รีวิวหนัง The Last Summer (2019) บอกลาวัยรุ่นครั้งสุดท้าย ออกไปใช้ชีวิตให้เต็มที่

คุณทำอะไรในปิดเทอมหน้าร้อนครั้งสุดท้ายของมัธยมปลาย? เรียนพิเศษเพื่อเตรียมสอบเข้า, หวีดไอดอลอยู่หน้าจอ, ไปทริปต่างจังหวัดกับเพื่อนๆ, พูดคุยกับเพื่อนสาวถึงเส้นทางอนาคต, ทำงานพิเศษหาค่าเทอม, เขียนเฟรนด์ชิป ฯลฯ

ซัมเมอร์สุดท้ายอาจเรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาสุดท้ายที่เราสามารถสนุดสุดเหวี่ยงได้เต็มที่ ก่อนจะโบกมือลาวัยรุ่นและก้าวสู่โลกที่เติบโตขึ้น มีความรับผิดชอบต่อการใช้ชีวิตมากขึ้น หลายคนจึงพยายามใช้เวลาในฤดูร้อนสุดท้ายให้คุ้มค่ามากที่สุด พวกเขาเหล่านี้ก็เช่นกัน

เลือกอ่านตามหัวข้อ

เรื่องย่อ The Last Summer

เรื่องราวในฤดูร้อนสุดท้ายก่อนจบการศึกษาของเด็กมัธยมปลายกลุ่มหนึ่ง พวกเขาต่างใช้ชีวิตให้คุ้มค่าที่สุดในแบบของตัวเองก่อนโบกมือลาวัยรุ่นเพื่อเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย คู่เอกคือ กริฟฟิน (K.J. Apa จาก Riverdale) กับ ฟีบี้ (Maia Mitchell) ที่เลือกใช้เวลาร่วมกันทำสิ่งที่ตัวเองรักอย่าง ทำหนังสั้นและแต่งเพลงชิงทุนการศึกษาของมหาวิทยาลัยที่อยากเรียน จนความรู้สึกดีๆ เริ่มพองโตในหัวใจ

ถัดมาคือคู่หูเด็กเนิร์ดอย่าง แชด (Jacob McCarthy) และ รีซ (Mario Revolori) ผู้ที่อยากจะมีประสบการณ์ออกเดทกับสาวสักครั้งก่อนเรียนจบ จึงทำทีแอบเนียนเป็นคู่หูนักธุรกิจสุดสมาร์ท จนได้ออกเดทกับสาวสุดฮอต และถลำลึกลงไปกว่าที่ตั้งใจไว้

เอริน (Halston Sage) และ อเล็ค (Jacob Latimore) เป็นตัวแทนของคู่รักหลายๆ คน ที่เกิดกังวลเรื่องความสัมพันธ์ระยะไกลหลังเรียนจบ จึงตัดสินใจถอยกลับไปเป็นเพื่อนกัน ต่างคนต่างได้เจอรักครั้งใหม่ที่คิดว่า “เหมาะสม” แต่ความเหมาะสมนั้นก็ไม่ได้ทำให้หัวใจเต้นระรัวเหมือนรักในวัยมัธยม


Sis Review 🎬

The last summer เป็นหนังที่ดีสำหรับน้องๆ ที่กำลังเรียนอยู่ โดยเฉพาะคนที่กำลังสับสนว่าจะเลือกทางเดินชีวิตแบบไหนดี หนังเรื่องนี้ให้ข้อคิดและพลังใจได้ดีเลยค่ะ เนื้อเรื่องโดนใจวัยรุ่น ตรงกับชีวิตของใครหลายคนรวมถึงซิสในสมัยวัยละอ่อนด้วย ตอนเลือกมหาวิทยาลัยยังสับสนอยู่เลยว่า เราอยากทำอะไรในอนาคตกันแน่ แล้วเราควรจะเลือกมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงเพื่อความมั่นคง หรือทำตามเสียงหัวใจเลือกมหาวิทยาลัยที่เติมเต็มความฝันเราได้

ถ้าดูในห้องเงียบๆ คนเดียวอาจเผลอสะลึมสะลือไปบ้าง เนื่องจากมีหลายเส้นเรื่องดำเนินไปพร้อมกัน โฟกัสนักแสดงหลายกลุ่ม ตั้งแต่เด็กรวยไฮโซ เด็กเนิร์ด คู่พระนาง ตัดสลับไปมาแต่ไม่ได้ลงลึกจนเกิด Emotional เลยยากที่จะอินกับเรื่องไหนเป็นพิเศษ แต่รวมๆ แล้วดูเพลิน มันจะต้องมีคาแรกเตอร์หนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกว่า อ๊า! ฉันเป็นแบบนั้นเลย

ถ้าได้ดูตอนยังอยู่มัธยมคงจะอินมากกว่านี้ แต่ตอนนี้ซิสอยู่ในวัยตามล่าหาเงินมากกว่าหาความฝันแล้ว 😂 อย่างไรก็ตาม สาวๆ วัยทำงานที่ทำกำลังหมดไฟหรือรู้สึกหลงทาง หนังเรื่องนี้น่าจะช่วยให้คุณนึกถึงตัวเองสมัยเรียนและดึงแพสชั่น พลังวัยรุ่นกลับมาได้บ้าง


สุดท้ายซิสอยากฝากถึงเหล่าน้องสาวที่กำลังเรียนอยู่ หากน้องๆ ได้เจอสิ่งที่ตัวเองชอบ หรือเป้าหมายชีวิตแล้ว ซิสดีใจด้วยจริงๆ ทำตามหัวใจ อย่าล้มเลิกเพียงเพราะคำพูดของคนอื่นนะ ส่วนน้องๆ ที่ยังหาตัวเองไม่เจอ มันไม่เป็นไรหรอก ไม่ต้องรีบร้อน ให้ทำในสิ่งที่อยากทำ ไปเที่ยวในที่ที่อยากไป สนุกกับชีวิตให้เต็มที่แบบไม่ต้องอาย ไม่ต้องเสียดายทีหลัง แล้วเราจะได้เจอที่ที่เป็นของเราแน่นอนค่ะ ❤️

Leave a Reply