รีวิวหนัง The Irishman (2019)

รีวิวหนัง The Irishman (2019) : ชายไอริชผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของแก็งมาเฟียแห่งยุค

เรื่องที่ 14

The Irishman (2019)

หนังชีวิตของ Frank Sheeran ชายชาวไอริชผู้เป็นมือขวาของแก็งมาเฟียอิตาลีชื่อดังของอเมริกาและเป็นเพื่อนสนิทของ Jimmy Hoffa ผู้นำสหภาพแรงงานคนดังที่หายตัวไปอย่างเป็นปริศนา

หากพูด Jimmy Hoffa (Al Pacino) ในวันนี้ เด็กรุ่นใหม่เหมือนซิสคงถามเหมือนกันว่า “ใครหว่า?” แต่รู้มั้ยว่าช่วง 50s – 60s ชายผู้นี้ได้ชื่อว่าโด่งดังยิ่งกว่า Elvis Presley หรือ The Beatles เลย แต่หนังเรื่องนี้ไม่ได้ดำเนินเรื่องโดยจิมมี่ ตัวเอกคือ Frank Sheeran (Robert De Niro) เพื่อนสนิทที่จะเป็นกุญแจเฉลยปริศนาการหายตัวไปอย่างเป็นปริศนาตลอดกาลของจิมมี่

The Irishman เป็นหนังยาว 3.30 ชั่วโมงที่รู้สึกว่ายังสั้นเกินกว่าจะเล่าเรื่องราวทั้งชีวิตของแฟร้งค์ ผู้มีชีวิตผ่านมาถึง 16 ประธานาธิบดี เขาถูกโลกจดจำในฐานะมือปืนของแก็งมาเฟียอิตาลี Bufalino คอยเก็บกวาดคนที่มาขว้างผลประโยชน์ของหัวหน้าแก็ง Russell Bufalino

ในหนังเป็นเรื่องราวของแฟร้งค์ตั้งแต่เป็นทหารผ่านศึก กลายมาเป็นคนขับรถบรรทุกส่งเนื้อสเต็ก โชคชะตาทำให้เขารถเสียและเจอกับรัสเซลที่ช่วยเขาซ่อมรถ จนกลายมาเป็นลูกน้องของรัสเซลในที่สุด ด้วยความกล้า ฉลาด เข้ากับคนง่าย และซื่อสัตย์ ทำให้รัสเซลคอยอุปถัมภ์อุ้มชูแฟร้งค์ในฐานะเพื่อนรัก ผลักดันจนเขาเป็นระดับผู้บริหารของสหภาพแรงงานอเมริกา มีคนนับหน้าถือตาอย่างจริงใจ แม้มือเขาจะเปื้อนเลือดมานับต่อนับ

หน้าที่การงานของแฟร้งค์ก้าวสู่ระดับสูง แต่เรื่องครอบครัวกลับดิ่งลงเหว Peggy Sheeran หนึ่งในลูกสาวกลัวพ่อและเพื่อนของพ่อมาตลอด จนวันหนึ่งก็เกิดเหตุที่ทำให้เพ็กกี้ออกจากบ้านและไม่เคยคุยกับพ่อเธออีกเลย นั่นคือวันที่จิมมี่ ฮอฟฟาหายตัวไป

จิมมี่เป็นประธานสหภาพแรงงาน ซึ่งสมัยนั้นผู้ใช้แรงงาน 1 ใน 3 ของอเมริกาต่างอยู่ภายใต้สหภาพแรงงานทั้งนั้น หมายความว่าจิมมี่เป็นผู้มีอิทธิพลต่อชาวอเมริกากว่า 2.3 ล้านคนเลยทีเดียว อำนาจย่อมมาพร้อมกับความเสี่ยง เมื่อจิมมี่เกิดไปขัดขว้างผลประโยชน์แก็งของรัสเซลและเพื่อนๆ มาเฟีย สถานการณ์นี้คงไม่มีใครหนักใจไปกว่าแฟร้งค์ ที่เป็นทั้งเพื่อนสนิทของจิมมี่และเป็นลูกน้องที่ภักดีกับรัสเซล เขาไม่สามารถเลือกข้างได้เลยจริงๆ

หลังจากแฟร้งค์พยายามเจรจาไกล่เกลี่ยอยู่นาน วันหนึ่งจิมมี่ก็หายตัวไป ไม่มีใครได้พบเขาอีกเลย จนแฟร้งค์ได้สารภาพความจริงของปริศนาทั้งหมดในบั้นปลายชีวิตของเขา ในวันที่ทั้งจิมมี่ รัสเซลและเพื่อนมาเฟีย จากโลกนี้ไปหมดแล้ว ทั้งหมดนี้ถูกบันทึกไว้ในหนังสือ “I Heard You Paint Houses” เขียนโดย Charles Brandt ทนายที่ช่วยให้แฟร้งค์ได้ออกจากคุกตอนอายุ 70 กว่าแล้ว

ซิสชอบชื่อหนังสือมาก! I Heard You Paint Houses (ฉันได้ยินมาว่าคุณเป็นช่างทาสีบ้าน) ประโยคเป็นโค้ดลับมาเฟียมาจากเวลาที่แฟร้งค์รับงานสายมืดจะเรียกคำสั่งว่า “ใบสั่งทาสีบ้าน” สื่อถึงการย้อมสีบ้านด้วยเลือดสีแดงของคนที่ถูกฆ่านั้นเอง มาเฟียนี้มีความเป็นกวียิ่งกว่าเราอีก

Leave a Reply