สรุปหนังสือริเน็น (Rinen) : สร้างธุรกิจ 100 ปีด้วยหลักคิดแบบญี่ปุ่น

#ReadersGarden เล่มที่ 47

ริเน็น (Rinen)

รู้หรือไม่? ประเทศที่มีบริษัทอายุมากกว่า 100 ปีมากที่สุดในโลกคือ… ประเทศญี่ปุ่น โดยมีมากกว่า 33,000 บริษัท (ข้อมูลจาก Teikoku Data Bank, 2019) นอกจากนี้ประเทศญี่ปุ่นยังมีบริษัทที่มีอายุมากกว่า 200 ปีมากที่สุดในโลก คิดเป็น 56% ของทั้งหมด (ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศเกาหลีได้, 2008)

อะไรคือเคล็ดลับที่ทำให้ธุรกิจญี่ปุ่นเติบโตอย่างยั่งยืนมาได้นับศตวรรษ?

คำตอบคือ… ริเน็นซึ่งเป็นปรัชญาในการทำธุรกิจ โดยดร.กฤตินี พงษ์ธนเลิศ (อาจารย์เกด) มาเผยวิถีทางสร้างธุรกิจให้สำเร็จและยั่งยืนด้วยหลักคิดแบบญี่ปุ่นไว้ในหนังสือริเน็น Rinen เล่มนี้

บริษัทต้นไผ่ vs บริษัทต้นสน

อาจารย์เกดเปรียบเทียบบริษัทกับต้นไม้เป็น 2 ประเภท แบบแรกคือ ‘บริษัทต้นไผ่’ ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว แต่อาจมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน แบบที่สองคือ ‘บริษัทต้นสน’ ที่เติบโตอย่างช้าๆ มั่นคงและยั่งยืน

ความแตกต่างระหว่างบริษัทต้นสนกับบริษัทต้นไผ่คือ 

  1. เป้าหมายของบริษัท : บริษัทต้นสนให้ความสำคัญกับการทำให้ลูกค้ามีชีวิตที่ดีขึ้นและพัฒนาสังคม มากกว่ามองแค่เรื่องผลกำไรเพียงอย่างเดียว
  2. ลำดับความสำคัญของผู้เกี่ยวข้องกับบริษัท : ลำดับความสำคัญของบริษัทต้นสนคือ พนักงาน > คู่ค้าทางธุรกิจ > ลูกค้า > สังคม > ผู้ถือหุ้น เพราะถ้าพนักงานมีความสุข พวกเขาย่อมสร้างคุณค่าดีๆ ให้กับลูกค้าและสังคมได้ จากนั้นผลกำไรก็จะตามมาทำให้ผู้ถือหุ้นพึงพอใจได้ แตกต่างจากบริษัทต้นไผ่ที่ให้ความสำคัญกับผู้ถือหุ้นเป็นลำดับแรก จึงให้ความสำคัญกับผลกำไรเป็นหลัก

หนังสือเล่มนี้กล่าวถึงกรณีศึกษาของบริษัทต้นสนจากหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งร้านอาหาร, โรงงานสปริง, บริษัทรับรีโนเวทบ้าน,​ บริษัทแท็กซี่ และอีกมากมาย โดยเป็นธุรกิจญี่ปุ่นอายุ 20 – 500 ปี และมีผลประกอบการทางธุรกิจสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 20 ปีติดต่อกัน ธุรกิจเหล่านี้สามารถเติบโตได้ไม่ว่าเศรษฐกิจจะดีหรือแย่

จุดร่วมของบริษัทต้นสนเหล่านี้คือ การสร้างและยึดถือริเน็น ซึ่งเปรียบเสมือนรากที่แข็งแกร่งคอยยึดเหนี่ยวให้บริษัทเติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยริเน็นจะถูกส่งต่อรุ่นสู่รุ่นและถ่ายทอดให้กับคนในองค์กรอย่างสม่ำเสมอ



ความหมายของริเน็น

‘ริเน็น’ หมายถึงเหตุผลที่เกิดจากสติหรือปรัชญา ในทางธุรกิจจึงหมายถึง แนวทางประพฤติปฏิบัติของบริษัทที่พิสูจน์แล้วว่าเป็นจริงจากประสบการณ์ของผู้ก่อตั้งธุรกิจ มักกล่าวถึงประโยชน์ที่บริษัทต้องการส่งมอบให้ลูกค้าและสังคม

แต่ละบริษัทมีริเน็นที่ยึดถือแตกต่างกันไป ตัวอย่างเช่น 

ร้านขนมริวเก็ตสึในฮอกไกโด : “ขนมเป็นสื่อที่สานสายสัมพันธ์รักและเชื่อมโยงหัวใจคนเข้าไว้ด้วยกัน” ด้วยริเน็นนี้ พวกเขาจึงมุ่งมั่นสร้างสรรค์ขนมและองค์ประกอบต่างๆ ที่ช่วยให้ผู้คนผูกพันกันมากขึ้น เช่น ทำเค้กรสชาติดีในราคาย่อมเยา เพราะมองว่าของหวานควรอยู่ในทุกมื้อของครอบครัว ไม่เพียงแต่ช่วงเทศกาลเท่านั้น 

บริษัทดอกไม้ฮิบิยะ คะดัน : “ร่วมสร้างสังคมที่มั่งคั่งด้วยดอกไม้และสีเขียว แต่งแต้มสถานการณ์อันน่าประทับใจและความรักแก่ชีวิตผู้คนด้วยจิตวิญญาณแห่งการบริการ” พวกเขามองว่าดอกไม้ไม่ใช่แค่สิ่งของ แต่เป็นสื่อกลางถ่ายทอดความสุขและเป็นองค์ประกอบของฉากสำคัญในชีวิต จึงมีบริการต่างๆ นอกเหนือจากการขายดอกไม้ เช่น รับออกแบบและตกแต่งสำนักงานให้มีสีเขียว เพื่อกระตุ้นพลังและสร้างความสดชื่นในการทำงาน เป็นต้น

✦ แบรนด์ Muji : “อยากเสริมสร้างชีวิตผู้คนให้ดีขึ้น” ผ่านของใช้ในชีวิตประจำวันที่มีคุณภาพดี ร้านอาหาร และสินค้าที่มีเอกลักษณ์ของต่างประเทศ 

ริเน็นเป็นพื้นที่ฐานในการสร้างวัฒนธรรมองค์กร สร้างความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในหมู่พนักงาน ตลอดจนการกำหนดทิศทางของธุรกิจและเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจของผู้บริหาร

วิธีการสร้างริเน็น

ริเน็นของบริษัทถูกสร้างขึ้นมาจากองค์ประกอบของริเน็นมี 3 อย่าง ได้แก่

  1. บริษัทดำรงอยู่เพื่ออะไร (พันธกิจ : Mission) : ทำไมธุรกิจนั้นถึงต้องดำรงอยู่ รวมถึงความสำคัญที่มีต่อลูกค้า คู่ค้าและสังคม
  2. บริษัทมุ่งหน้าไปในทิศทางใด (วิสัยทัศน์ : Vision) : ภาพอนาคตที่องค์กรควรจะเป็น
  3. บริษัทจะนำเสนอคุณค่าอย่างไร (คุณค่า : Value) : คุณค่าของธุรกิจ สินค้าหรือบริการของบริษัทที่มอบให้กับลูกค้า คู่ค้าและสังคม

หากยังนึกไม่ออกว่าริเน็นของธุรกิจเราคืออะไร อาจารย์เกดได้ให้ 3 คำถามมาเป็นแนวทางในการสร้างริเน็นดังนี้ค่ะ

  1. เราเห็นลูกค้ามีความสุขเมื่อใด? เพราะเหตุใด? : คิดถึงคุณค่าที่บริษัทมอบให้ผู้อื่น ซึ่งจะนำไปสู่การค้นหาพันธกิจและคุณค่าขององค์กร
  2. เราเชื่อมั่นในอะไร? : สิ่งที่เรายึดมั่นในการทำธุรกิจ 
  3. อะไรคือสิ่งที่เราพร่ำสอนหรือต้องการบอกพนักงาน? : 

ลองหาจุดร่วมในคำตอบทั้งสามข้อ หลักคิดใดที่คุณอ่านแล้วรู้สึกฮึกเหิมและต้องการให้มันเกิดขึ้นจริง นั่นอาจกลายมาเป็นริเน็นของบริษัทคุณ

ซื้อหนังสือริเน็น (Rinen) : SE-ED | Kinokuniya

การดูแลกิ่งของต้นสน

ริเน็นเปรียบเสมือนรากต้นไม้ที่สำคัญของบริษัทต้นสน ยิ่งรากแข็งแรง กิ่งก้านยิ่งแผ่ขยายไปได้กว้าง กิ่งเหล่านี้เปรียบเสมือนกลุ่มคน 4 กลุ่มที่เกี่ยวของกับบริษัทและต้องหมั่นคอยดูแล ได้แก่ พนักงาน, คู่ค้าทางธุรกิจ, ลูกค้า, และสังคม

Hiroshi Tsukakoshi ประธานบริหารของบริษัทอินะ ฟู้ด (เครดิตภาพ : The Goverment of Japan)

ตัวอย่างเช่น บริษัทอินะ ฟู้ด อินดัสทรี มีริเน็นที่เรียบง่ายคือ “การเป็นบริษัทที่ดี” ของคนทุกกลุ่ม โดยเริ่มจากสร้างความสุขให้พนักงาน สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงาน มีสวัสดิการดี และมักมีกิจกรรมสานสัมพันธ์เพื่อให้พนักงานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน 

สำหรับคู่ค้า เมื่ออินะ ฟู้ด เลือกทำงานกับซัพพลายเออร์เจ้าใดแล้ว ก็จะทำงานด้วยกันไปนานๆ ด้วยราคาสมเหตุสมผล ไม่เอารัดเอาเปรียบคู่ค้าและไม่เปลี่ยนซัพพลายเออร์บ่อยๆ เพื่อกดราคาให้ต่ำที่สุด โดยพวกเขาช่วยเหลือกันและกันเพื่อให้ทำกำไรได้ไปด้วยกัน

บริษัทอินะ ฟู้ด ยังตอบแทนสังคมโดยเริ่มจากเรื่องง่ายๆ อย่างการอบรมพนักงานให้เป็นคนดี ไม่สร้างภาระหรือปัญหาให้สังคม พนักงานของอินะ ฟู้ด มักได้รับคำชื่นชมจากคนรอบข้าง เช่น แยกขยะถูกประเภท, เมื่อไปร้านอาหารก็จะกินอย่างเรียบร้อยและเก็บกวาดโต๊ะจนสะอาด เป็นต้น บริษัทยังเปิดให้บุคคลภายนอกเข้ามารองน้ำสะอาดดื่มฟรีได้ รวมถึงมีสวนอันรื่นรมให้เข้าเดินเล่นพักผ่อนได้

จากการดูแลกิ่งสนอย่างดี ทำให้อินะ ฟู้ด ได้ใจพนักงานและสังคม รวมถึงยังสามารถดึงดูดพนักงานใหม่ๆ ได้ด้วย ทุกปีจะมีนักศึกษากว่า 2,000 คนส่งใบสมัครมายังบริษัทที่ตั้งอยู่ไกลความเจริญแห่งนี้ ทั้งที่บริษัทต้องการพนักงานใหม่เพียงไม่กี่สิบคนต่อปีเท่านั้น อินะ ฟู้ด ยังเป็นบริษัทที่สร้างยอดขายเป็นอันดับหนึ่งในอุตสาหกรรมและมีส่วนแบ่งการตลาดถึง 80% 

โดยหลักการบริหารของอินะ ฟู้ด นั้นเริ่มมาจากริเน็นที่ว่า “การเป็นบริษัทที่ดี”


สำหรับแฟนหนังสืออาจารย์เกดที่เคยอ่านโอโมเตนาชิ จิตวิญญาณการบริการแบบญี่ปุ่น และ MOKOTO MARKETING บางบริษัทที่ถูกกล่าวถึงในหนังสือริเน็นจะเหมือนกับสองเล่มก่อนหน้านั้นค่ะ แต่เล่มนี้จะเล่าในมุมของการสร้างธุรกิจและกลยุทธ์ที่ทำให้ธุรกิจยั่งยืนมากกว่าเรื่องของการตลาด

ภายในหนังสือยังมีกรณีศึกษาริเน็นของบริษัทต่างๆ ที่น่าสนใจอีกมากมายค่ะ สำหรับคนที่มองหาแรงบันดาลใจในการสร้างธุรกิจที่ดีหรือต้องการพลังในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น แนะนำหนังสือริเน็นเป็นอย่างยิ่งค่ะ เรื่องราวความมุ่งมั่น เพียรพยายาม และจริงใจของคนจากบริษัทต้นสนได้มอบพลังและแนวทางในการทำงานที่ดีให้กับเรา ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้บริหารหรือพนักงานก็ตาม ได้แรงบันดาลใจในการพัฒนางานของเราให้ดียิ่งขึ้นไป ไม่ใช่แค่การพัฒนาประสิทธิภาพงาน แต่ยังรวมถึงงานที่ส่งมอบความสุขคนรอบข้างด้วย



Leave a Reply

Your email address will not be published.