รีวิวหนัง Star Wars The Rise of Skywalker

รีวิวหนัง Star Wars The Rise of Skywalker (2019) : รักวุ่นวายของยัยเจไดกับนายซูพรีมลีดเดอร์

#โรงหนังพันราตรี เรื่องที่ 11

Star Wars : The Rise of Skywalker (2019)

ไม่ได้ดูหนังแล้วหงิกไปทั้งตัวขนาดนี้มานานแล้ว ว๊าย~ นี้ฉันมาดูหนังสงครามจักรวาลหรือซีรีส์รักเกาหลี ‘วุ่นนักรักร้ายๆ ของยัยเจไดคนสุดท้ายกับนายซูพรีมลีดเดอร์‘ เกลียดอะ! เกลียดตัวเองนี้แหละที่ดูไปบ่นไป แต่ปากยิ้มฟินจิกเบาะ

⚠️ รีวิวต่อไปนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาของหนัง

รีวิวหนัง Star Wars The Rise of Skywalke_04

เป็นหนังเรื่องแรกที่ซิสไปดูในโรงหนังซ้ำ 2 รอบด้วยตัวคนเดียว… สงครามอวกาศระหว่างฝ่ายจักรวรรดิ (Galactic Empire) และฝ่ายกบฏ (Rebel Alliance) กำลังจะจบลงแล้ว! หนังชุดที่ต่อสู้กันมาอย่างยาวนานกว่า 42 ปีนับตั้งแต่สตาร์วอร์สภาคแรกอย่าง Star Wars (1977) จนมาถึงภาคนี้ Star Wars: The Rise of Skywalker (2019) แอบใจหายเบาๆ

รีวิวหนัง Star Wars The Rise of Skywalke_07

ภาคนี้ยังคงคอนเซ็ปต์เนื้อเรื่องเดิมเลยค่ะ ฝ่ายจักรวรรดิวางแผนจะยึดครองดวงดาวทั้งจักรวาลมาเป็นอาณานิคมของตัวเอง แต่คราวนี้รวบรัดตัดตอนไม่ยืดเยื้อเหมือนภาคก่อนๆ แล้ว ไม่มีการเจรจาใดๆ ทั้งสิ้น ดาวไหนไม่ยอมจำนนจะต้องเจอกับอาวุธสังหาร Star Destroyer ยิงเปรี้ยงเดียว ดาวแตก ตายเรียบทั้งดวง!

รีวิวหนัง Star Wars The Rise of Skywalke_03

ฝ่ายกบฏต้องหาทางพิชิตฝ่ายจักรวรรดิในคราวเดียวให้ได้ นำทัพโดย เจ้าหญิงเลอา (Carrie Fisher), โพ คาเมรอน (Oscar Isaac) นักบินมือฉกาจเลือดร้อน, ฟิน (John Boyega) อดีตสตรอมทรูปเปอร์กลับใจ และเจไดคนสุดท้ายของจักรวาล เรย์ (Daisy Ridley) ที่ได้สืบทอดไลท์เซเบอร์แห่งความหวังมาจากอาจารย์ลุค สกายวอร์คเกอร์ ภารกิจคราวนี้คือการตามหาที่อยู่และสังหารจักรพรรดิพัลพาทีน (Ian McDiarmid) ผู้นำของฝ่ายจักรวรรดิซิธเพื่อจบสงครามในที่เดียว

แต่ฝ่ายกบฏก็เหลือน้อยลงทุกที ไหนจะยังมีศัตรูตัวฉกาจอย่าง ไคโล เรน (Adam Driver) ลูกชายของเจ้าหญิงเลอากับฮาน โซโล อดีตเจไดที่เข้าสู่ด้านมืด รับใช้จักรวรรดิและคอยตามล่าพวกเรย์อย่างใกล้ชิด ฝ่ายกบฏจะจบสงครามได้ยังไง? ภาคนี้ต้องเสียสละใครไปบ้าง? เตรียมทิชชู่ไปซับน้ำตาได้เลยค่ะ

รีวิวหนัง Star Wars The Rise of Skywalke_06

ได้ยินเสียงวิจารณ์แบ่งออกเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจนจากบรรดาแฟนๆ หนังสตาร์วอร์ส บ้างก็บ่นด้วยความผิดหวังว่าทำได้ไม่สุด สงครามครั้งสุดท้ายแท้ๆ แต่ภาคก่อนหน้านี้อย่าง The Last Jedi (2017) ยังอลังการ ซาบซึ้งกว่า แต่อีกฝ่ายก็ว่าจบได้ตราตรึงแล้ว แฟนเซอร์วิสมาเพียบ ฉากออริจินอลส์และตัวละครเก่าๆ โผล่มาให้หายคิดถึง ส่วนซิสดูจบแล้วกลายเป็นบ้าค่ะ! เพราะดูหนังไป มือกุมขมับไป แต่ปากอดยิ้มไม่ได้ น้ำตาก็คลอ ตกลงจะชอบหรือจะเกลียด ตัวเองยังไม่ค่อยแน่ใจเลย

เริ่มจากส่วนที่ไม่ชอบ เห็นด้วยว่าเป็นหนังภาคจบสงครามแท้ๆ แต่ไม่น่าจดจำเลย ซิสจำฉากสงครามแทบไม่ได้ ทำภารกิจอะไรบ้าง ใครสู้กับใคร ออกมาจากโรงลืมหมด เมื่อเทียบกับภาคก่อนหน้า The Last Jedi ยังซาบซึ้งตราตรึงกว่า แม้แต่การต่อสู้เล็กๆ ระหว่างสหพันธ์พาณิชย์กับนาบูใน Star Wars: Episode I – The Phantom Menace (1999) ที่ดูไปเมื่อสิบปีก่อนยังจำได้มากกว่า

มีซีนที่มีคนพูดกับเรย์ประมาณว่า ฝ่ายจักรวรรดิพยายามทำให้พวกเรย์คิดว่ากลุ่มกบฏเหลืออยู่น้อยนิด เพราะถ้าเหลือแค่พวกเรย์ พวกเขาก็ไม่ต้องกลัว เป็นบทพูดชวนที่ให้นึกถึงฉากที่ลูน่าพูดกับแฮร์รี่ในเรื่อง Harry Potter ภาคีนกฟีนิกซ์เลย จนแอบคิดว่า ‘นี้มันพัลพาทีนหรือท่านลอร์ดโวลเดอร์มอร์?’ นึกว่าแฮร์รี่พอตเตอร์เวอร์ชั่นเปลี่ยนไม้กายสิทธิ์เป็นไลท์เซเบอร์  

I'm Iron Man_Avengers: End Game

แล้วดูไปอีกสักพักก็เจอฉากนี้

พัลพาทีน: I am all the Sith.
เรย์: And I…am all Jedi.

พรืด! ซิสถึงกับหลุดขำตอนได้ยินครั้งแรก ‘นี้มันเจไดหรือไอรอนแมน?’ บทพูดคล้าย Avengers: End Game ไม่พอ ดันเป็นบทของฉากไคลแมกซ์ในการต่อสู้ครั้งสุดท้ายเหมือนกันด้วย ที่จริงแล้วช่วงเวลาถ่ายทำหนังอเวนเจอร์สกับสตาร์วอร์สภาคนี้ก็พร้อมๆ กัน ดังนั้นการที่บทพูดคล้ายกันอาจเป็นความบังเอิญ แต่เพราะอเวนเจอร์สฉายก่อน แถมหนังตราตรึงใจกว่าเยอะ ส่งผลให้แทนที่จะเป็นการปิดฉากตัวร้ายในสตาร์วอร์สอย่างทรงพลัง ก็กลายมาเป็นฉากที่คนแซวกันเต็มจากคอมเมนท์ในยูทูป โถ่ 😂

รีวิวหนัง Star Wars The Rise of Skywalke_05

น่าขำว่าสิ่งที่ทำให้ตกหลุมรักหนังเรื่องนี้เป็นสิ่งเดียวกับที่ทำให้ไม่ชอบเช่นกันคือ คู่ #ReyLo – Kylo Ren x Rey สองภาคก่อนหน้าเราไม่เคยจิ้นคู่นี้เลยนะ แอบคิดหน่อยๆ ว่าเป็นพี่น้องหรือฝาแฝดกันเหมือนลุคกับเลอาหรือเปล่า เพราะเลอาเอ็นดูเรย์เป็นพิเศษ เร็นเข้าสู่ด้านมืดเต็มขั้นแน่นอน มีโอกาสกำจัดเรย์ทิ้งหลายครั้งมาก ขนาดพ่อตัวเองก็ฆ่ามาแล้ว อุ๊บส์! แต่ไม่ยอมฆ่าเรย์ทั้งที่มีโอกาส พยายามโน้มน้าวให้เรย์มาอยู่กับตัวเองสองคน ทิ้งลัทธิเจไดและซิธไปให้หมด

มันเลยเกิดความรำคาญนิดๆ ทุกครั้งที่มีซีนเร็นไล่ล่าเรย์ ไม่เหมือนผู้ร้ายไล่ฆ่านางเอก แต่เหมือนสตอล์กเกอร์ไล่ตามผู้หญิงที่แอบรัก แอบตามเธออยู่นะจ๊ะ~ อิอิ เจอกันก็ยกไลท์เซเบอร์ฟาดฟันใส่กันเหมือนเป็นการบอกรักทางอ้อม สู้แบบไม่มีจิตสังหาร ต่างคนต่างโน้มน้าวอีกฝ่ายให้มาอยู่กับตัวเอง อิฉันนี้ได้แต่กุมขมับเบะปากด้วยความหมั่นไส้ปนอิจฉา แต่ก็อดยิ้มเขินตัวบิดนั่งจิกเบาะไม่ได้ แบบเกลียดอะ ทำไมหนังสงครามมันน้ำเน่าขนาดนี้ แล้วก็เกลียดตัวเองที่ดูแล้วเขิน มันเป็นหนังรักที่ดียิ่งกว่า Vampire Twilight รวมกันทุกภาคซะอีก!

รีวิวหนัง Star Wars The Rise of Skywalke_01

สุดท้ายขอให้คะแนน 9.0/10 ด้วยความรักที่มีต่อคู่ ReyLo รวมถึงแฟนเซอร์วิสที่มีตัวละครดั่งเดิมและฉากออริจินอลส์โผล่มาให้หายคิดถึง ตัวสงครามจริงๆ ก็ไม่ได้แย่นะ แค่ไม่อลังการสมเป็นภาคจบเมื่อเทียบกับภาคก่อนๆ

รีวิวหนัง Star Wars The Rise of Skywalke_02

ปล. อีกตัวละครที่ประทับใจคือกลุ่ม Knights of Ren เหล่าอัศวินของท่านผู้นำสูงสุดเร็น คาแรคเตอร์อย่างเท่! ชุดก็เท่! อาวุธก็เท่! แต่ก็มาแค่ยืนเท่ๆ แหละ สู้แปปเดียวตุย สตรอมทรูปเปอร์ 2.0 นี้เอง

Leave a Reply