร้างความมั่นคงให้กับตัวเอง
  • คิม — ผู้เขียนของเรา เหตุผลเรียบง่ายของเธอคือ “ฉันเกลียดที่ต้องทำตามคำสั่งคนอื่น” เธอเคยเป็นพนักงานบริษัท นั้นทำให้เธอรู้ตัวดีว่าไม่ชอบให้ใครมาบงการ ในสมัยเด็ก เธอเคยได้ยินเพื่อนของแม่กำลังปรึกษาแม่ด้วยความปวดใจ เมื่อสามีขอหย่า ผู้หญิงคนนั้นกำลังจะกลายเป็นหญิงวัย 45 ปีที่ต้องอยู่คนเดียวและหาเลี้ยงตัวเอง ไม่มีบ้าน ไม่มีเงินเก็บ และไม่ได้ทำงานมาเกือบ 20 ปีแล้ว เหตุการณ์นั้นทำให้คุณคิมเรียนรู้ว่า “ชีวิตมีการพลิกผันได้เสมอ เธอจะไม่ใช้ชีวิตแบบพึ่งพาผู้ชายหรือใครก็ตามในเรื่องของการเงิน”

2. คุณอยู่ที่ไหนในวันนี้

ขั้นตอนถัดมาคือ สำรวจว่าตอนนี้สถานะทางการเงินเราเป็นอย่างไร เอาแบบไม่หลอกตัวเอง หากเรารู้แค่เป้าหมาย แต่ไม่รู้ว่าตอนนี้เราอยู่ที่ไหน ก็ยากที่จะเลือกหาเส้นทางไปสู่จุดหมายปลายทาง

1. ลิสต์รายการค่าใช้จ่ายรายเดือนอย่างซื่อตรง

2. ลิสต์รายการเงินออม ทั้งจากในบัญชีและหุ้นที่สามารถแปรสภาพเป็นเงินสดได้ทันที รวมถึงรายได้จาก Passive Income ในแต่ละเดือน

3. คำนวณ ค่าความร่ำรวย = (เงินออม + รายได้ที่เข้ามาโดยไม่ต้องทำงาน)/ค่าใช้จ่ายต่อเดือน

รายการค่าใช้จ่ายรายเดือน – ให้เขียนอย่างซื่อสัตย์ อย่าแอบลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นแต่กลายเป็นนิสัยของเราไปแล้วลง เช่น เปลี่ยนจากการทานบุฟเฟต์นอกบ้านอาทิตย์ละครั้งเป็นทานข้าวธรรมดา อย่างที่กล่าวไปข้างต้น เราจะร่ำรวยไปทำไมถ้าต้องลดคุณภาพชีวิต อีกอย่าง บางครั้งการเปลี่ยนนิสัยก็ยากเสียกว่าการหาเงินอีก

รายการเงินออม หุ้น รายรับ – ทุกอย่างที่สามารถแปลงเป็นกระแสเงินสดได้ทันที เช่น ทองคำ ที่มีราคาแน่นอน แต่ไม่นับกระเป๋าหลุยส์ลิมิเต็ด ที่ไม่รู้ว่าจะขายได้ทันทีไหมและราคาเท่าไหร่ รวมถึงไม่นับหุ้นที่ติดเงื่อนไขต้องรอกี่เดือน กี่ปีถึงจะขายได้ สมมติวันพรุ่งนี้เกิดเหตุฉุกเฉินที่เราต้องใช้เงินจำนวนมาก ซึ่งเรามีเงินเพียงพอแต่อยู่ในรูปแบบมูลค่าของหุ้นที่ติดเงื่อนไข ไม่สามารถนำมาใช้ได้ จึงไม่ถูกนับเป็นความร่ำรวยในที่นี่

เข้าใจว่านี้คงเป็นเรื่องลำบากใจสำหรับใครหลายคน การเผชิญหน้ากับสภาพการเงินที่แท้จริงของเราเป็นความกล้าหาญมาก มันเป็นความรู้สึกอึดอัดเหมือนแม่ที่บังคับให้ลูกกินข้าวที่ไม่ชอบและห้ามลุกจากโต๊ะจนกว่าข้าวจะหมด

สิ่งที่คุณคิมทำคือ จ้างนักบัญชี ผู้ซึ่งเธอทรมานใจทุกครั้งที่ได้เจอหน้า เป็นเหมือนคนที่ตบให้เธอตื่นจากความฝัน เลิกหลอกตัวเองว่าชีวิตฉันยังดีอยู่ หยุดมองแต่เลขสีเขียว หันมามองตัวเลขสีแดงและกำหนดเวลาที่ต้องจ่ายคืน แล้วคุณจะแปลกใจว่าความกดดันมันทำให้สมองเราแล่นไวและสร้างสรรค์ได้ขนาดไหน

3. แผนของคุณ อยากไปที่ไหนและจะไปอย่างไร

เมื่อรู้จุดเริ่มต้นแล้ว ให้กำหนดจุดหมายและสร้างแผนการเดินทาง ไม่จำเป็นต้องมีเส้นทางเดียวเสมอไป มีแผนสำรองเก็บไว้ก็ดี แต่ควรใช้เวลาโฟกัสที่แผนที่ดีที่สุดแผนเดียว

1. อะไรคือเครื่องมือหลักในการลงทุนของฉัน: เลือกเครื่องมือการลงทุนที่ตัวเองชอบและถนัด เช่น หุ้น อสังหาริมทรัพย์ แฟรนไชส์ สามารถดูตัวอย่างได้จากหัวข้อแหล่งการลงทุน

2. ในการลงทุนนั้น จะเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์ตัวใด: เช่น ลงทุนในหุ้น ก็จะมีธุรกิจย่อยไปอีกอย่าง หุ้นคลินิกความงาม, หุ้นน้ำมัน, หุ้นเทคโนโลยี เป็นต้น หากเราไม่สนใจเทคโนโลยีเลย แต่ซื้อเพราะเขาบอกกันมาว่าดี ก็อาจจะขาดทุนล่มจม เพราะไม่สนใจตามข่าว

3. กำหนดระยะเวลาที่จะไปถึงเป้าหมาย: เดดไลน์เป็นตัวกดดันในแง่ดี สิ่งสำคัญคือการมีระเบียบวินัย อยากให้ทุกคนยึดมั่นในเดดไลน์ส่วนตัวนี้เหมือนกับว่ามันเป็นเดดไลน์ของบริษัท ที่เรายอมฝืนทำงานห่ามรุ่งห่ามค่ำเพื่อทำมันให้สำเร็จ

มาดูตัวอย่างแผนการการลงทุนของแต่ละคนกัน

เลสลี — ศิลปินสาวที่รักการวาดรูป

  • แผนของเธอคือ “สร้างกระแสเงินสด”
  • สิ่งที่จะทำคือ ทำงานตามปกติต่อไปก่อนเพราะเป็นแหล่งรายได้เดียวในตอนนี้
  • เปิดบัญชีสำหรับการลงทุน โดยเริ่มเก็บเงิน 20% ของรายได้ที่หามาได้ไว้ในบัญชีนี้
  • สนใจในอสังหาริมทรัพย์ เพราะเธอเป็นศิลปิน เธออยากสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้ผู้พักอาศัย
  • เธอรู้จักละแวกใกล้บ้านดี มีบ้านบางหลังเปิดขาย เหมาะสำหรับซื้อไว้ให้เช่า เธอจะเดินออกสำรวจอย่างละเอียดและลิสต์บ้านที่สนใจ
  • เธอรู้จักคนที่มีเงินและน่าจะสนใจร่วมลงทุนด้วยกัน เธอจะติดต่อพวกเขาทันทีที่ได้บ้าน

เทรซี — พนักงานสาวที่บริษัทถูกขายกิจการ

  • เริ่มต้นวิเคราะห์ความต้องการทางการเงินอย่างละเอียดกับสามี
  • เริ่มทำงานให้ตัวเอง รับงานฟรีแลนซ์ตั้งแต่พรุ่งนี้ ที่ผ่านมามีคนมาขอให้เธอช่วยงานนอกบริษัท แต่เธอเหนื่อยเกินกว่าจะทำมัน ตอนนี้เธอพร้อมแล้ว เธอรู้ว่าจะทำงานหนักเพื่อเอาเงินก้อนนี้ไปลงทุนต่อ
  • ลงทุนทำธุรกิจกับสามี

แพ็ต — แม่บ้านเต็มเวลา มีงานพาร์ทไทม์คือเขียนบทความข่าว

  • แผนของเธอคือ “ลงทุนในหุ้น” เพราะเธอชอบโลกออนไลน์และการค้นคว้าเกี่ยวกับหุ้น
  • นำเงินออมบางส่วนมาเป็นค่าเล่าเรียนเรื่องการซื้อขายหุ้นจากสถาบันชั้นนำ
  • เริ่มลงทุนหุ้นด้วยเงินเพียงเล็กน้อยก่อน ค่อยๆ เรียนรู้
  • สามีเธอไม่เห็นด้วยเรื่องการลงทุน ดังนั้นเธอจะสะสมกำไรที่ได้จากการเล่นหุ้น มาลงทุนแบบกระแสเงินสดเอง หากสามีเห็นด้วย มันคงสำเร็จเร็วขึ้น แต่หากยังไม่เห็นด้วย เธอก็ยังสามารถทำมันได้อยู่ดี เพียงแต่ต้องใช้เวลานานขึ้นอีกหน่อย
  • คุยเพื่อนสาวที่สนใจเรื่องนี้ หากพวกเธอสนใจ จะได้คอยเป็นแรงสนับสนุนซึ่งกันและกัน
  • เริ่มต้นงานเขียนแบบจริงจัง เขียนนวนิยายและทำเงินจากค่าลิขสิทธิ์หนังสือ

คุณคิมและคุณโรเบิร์ต — (อดีต)คนถังแตก ปัจจุบันผู้ก่อนตั้งบริษัท Rich Dad

  • ภายใน 18 เดือน จะซื้ออสังหาริมทรัพย์ไว้สำหรับให้เช่ารายปี 2 แห่ง
  • ปล่อยเช่าเป็นเวลา 10 ปี เน้นไปที่บ้านเดี่ยวก่อน
  • ในปลายปีที่ 10 พวกเราจะต้องมีอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมด 20 หน่วย และมีกระแสเงินสดที่มากกว่าค่าครองชีพ

4. ลงมือทำตอนนี้!

ไม่มีคำว่า ‘วันพรุ่งนี้’ ในพจนานุกรมอีกต่อไปสำหรับการทำงานเพื่อตัวของคุณเอง สองสามีภรรยาคิโยซากิเป็นตัวอย่างที่ดีของคนที่ทำงานอย่างหนักเพื่อสร้างฐานะตัวเอง วันหนึ่งพวกเขาเพิ่งกลับมาจากการไปคุยธุรกิจ ยังไม่ได้หลับเลยกว่า 24 ชั่วโมงแล้ว พวกเขากำลังจะกลับบ้านไปพักผ่อนตอนที่มีโทรศัพท์ดังขึ้น นายหน้าโทรมาบอกว่ามีอพาร์ตเมนต์น่าสนใจอยู่หลังหนึ่งจะมาดูไหม คุณโรเบิร์ตจะตอบว่า ไว้วันพรุ่งนี้ก็ได้ แต่เขากลับบอกแท็กซี่ให้เปลี่ยนเส้นทางไปดูอพาร์ตเมนต์หลังนั้นทันที สุดท้ายแล้วพวกเขาก็ซื้อมันและมันก็กลายเป็นหนึ่งในกระแสเงินสดที่ช่วยให้พวกเขามีอิสรภาพทางการเงิน

ฟังดูเหมือนง่ายนะ แต่ที่จริงมันมีขั้นตอนที่แฝงไว้เยอะแยะซับซ้อนมาก ทั้งการเข้าไปคุยกับธนาคาร ขอทำสินเชื่อกู้เงินเพื่อมาลงทุนซื้ออพาร์ตเมนต์ เดินเอกสาร คุยตกลงกับเจ้าของคนเก่า สานความสัมพันธ์กับนายหน้า ปรับปรุงตึก ทำการตลาดหาผู้เช่าที่เหมาะสม ทำสัญญา เบื้องหลังความสำเร็จคือการลงมือทำงานหนักโดยไม่ผัดวันประกันพรุ่ง

สรุปหนังสือ Rich Woman สอนผู้หญิงให้รวย

อยากลงทุน แต่ไม่มีเงินทำอย่างไร

ฝันว่าจะลงทุนจนร่ำรวยอยู่ดีๆ ก็ถูกปลุกด้วยคำว่า “ไม่มีเงิน!” อยากบอกว่าคุณคิมและคุณโรเบิร์ตก็เริ่มต้นด้วยการไม่มีเงิน หรือน่าจะเรียกว่ามีเงินไม่พอมากกว่า แต่ก็ยังตัดสินใจซื้อ! ซื้อได้ยังไงทั้งที่เงินไม่พอ?​ สิ่งหนึ่งที่พ่อรวยสอนลูกได้สอนไว้คือ คนจนพูดว่า “ไม่มีเงิน” ส่วนคนรวยจะคิดว่า “ฉันจะซื้อสิ่งนั้นได้อย่างไร”

“หาสิ่งที่จะลงทุนก่อน แล้วค่อยหาเงิน”

คุณคิมและคุณโรเบิร์ตได้ตัดสินใจซื้ออพาร์ตเมนต์ทำเลดีหลังหนึ่ง พวกเขามีเวลาสองสัปดาห์ในการจ่ายเงินดาวน์ 50,000 เหรียญ ตอนนั้นพวกเขาไม่มีเงินเลย คุณโรเบิร์ตโทรไปหาเพื่อนนักลงทุน เขาสนใจและเสนอร่วมหุ้น 50% จะจ่ายให้ทันที 25,000 เหรียญ ดังนั้นจาก 50,000 เหรียญ พวกเขาต้องหาเงินอีกแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น

ทั้งคู่ใช้เวลาทั้งสัปดาห์วิ่งวุ่นเข้าออกทุกธนาคาร โทรถามเพื่อนๆ เพื่อขอกู้ แต่ไม่มีโชคเลย จนกระทั่งมาที่ธนาคารเล็กๆ ที่พวกเขาเป็นสมาชิกอยู่ นี่เป็นที่สุดท้ายที่เลือกมา เพราะทางธนาคารรู้ข้อมูลดีว่าพวกเขามีเงินในบัญชีเท่าไหร่ มันคงยากต่อการกู้ให้ผ่าน แต่เมื่อถูกปฏิเสธจากที่อื่นทั้งหมด พวกเขาจึงเข้าไปเสี่ยงกับที่นี่ ปรากฏว่าผู้จัดการธนาคารอนุมัติหลังจากเห็นแผนการและทำเลอพาร์ทเมนต์ เขายังจำได้ว่าทั้งคู่เป็นคนที่ทุ่มเทกับธุรกิจขนาดไหน ความเชื่อมั่นนั้นทำให้สุดท้ายพวกเขาก็เป็นเจ้าของอพาร์ตเมนต์ 100%

บางครั้งเงินก็ผุดมาจากที่เราคาดหวังน้อยที่สุด ประเด็นคือหากพวกเขาไม่ตัดสินใจซื้ออพาร์ตเมนต์ก่อน ก็คงไม่มีวันหาเงินและเป็นเจ้าของอพาร์ตเมนต์หลังนั้น หากไม่มีแรงกดดันจากกำหนดเส้นตาย

เงินนั้นมีอยู่เสมอ! แล้วเราจะแปลกใจว่าสมองเรามีความคิดสร้างสรรค์ในการหาเงินมากมายขนาดไหนเมื่อมีแรงกดดันเข้ามา เหมือนการที่เราสามารถอ่านหนังสือเรียนหนึ่งเทอมจบได้ในเวลา 1 คืนก่อนสอบ หรือมีไอเดียพลุ่งพล่านใน 1 วันก่อนส่งงาน

มันไม่การันตีเสมอไปว่าคุณจะหาเงินได้ทุกครั้ง พวกเขาก็มีช่วงเวลาที่ถูกปฏิเสธ สิ่งสำคัญคือเริ่มลงมือทำ เข้มแข็งเมื่อถูกปฏิเสธ กล้าที่จะลุกขึ้นยืนใหม่ ไม่ยอมแพ้ ถ้ามัวแต่คิดว่าไว้รอมีเงินก่อนค่อยทำ เราคงไม่ลุกขึ้นมาทำอะไรที่ต่างจากเดิม หากเราพาตัวเองออกไปเริ่มต้น อย่างน้อยเราก็อยู่ในเกมการลงทุนและมีโอกาสสำเร็จแล้ว แต่ถ้าคิดแล้วว่าฉันคงไม่ไหวตั้งแต่แรก โอกาสก็เท่ากับศูนย์

สรุปแล้ว “เราไม่ควรสนใจเรื่องที่จะต้องหาเงินให้ได้ก่อน หากมัวแต่สนใจเรื่องนั้น เราจะไม่มีวันได้เริ่ม แต่ควรสนใจหาสิ่งที่จะลงทุนก่อน เมื่อหาได้แล้ว จึงควรหันมาหาเงินลงทุน”

Kim Kiyosaki ผู้เขียนหนังสือ
คุณ Kim Kiyosaki (แหล่งที่มา)

ปรัชญาชีวิตของสาวแกร่ง

ก่อนที่คุณคิมจะมีอิสรภาพทางการเงิน ใช้ชีวิตได้ตามใจชอบ เธอเคยถังแตกในเลเวลที่ต้องนอนในรถ ตามโมเทล ขอนอนบ้านเพื่อน ทะเลาะอย่างรุนแรงกับสามีเพราะเรื่องไม่มีเงิน ถูกปฏิเสธการขอกู้เงินมานับครั้งไม่ถ้วน ลงทุนผิดพลาดจนสูญเงินก้อนใหญ่ แต่ทุกครั้งที่เจออุปสรรค เธอเรียนรู้จากมันและลุกขึ้นอีกครั้งอย่างแข็งแกร่งกว่าเดิม นี้เป็นส่วนหนึ่งของปรัชญาในการใช้ชีวิตของคุณคิมค่ะ

  1. ไม่กลัวที่จะบอกว่า “ฉันไม่รู้” ซักถามเสมอเมื่อเจอเรื่องที่ไม่เข้าใจ
  2. กล้าที่จะเอ่ยปากขอความช่วยเหลือ
  3. ยินดีเสมอที่ได้แบ่งปันความรู้และช่วยเหลือคนที่ต้องการมัน
  4. ทำการบ้านอย่างรอบคอบ เช่น เรื่องอสังหาริมทรัพย์ เธอจะหาข้อมูลทุกอย่างอย่างละเอียดถี่ถ้วน ไม่เคยประมาทแม้ทำมาหลายครั้ง นี้เป็นสิ่งที่ช่วยให้เธอมั่นใจในการซื้อ
  5. ล้มได้ก็ลุกได้ ทุกความผิดพลาดคือบทเรียน ไม่กลัวที่จะล้มแล้วเจ็บ แต่กลัวที่จะไม่ได้ลองทำมันตางหาก
  6. ไม่หยุดเรียนรู้ แม้จะประสบความสำเร็จ มีอิสรภาพทางการเงินอย่างที่ต้องการแล้ว เธอก็ยังหมั่นศึกษาหาความรู้ใหม่ๆ และเพิ่มการลงทุนไปเรื่อยๆ
  7. “หากวันนี้ฉันไม่วิ่งเต็มกำลัง ฉันก็จะพลาดที่จะเรียนรู้ชีวิต” เป็นบทเรียนที่เธอได้จากตอนเรียนแข่งรถฟอร์มูลาร์วัน เธอตามคนอื่นไม่ทันเลย จนครูฝึกถามว่า “แล้วคุณเหยียบสปีดมิดแล้วหรือยัง? พวกเขา(นักแข่งคนอื่น)เร่งเครื่องเต็มกำลังทั้งนั้น”

สรุป— หนังสือเล่มนี้คือคุณค่าที่ผู้หญิงทุกคนคู่ควรค่ะ ซิสคอนเฟิร์ม! แม้ในหนังสือจะไม่ได้บอกวิธีการลงทุนแบบชัดเจน แสดงขั้นตอนละเอียด นอกจากบอกว่าเริ่มลงทุนสิ! แต่สามารถจุดประกายไฟ สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงอยากเริ่มต้นสร้างตัวให้ร่ำรวย ซึ่ง ‘ร่ำรวย’ ในที่นี่ซิสมองว่ามันคือความมั่นคงและอิสรภาพมากกว่าจำนวนเงินมากน้อยในบัญชี รวมถึงการรักและเชื่อมั่นในความสามารถของตัวเอง ทำงานหนักเพื่อตัวเราเอง และอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งพา(การเงิน)ใคร สุดท้ายนี้…

วันนี้คุณวิ่งเต็มกำลังแล้วหรือยัง?

Leave a Reply